วันจันทร์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คอนเสิร์ตรับลมหนาว นอนดูดาว ที่สวนผึ้ง ใครได้ใครเสีย

จังหวัดราชบุรี ได้แถลงข่าวเกี่ยวกับกิจกรรมการท่องเที่ยวของ จ.ราชบุรี โครงการ “ชมไอหนาว หมอกขาว ป่าเขียว เที่ยวราชบุรี” เมื่อวันที่ 25 พ.ย.2552 ที่ผ่านมา ณ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร โดยมีนายกิตติ ทรัพย์วิสุทธิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี นายพิชัย นันทชัยพร นายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองราชบุรี นายไกรสร กลับทวี ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี และนายชัยสงค์ ชูฤทธิ์ ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคกลางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เข้าร่วมแถลงข่าวในโครงการด้วย
กิจกรรมหนึ่งในโครงการฟังเผินๆ แล้ว รู้สึกดูดีมาก คือ คอนเสิร์ตรับลมหนาวนอนดูดาวที่สวนผึ้ง ซึ่งกำหนดจัดในวันเสาร์ที่ 19 ธ.ค.2552 ณ ร.ร.สินแร่สยาม ต.สวนผึ้ง อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี จำหน่ายบัตรคนละ 1,000 บาท (แถม อาหาร 2 มื้อ และเต็นท์ 1 หลัง) จองบัตรได้ที่สำนักข่าวและร้านถ่ายเอกสารแห่งหนึ่ง งานนี้มีวงดนตรีเพื่อชีวิตคือ หงาคาราวาน และคีตาลชลี มาเล่นคอนเสิร์ตให้ฟัง ส่วนรายได้จากการจัดงานนี้ไม่ได้กล่าวถึงแต่อย่างใด

งานนี้ฟังชื่อแล้วหลายคนคงยากไป แต่ผู้เขียนกลับมาตรึกตรองดู ทำให้เกิดความรู้สึกแปลกแปลกที่ว่า ผู้บริหารของ จ.ราชบุรี เขาส่งเสริมการท่องเที่ยวกันเช่นนี้หรือ วิธีการอย่างนี้ ผู้เขียนคิดว่าไม่น่าเหมาะสม การที่เอาเสน่ห์ของสวนผึ้งมาเป็นสถานที่ปิดวิก และขายบัตรคอนเสิร์ต และก็ไม่ใช่เป็นคอนเสิร์ตเพื่อการกุศลแต่อย่างใด แต่ จ.ราชบุรี ดันขันอาสาหยิบยกไปแถลงข่าวให้ ก็เท่ากับว่า จ.ราชบุรี เป็นนายหน้าไปช่วยขายบัตรชมคอนเสิร์ตให้กลุ่มผู้จัด
หากงานนี้ จ.ราชบุรี บอกว่าจะส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สวนผึ้งจริง คอนเสิร์ตรับลมหนาวนอนดูดาวที่สวนผึ้งในครั้งนี้ต้องเข้าชมฟรี หรือหากจำเป็นต้องขายบัตร ก็ต้องระบุให้ชัดเจนว่า เงินรายได้จะนำไปใช้ในการกุศลเรื่องใด เช่น เป็นทุนการศึกษาแก่นักเรียนยากจนของ อ.สวนผึ้ง จัดซื้ออุปกรณ์การเรียนให้แก่โรงเรียนที่ขาดแคลนใน อ.สวนผึ้ง เป็นต้น อย่างนี้ได้ประโยชน์ทั้งการท่องเที่ยวและคนในพื้นที่
ท่านลองมองย้อนกลับไป ตอนที่เคยมีคนเอาวงดนตรีเพื่อชีวิตไปเล่นคอนเสิร์ตในเขาใหญ่ มาเทียบเคียงดูก็จะเห็นภาพได้ชัดเจน ...ชาวเขาใหญ่เขาไม่ได้ต้องการเลย....ธรรมชาติของเขาใหญ่บอบช้ำจากการเหยียบย่ำทำลายของคนที่มาดูคอนเสริ์ต และเมื่อคอนเสิร์ตจบแล้วยังคงเหลือกองซากเศษอาหาร และขยะมูลฝอย ทิ้งไว้อีกจำนวนมาก สรุปแล้วชาวเขาใหญ่ ได้หรือเสียอะไร มีแต่นักดนตรีและคนจัด ที่แบ่งสรรปันส่วนเงินกำไรกันถ้วนหน้า


หากคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นไปตามที่แถลงข่าว ผู้คนคงหลั่งไหลเข้าสวนผึ้งเพื่อไปชมคอนเสิร์ตเป็นจำนวนมาก อาจถึงพันคน...แล้วธรรมชาติที่แสนบริสุทธิ์ของสวนผึ้งจะรองรับไว้หรือ ไหนจะห้องน้ำ ห้องส้วม สถานที่จัดเวที เครื่องไฟ ร้านอาหาร ร้านขายของ ที่จอดรถ ถังขยะ สาธารณูปโภคต่างๆ ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยวระหว่างพักค้างอ้างแรม ฯลฯ งานนี้ ไม่ทราบว่า...โรงเรียนสินแร่สยาม จะได้เศษเงินจากค่าเช่าสถานที่ ค่าจัดกิจกรรมต่างต่าง จากกลุ่มผู้จัดสักเท่าใด ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ไม่น่ายอมแลกธรรมชาติและชื่อเสียงอันงดงามของตนเองกับงานนี้เลย และที่สำคัญชาวชุมชนคนรักสวนผึ้งทั้งหลาย รู้หรือยังว่าเขากำลังจะไปจัดคอนเสิร์ตที่บ้านของท่าน
จังหวัดราชบุรีและผู้หลักผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ ต้องช่วยกันคิดให้หนักขึ้น การพาคนจำนวนมากเข้าไปในธรรมชาติที่เปราะบางเหล่านี้ ท่านจะมีวิธีการควบคุมเขาได้อย่างไร (จริงจริงแล้วการจัดคอนเสิร์ตในผืนป่าธรรมชาติ ไม่ควรคิดที่จะกระทำด้วยซ้ำไป) ...หลังจากงานนี้แล้ว...คงต้องตั้งคำถามเหมือนกับการชมคอนเสิร์ตที่เขาใหญ่ว่า ชาวสวนผึ้งได้หรือเสียอะไร...และจังหวัดราชบุรีได้หรือเสียอะไร เช่นกัน
ท้ายสุดฝากถึงชุมชนคนรักธรรมชาติทั้งหลาย ชุมชนคนรักสวนผึ้ง ผู้ประกอบการรีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านค้า และผู้ที่เกี่ยวข้องกับสวนผึ้ง ทั้งหลายทั้งปวงด้วยว่า หากเราไม่ช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของสวนผึ้ง ไม่มีการควบคุมจำนวนและคุณภาพนักท่องเที่ยว ขาดทิศทางการพัฒนากิจกรรมการท่องเที่ยว และปล่อยให้นักลงทุนลงมาแสวงประโยชน์ในพื้นที่โดยคำนึงถึงแต่เงินกำไรอย่างเดียว วันหนึ่ง สวนผึ้ง อาจจะเหมือน ปาย ที่แม่ฮ่องสอนก็ได้ ที่วันนี้ ปาย ไม่ได้เหลือเสน่ห์อันใดเลย.... เขียนโดย ชาติชาย คเชนชล 30 พ.ย.2552
ข่าวที่เกี่ยวข้อง : การแถลงข่าวโครงการ “ชมไอหนาว หมอกขาว ป่าเขียว เที่ยวราชบุรี”
อ่านต่อ >>

วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

คำสอนของพ่อ


1. ความเพียร
"การสร้างสรรค์ตนเอง การสร้างบ้านเมืองก็ตาม มิใช่ว่าสร้างในวันเดียว ต้องใช้เวลา ต้องใช้ความเพียร ต้องใช้ความอดทน เสียสละ แต่สำคัญที่สุด คือความอดทน คือไม่ย่อท้อ ไม่ย่อท้อในสิ่งที่ดีงาม สิ่งที่ดีงามนั้นทำมันน่าเบื่อ บางทีเหมือนว่าไม่ได้ผล ไม่ดัง คือดูมันควรทำดีนี่ แต่ขอรับรองว่าการทำให้ดีควรต้องมีความอดทน เวลาข้างหน้าจะเห็นผลแน่นอนในความอดทนของตนเอง"
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักเรียน นักศึกษา ครู และอาจารย์ในโอกาสเข้าเฝ้าฯวันที่27 ตุลาคม 2516
2. ความพอดี
"ในการสร้างตัวสร้างฐานะนั้น จะต้องถือหลักค่อยเป็นค่อยไป ด้วยความรอบคอบ ระมัดระวัง และความพอเหมาะพอดี ไม่ทำเกินฐานะและกำลัง หรือทำด้วยความเร่งรีบ เมื่อมีพื้นฐานแน่นหนารองรับพร้อมแล้ว จึงค่อยสร้างค่อยเสริมความเจริญก้าวหน้าในระดับสูงขึ้น ตามต่อกันไปเป็นลำดับ ผลที่เกิดขึ้นจึงจะแน่นอน มีหลักเกณฑ์ เป็นประโยชน์แท้และยั่งยืน"
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของมหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 18 ธันวาคม 2540
3. ความรู้ตน
"เด็กๆ ทำอะไรต้องหัดให้รู้ตัว การรู้ตัวอยู่เสมอ จะทำให้เป็นคนมีระเบียบและคนที่มีระเบียบดีแล้ว จะสามารถเล่าเรียนและทำการงานต่างๆ ได้โดยถูกต้องรวดเร็ว จะเป็นคนที่จะสร้างความสำเร็จ และความเจริญ ให้แก่ตนเองและส่วนรวมในอนาคต ได้อย่างแน่นอน"
พระบรมราโชวาท พระราชทานลงพิมพ์ในหนังสือ วันเด็ก ประจำปี 2521
4. คนเราจะต้องรับและจะต้องให้
"คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้ หมายความว่า ต่อไป และเดี๋ยวนี้ด้วย เมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้ ในการให้นั้น ให้ได้ โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีให้หมู่คณะ และในชาติ ทำให้หมู่คณะและชาติประชาชนทั้งหลาย มีความไว้ใจซึ่งกันและกันได้ ช่วยที่ไหนได้ก็ช่วย ด้วยจิตใจที่เผื่อแผ่โดยแท้ "
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่นักศึกษามหาวิทยาลัยขอนแก่น วันที่ 20 เมษายน 2521
5. อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ
"ในวงสังคมนั้นเล่า ท่านจะต้องรักษามารยาทอันดีงามสำหรับสุภาพชน รู้จักสัมมาคารวะ ไม่แข็งกระด้าง มีความอ่อนโยนแต่ไม่อ่อนแอ พร้อมจะเสียสละประโยชน์ส่วนตัว เพื่อส่วนรวม "
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 25 มิถุนายน 2496
6. พูดจริง ทำจริง
"ผู้หนักแน่นในสัจจะ พูดอย่างไร ทำอย่างนั้น จึงได้รับความสำเร็จ พร้อมทั้งความศรัทธาเชื่อถือและความยกย่องสรรเสริญ จากคนทุกฝ่าย การพูดแล้วทำ คือ พูดจริง ทำจริง จึงเป็นปัจจัยสำคัญ ในการส่งเสริมเกียรติคุณของบุคคลให้เด่นชัด และสร้างเสริมความดี ความเจริญ ให้เกิดขึ้นทั้งแก่บุคคลและส่วนรวม"
พระบรมราโชวาท ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตรของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วันที่ 10 กรกฎาคม 2540
7. หนังสือเป็นออมสิน
"หนังสือ เป็นการสะสมความรู้และทุกสิ่งทุกอย่างที่มนุษย์ได้สร้างมา ทำมา คิดมา แต่โบราณกาลจนทุกวันนี้ หนังสือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เป็นคล้ายๆ ธนาคารความรู้และเป็นออมสิน เป็นสิ่งที่จะทำให้มนุษย์ก้าวหน้าได้ โดยแท้"
พระบรมราโชวาท พระราชทานแก่คณะสมาชิกห้องสมุดทั่วประเทศ ในโอกาสที่เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท วันที่ 25 พฤศจิกายน 2514
8. ความซื่อสัตย์
"ความซื่อสัตย์สุจริตเป็นพื้นฐานของความดีทุกอย่าง เด็กๆ จึงต้องฝึกฝนอบรมให้เกิดมีขึ้นในตนเอง เพื่อจักได้เติบโตขึ้นเป็นคนดี มีประโยชน์ และมีชีวิตที่สะอาด ที่เจริญมั่นคง"
พระบรมราโชวาท พระราชทานเพื่อเชิญลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็ก ปี พุทธศักราช 2531
9. การเอาชนะใจตน
"ในการดำเนินชีวิตของเรา เราต้องข่มใจ ไม่กระทำสิ่งใดๆ ที่เรารู้สึกด้วยใจจริงว่าชั่ว ว่าเสื่อม เราต้องฝืนต้องต้านความคิด และความประพฤติทุกอย่างที่รู้สึกว่าขัดกับธรรมะ เราต้องกล้าและบากบั่นที่จะกระทำ สิ่งที่เราทราบว่าเป็นความดี เป็นความถูกต้อง และเป็นธรรม ถ้าเราร่วมกันทำเช่นนี้ ให้ได้จริงๆ ให้ผลของความดีบังเกิดมากขึ้นๆ ก็จะช่วยค้ำจุนส่วนรวมไว้ มิให้เสื่อมลงไป และจะช่วยให้ฟื้นคืนดีขึ้นได้ เป็นลำดับ"
พระราชดำรัส พระราชทานเพื่อเชิญไปอ่าน ในพิธีเปิดการประชุม
สิ่งดี ๆ คงไม่เกิดขึ้น หากเราไม่ลงมือทำอะไรดี ๆ หรือเพียงรอรับแต่สิ่งดี ๆ จากผู้คนรอบข้าง... สังคมดีได้ เพราะคนไทยรู้รักสามัคคี
บันทึก : พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัส ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ นี้ มีเพื่อนๆ Forward Mail มาให้ ไม่รู้ผู้ใดเป็นคนรวบรวม เลยขอนุญาตนำมาลงไว้ในบล็อกนี้ เพื่อเป็นช่องทางเผยแพร่อีกช่องทางหนึ่ง
อ่านต่อ >>