วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

แมลงเม่าบินเข้ากองไฟ - Flying termites fly into the fire

เมื่อค่ำวานนี้ หลังจากที่ฝนหยุดตก  ที่บ้านผมมีแมลงเม่าบินเข้ามาเล่นแสงไฟนีออนจำนวนมาก หลังจากนั้นไม่นาน พวกมันก็นอนตายเกลื่อนเต็มพื้นบ้านไปหมด ดังภาพที่เห็นนี่แหละครับ 


ผมจึงนึกถึงสำนวนไทยโบราณที่ว่า  "แมลงเม่าบินเขากองไฟ"   หมายถึง คนที่เข้าไปหาเรื่องตายหรือหาหายนะอย่างโง่เขลา  แต่ถ้าหากอธิบายทางวิทยาศาสตร์ก็จะบอกว่า แสงไฟจากหลอดไฟ หรือกองไฟ เป็นสิ่งเร้าที่ทำให้แมลงเม่าบินเข้ามาเพื่อเล่นไฟหรือตอบสนองต่อสิ่งเร้า นั้น

ไม่ว่าแมลงเม่ามันจะคิดอย่างไรก็ตาม ผมกำลังนึกถึงนโยบายต่างๆ ของพรรคการเมือง ที่กำลังหาเสียงเลือกตั้งกันอย่างดุเดือด อยู่ในขณะนี้ ผมลองประมวลนโยบายเด็ดๆ สโลแกนเด็ดๆ ของหลายๆ พรรคการเมืองดู โดยไม่ได้ระบุว่าเป็นของพรรคการเมืองใด ลองอ่านกันดูนะครับ
  • เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 25% ภายใน 2 ปี
  • เพิ่มกองกำลังพิเศษปราบยาเสพติด 2,500 นาย
  • เพิ่มทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำ เพื่อการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย 250,000 คนต่อปี
  • เพิ่มเงินกำไรอีกร้อยละ 25 จากโครงการประกันรายได้เกษตรกร (ชาวนา ชาวไร่ข้าวโพด ชาวไร่มันสำปะหลัง)
  • เพิ่มโฉนดชุมชนให้เกษตรกร 250,000 คน
  • ลาก่อนน้ำท่วม น้ำแล้ง สร้างโครงข่ายน้ำทั่วประเทศ สร้างกำแพงเขื่อนป้องกันน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล
  • ให้เกษตรกรมีบัตรเครดิต เพื่อซื้อปัจจัยการผลิต รับจำนำข้าวเปลือกเจ้า เกวียนละ 15,000 บาท ข้าวหอมมะลิ เกวียนละ 20,000 บาท
  • อนาคตเด็กไทยสู่หลักประกันใหม่ของชีวิต เพิ่มเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา(เรียนก่อนผ่อนทีหลัง) , One Table PC for Child (เด็กนักเรียนมีคอมพิวเตอร์ใช้), Free WiFI (เล่นเน็ตในที่สาธารณะ..ฟรี)
  • คนไทยต้องตั้งตัวได้ อย่างมีศักดิ์ศรี ด้วย กองทุนตั้งตัวได้ (สร้างผู้ประกอบรายย่อยใหม่) คืนภาษี/เพิ่มค่าลดหย่อน (บ้านหลังแรก) คืนภาษีรถ (คันแรก)
  • พัฒนาโครงข่ายคมนาคมใหม่  รถไฟฟ้า 10 สาย(จ่าย 20 บาท ทั่ว กทม.)    รถไฟรางคู่ (เชื่อมปริมณฑลทั่วทิศ) รถไฟความเร็วสูง (จาก กทม. ถึงเชียงใหม่ โคราช หัวหิน)  แอร์พอร์ตลิงค์ (จาก กทม. ถึง ฉะเชิงเทรา ชลบุรี พัทยา)
  • แก้น้ำท่วมซ้ำซาก สร้างเมืองหลวงให้สง่างาม  ถมทะเลตื้นออกไปอีก 10 กม.,สร้างเขื่อนกั้นนำท่วม กทม., ได้เมืองใหม่ลดแออัด,สร้างงาน 100,000 อัตรา, มีสวนสาธารณะและทะเลสะอาด เพิ่มแหล่งท่องเที่ยวให้ กทม.
  • เพิ่มเงินเดือนปริญญาตรี 15,000 บาท เพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท/วัน
  • สร้างที่ทำกิน 1 ล้านคน มอบสิทธิ์รถตู้ มอเตอร์ไซต์รับจ้าง  แผงลอย ที่ทำกิน
  • ข้าวเปลือกตันละ 20,000 บาท กองทุนประกันราคาสินค้าเกษตร
  • ได้ถ้วนหน้า ของราคาถูกลง ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม 2%
  • ทุกจังหวัดเป็นแหล่งท่องเที่ยวได้  ด้วยกองทุนพัฒนาการท่องเที่ยว ผ่าน อบจ. อบต. เทศบาล จังหวัดละ 100 ล้านบาทต่อปี
  • สร้างถนนปลอดฝุ่น
  • สร้างนักกีฬาอาชีพ สู้แล้วรวย ด้วยศูนย์ฝึกนักกีฬาอาชีพ
  • มีน้ำ มีเงิน สร้างทางน้ำ เข้าไร่ นา เกษตรกร
  • ประเทศนี้ต้องไม่มีคนว่างงาน กองทุนจ้างงาน  1 ล้านตำแหน่ง
  • กรีดปุ๊บ เงินไหลปั๊บ สร้างตู้ ATM ในไร่นา โครงการปลูกยางพาราภาคเหนือ ภาคอีสาน
  • อปพร. ชรบ. อสม.  ตำรวจบ้าน กลุ่มพัฒนาสตรี อาสามูลนิธิ "ทำดีมีรางวัล" กองทุนสวัสดิการผู้บำเพ็ญประโยชน์เพื่อสังคม
  • ฯลฯ
ลองอ่านนโยบายเด็ดๆ ทั้งหลายดูแล้วนะครับ นโยบายเหล่านี้ฟังแล้วดูดีมาก แต่ผมว่า มันน่าจะเรียกว่า "คำโฆษณา" จะดีกว่า เพราะมันคล้ายกับการสัญญากับประชาชน (หรืออาจเรียกว่าลูกค้า ก็ได้นะ) ว่า

"ถ้าเลือกฉันแล้ว...คุณจะได้อะไร" 

ผมไม่เห็นนโยบายของพรรคใดเลย ที่บอกว่า "จะนำพาประเทศไทยของเราไปในทิศทางไหน ทำไมต้องไป แล้วพวกเราจะไปกันอย่างไร" 

เมื่อไหร่ประเทศไทยของเรา จะเป็นประเทศที่เขาเรียกว่าประเทศพัฒนาแล้วเสียที 

คำโฆษณาของแต่ละพรรคการเมืองเหล่านี้ ผมว่ามันไม่ยั่งยืน เป็นลักษณะมอมเมาประชาชน มันก็เหมือนสิ่งเร้าที่จะทำให้แมลงเม่า (ประชาชน) ทั้งหลายบินเข้ากองไฟนั่นเอง...

กว่าแมลงเม่า (ประชาชน) จะรู้ตัวว่ากองไฟมันร้อน มันก็สายเกินไปที่จะคิดแล้ว  เพราะมันไม่มีโอกาสคิด....มันตายแล้ว

******************************************
ชาติชาย คเชนชล 26 พ.ค.2554

ตีพิมพ์ใน น.ส.พ.สู่ชนบท ปีที่ 22 ฉบับที่ 385 ประจำเดือนมิถุนายน พุทธศักราช 2554 หน้า 3










อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ทำไม? ผมต้องไปเลือกคนเหล่านี้

ผมได้อ่านเรื่องราวต่างๆ ของการเมืองไทยในหน้าสื่อหลากหลายชนิดแล้ว  ผมรู้สึกเบื่อหน่ายมากกับเรื่องราวของนักการเมือง กลุ่มการเมือง และพรรคการเมือง ที่กำลังชูนโยบายหาเสียงอยู่ในขณะนี้ 

เพราะที่ผ่านมาก็พิสูจน์ให้เห็นประจักษ์แล้วว่า ผลงานของคนเหล่านี้ ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง

"คนไทยขาดความรักความสามัคคี สถาบันพระมหากษัตริย์ถูกหลบหลู่เหยียดหยาม ต่างชาติเข้ามายึดครองเศรษฐกิจแบบเบ็ดเสร็จ  คนไทยเป็นหนี้กันถ้วนทั่วกับสถาบันการเงินต่างชาติ  กรรมสิทธิ์บนพื้นแผ่นดินไทยถูกต่างชาติแย่งชิงยึดครอง  เงินงบประมาณของประเทศชาติถูกคอรัปชั่นไปแบ่งสรรสร้างความสุขในหมู่ กลุ่ม และพรรคพวกของตนเอง ระบบข้าราชการอ่อนแอไม่สามารถเป็นที่พึ่งของประชาชน ฯลฯ"

ผมพยายามกลับมาถามตัวเองว่า 

ทำไม? ผมต้องไปเลือกคนเหล่านี้  

ทำไม? คนไทยจึงต้องไปเลือกคนเหล่านี้ ให้ขึ้นมาปกครองประเทศไทย

จริงๆ แล้ว ผมก็สามารถ Vote NO ได้

แต่ประเทศไทยก็คงไปไหนไม่รอดเหมือนเดิม เพราะมันก็ไม่ได้คนดีมาปกครองบ้านปกครองเมืองอยู่ดี เพราะไม่มีคนดีที่อาสา..เข้ามาให้เราเลือก

อนาคตประเทศไทย จะไม่มีใครเชื่อใคร ไม่มีใครปกครองใครได้ เพราะทุกคนเก่งหมด ปากก็พร่ำว่า "เพื่อชาติและประชาชน" แต่จริงๆ แล้ว มันคือ "ตัวกู ของกู" มากกว่า

บทเรียนในอดีตน่าจะสอนคนไทยได้ดี การเลือกตั้งที่จะถึงในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฏาคม 2554 ที่จะถึงนี้ มีแนวโน้มว่า กลุ่มอำนาจเก่าจะกลับมาครองอำนาจอีกครั้ง...เพราะเขารู้วิธีว่า เขาจะได้เสียงข้างมากได้อย่างไร...เขารู้ดีว่าจุดอ่อนของคนไทย (ส่วนใหญ่) อยู่ตรงไหน...เขาเห็นว่าคนไทย (ส่วนใหญ่) คือคนโง่ๆ คนหนึ่ง...ที่เขาจะใช้ทำอะไรก็ได้.....ชี้นกก็ได้นก..ชี้ไม้ก็ได้ไม้...

ผมขอหยิบเรื่องราว "รูปแบบของอำนาจ" ที่ ดร.วุฒิพงษ์  เพรียบจริยวัฒน์  เขียนไว้ในหนังสือ "คู่มือทรราชย์"  เมื่อปี พ.ศ.2543 มาทบทวนกันอีกครั้ง ท่านเขียนว่า รูปแบบของอำนาจนั้นมีด้วยกัน 8 รูปแบบ คือ
  1. เงิน เงินคืออำนาจ อำนาจคือเงิน มันเป็นสัจธรรมมาทุกยุคทุกสมัย
  2. ธุรกิจผูกขาด คือ ครอบครองธุรกิจแต่เพียงผู้เดียว เช่น ธุรกิจการเงิน น้ำมัน ไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ ทางด่วน ฯลฯ
  3. การควบคุมกลไกของรัฐ ทั้งการเมือง ระบบราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์กรอิสระ
  4. ความรู้ ครอบครองนักวิชาการต่างๆ ที่มีทั้งขายตัวและพร้อมที่จะขายตัว ความรู้เหล่านี้อาจใช้เพื่อประโยชน์ของชาติได้ แต่ในทางกลับกันก็สามารถใช้ปล้นชาติได้เช่นเดียวกัน
  5. ภาพลักษณ์ สวย หล่อ เนียน พูดเพราะ เป็นผู้ดี แลดูมีเสน่ห์ ภาพลักษณ์เหล่านี้จะทำให้สามารถเข้าถึงแหล่งอำนาจและความร่ำรวยได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น (แต่ก่อนอาจจะไม่สำคัญนัก แต่ตอนนี้กลายเป็นกระแสที่สำคัญอย่างหนึ่งที่สังคมกำลังตอบรับ)
  6. สื่อ สื่อสามารถช่วยสร้างภาพลักษณ์อำนาจในข้อ 5 ได้ สื่อคืออำนาจที่แท้จริงเบื้องหลังภาพลักษณ์ สื่อสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้คนเลวอำพรางตนได้ นอกจากนั้นสื่อมวลชนยังสามารถชี้นำทางความคิดของประชาชนได้ เปลี่ยนเรื่องปกติธรรมดา ให้เป็นประเด็นทางการเมืองได้ ดังนั้นอำนาจอย่างหนึ่งก็คือ การสามารถครอบครองสื่อได้นั่นเอง
  7. เครือข่าย เครือข่ายเป็นอำนาจที่จะสามารถรู้ได้ว่า ใครคือพวกเรา ช่องทางการคอรัปชั่นอยู่ที่ตรงไหน อำนาจต่างๆ อยู่ที่ใคร และจะสามารถเสาะหามาได้อย่างไร ควรจะต้องสร้างพรรคพวกของเราเอาไว้ในเครือข่ายตรงไหน ถึงจะกุมอำนาจไว้ให้ได้มากที่สุด
  8. กำลัง อำนาจรูปแบบนี้ มักถูกนำมาใช้เมื่อไม่สามารถใช้อำนาจรูปแบบอื่นได้แล้ว (ประเทศไทยใช้อำนาจรูปแบบนี้ ทำการปฏิวัติรัฐประหารกันมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง  แต่ไม่สามารถสร้างบ้านแปลงเมืองให้ดีขึ้นได้เลย ดูตัวอย่างปัจจุบันเป็นประจักษ์พยานให้เห็น)
อำนาจทั้ง 8 รูปแบบสามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายโยกย้ายถ่ายเทเล่นแร่แปรธาตุระหว่างกันได้โดยเสรี

อำนาจไม่คงที่ถาวร

เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป

วันหนึ่ง มันเคยดับไปแล้ว แต่วันนี้ มันกำลังจะกลับมาเกิดใหม่

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น หากคนไทยไม่รู้จักจดจำความเจ็บช้ำในอดีต ก็คือ

"การคอรัปชั่นอย่างอภิมโหฬาร การปล้นชาติ การเปลี่ยนแปลงการปกครอง และการทำลายคนดี"

 สวย หล่อ เนียน พูดเพราะ เป็นผู้ดี แลดูมีเสน่ห์
ภาพลักษณ์เหล่านี้จะสามารถทำให้เข้าถึง
แหล่งอำนาจและความร่ำรวยได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
สื่อคืออำนาจที่แท้จริงเบื้องหลังภาพลักษณ์
สื่อสามารถสร้างภาพลักษณ์ให้คนเลวอำพรางตนได้

*********************************

ชาติชาย คเชนชล : 23 พ.ค.2554

ที่มาข้อมูล
วุฒิพงษ์  เพรียบจริยวัฒน์. (2543). คู่มือทรราชย์. กรุงเทพฯ : สถาบันสหสวรรษ.
อ่านต่อ >>