วันอาทิตย์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2556

อย่าให้กองทัพบกไทย..ติดลบตามท่านไปด้วย

เมื่อสองสามวันก่อนผมเพิ่งเขียนบทความเรื่อง "ตามหาผู้ใหญ่ให้พบก่อนที่จะสายไป" พอมาถึงวันนี้ มีเรื่องของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ซึ่งถือว่าเป็นผู้ใหญ่สูงสุดของกองทัพบก กลับทำเรื่องราวให้เกิดวิกฤตศรัทธาต่อผู้ใหญ่ในสังคมอีกคราหนึ่งอย่างที่ไม่ควรจะเป็น ซึ่งเป็นการตรอกย้ำถึงเนื้อหาในบทความที่ผมได้เขียนเอาไว้เป็นอย่างดี 

อ่านดูรายละเอียดและชมคลิบวีดิโอแล้ว เมื่อวันที่ 10 ม.ค.2556 ที่ผ่านมา ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ฯ ดันไปสัมภาษณ์เชิงด่าว่ากล่าว สำนักข่าวเอเอสทีวีผู้จัดการว่า "ห่วย" เรียกเขาว่า "ไอ้" แถมว่าเขาไม่มี "ศักดิ์ศรี" คู่ควรที่จะมาด่าทอหรือเขียนวิจารณ์ท่าน  และหลังจากนั้นต่อมาก็มีกำลังทหารไปชุมนุมที่บ้านพระอาทิตย์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักข่าวเอเอสทีวีผู้จัดการถึง 2 ครั้ง ข่มขู่วางก้ามเรียกร้องให้ เอเอสทีวีผู้จัดการ ทำหนังสือขอโทษ ต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมเองก็ยังรู้สึก งงๆ กับทหารกลุ่มนี้ ว่ากล้าทำเรื่องโง่ๆ เช่นนี้ได้อย่างไร กระแสสังคมต่างวิพากย์วิจารการกระทำครั้งนี้อย่างแพร่หลาย ขอบอกให้ทราบครับ งานนี้ "ผบ.ทบ.ติดลบไปอีกนาน" ผบ.ทบ.ติดลบคนเดียวไม่เป็นไรเพราะเป็นตัวบุคคล แต่อย่าให้ "กองทัพบกติดลบไปด้วยก็แล้วกัน" 

ผลงานโดดเด่นยุคของ ผบ.ทบ. ที่ชื่อ ประยุทธ์ 
ในแถลงการณ์ตอบโต้ของเอเอสทีวีผู้จัดการ เมื่อวันที่ 11 ม.ค.2556 กล่าวถึงผลงานของ ผบ.ทบ.ท่านนี้ไว้อย่างน่าสนใจทีเดียว 
  • หงุดหงิด ด่าสื่อทุกครั้งเมื่อถูกตั้งคำถามเรื่องเขาพระวิหาร
  • ไม่สนใจการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ส่อไปในทางทุจริต เช่น เรือเหาะ รถถังยูเครน เครื่องตรวจระเบิด GT200 
  • เมินคนไทยถูกขังลืมในคุกเขมร คดีวีระ-ราตรี 
  • แก้ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ล้มเหลว 
  • ปล่อยให้ทหารเขมรลุกล้ำชายแดน ยิงถล่มชาวบ้าน 
  • ปล่อยให้ทหารใต้บังคับบัญชาตายฟรี ในคดีเสื้อแดง โดยเฉพาะคดี พล.อ.ร่มเกล้า ธุวธรรม 
อ่านแล้วผมก็รู้สึกจริงตามนั้นครับ 

ที่มาของภาพ
http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9560000003870


ความคิดเห็นที่ 11 
"ผมมองในส่วนตัวผมนะ คุณประยุทธ์เป็นถึง ผบ.ทบ. ควรจะเก็บอารมณ์ให้มากกว่านี้นะ การแสดงพฤติกรรมออกมาแบบนี้ หมดภาวะผู้นำครับ มีที่ไหนไปด่าสื่อที่ปกป้องสถาบัน และพูดกระแหนะกระแหนว่า รักสถาบันอยู่คนเดียวรึไง ประชาชนหรือไอ้ผู้จัดการเป็นรัฐบาลหรือไง จึงต้องไปฟังมัน การพูดออกมาแบบนี้แสดงว่านายประยุทธ์ไม่ฟังเสียงประชาชนแต่กลับฟังเสียงรัฐบาล ถ้าเป็นเช่นนั้น ถ้าประเทศไทยเสียดินแดนนายทหารคนนี้จะรับผิดชอบอะไรบ้าง" 
จากผู้ที่ใช้นามว่า ประชาชน 

ความคิดเห็นที่ 463 
"ท่านประยุทธ์ตกอยู่ในห้วงของความไม่มีอิสระทางความคิด เพราะมุ่งแต่จะดำรงคงไว้ในยศ ตำแหน่ง และฐานะ จนไร้ศักดิ์ศรีของการเป็นผู้บัญชาการกองทัพบกไทย ยอมอยู่ภายใต้รัฐบาลชั่วๆอย่างน่าละอายที่สุด ละเลยหน้าที่หลักที่เคยสาบานตนให้สัตย์ปฏิญาณไว้อย่างสิ้นเชิง ดูเหมือนว่ากองทัพเป็นกองกำลังของรัฐบาลไปแล้ว ซึ่งแตกต่างไปจากรัฐไทยที่เป็นสังคมที่ประกอบด้วยชนทุกชั้น ทุกเชื้อชาติและศาสนา ไม่ใช่เฉพาะนักการเมืองที่เข้ามาบริหารประเทศชั่ววาระหนึ่งแล้วก็ไปเรียกตัวเองว่าผู้มีเกียรติ ซึ่งก็ไม่เเป็นจริงตามที่เรียกเลย และขอบอกไว้ว่าศักดิ์ศรีไม่ใช่ได้มาด้วยการให้ทหารชั้นประทวนมาเรียกร้องร้องให้ที่บ้านพระอาทิตย์" 
จากผู้ที่ใช้นามว่า วิสา 

อ่านความคิดเห็นท้ายข่าวแถลงการณ์ตอบโต้ของเอเอสทีวีผู้จัดการ แล้วคงไม่ต้องเขียนอะไรมากนะครับ คงพอเห็นอารมณ์ของผู้อ่านข่าวได้ดี 

ทำไม ? ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองของเรามีพฤติกรรมเยี่ยงนี้กันไปหมด 
หรือว่า ลาภสักการะ สรรเสริญ บวกกับความโลภ ความโกรธ ความหลงในตน มันสาดกระเส็น กระเด็นเข้าตา 
นำพาผู้ใหญ่เหล่านี้ให้เสียผู้เสียคน เสียผู้ใหญ่ เสียความน่าเชื่อถือศรัทธา ได้ถึงขนาดนี้ 

"ผบ.ทบ.ติดลบไปอีกนาน" ติดลบคนเดียวได้เพราะเป็นตัวบุคคล 
แต่อย่าให้ "กองทัพบก...ติดลบตามท่านไปด้วย" ก็แล้วกัน 

**************************** 
ชาติชาย คเชนชล : 13 ม.ค.2556
อ่านต่อ >>

วันเสาร์ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2556

ละครลิง

ละครลิงนี้ผมเคยดูตอนเด็ก ตามงานวัดต่างๆ ดูแบบผิวเผินไม่ได้เป็นจริงเป็นจังอะไรมากนัก ผมเองยังรู้สึกชื่นชม คนที่ฝึกลิงว่า เขาเก่งนะ สามารถฝึกลิงให้แสดงบทบาทต่างๆ นา ๆ ทำให้คนดูได้รับความสนุกสนานเพลิดเพลินใจได้ 

ที่มาของภาพ
http://news.sanook.com/gallery/
gallery/964909/180838/
วันนี้ได้ดูสถานการณ์บ้านเมืองของไทยเรา ทำให้ย้อนนึกถึงละครลิง ลิงตัวสำคัญของท้องเรื่องมีหลายตัว เรียงร้อยบทบาทกันอย่างแยบยล ลิงตัวแรกคือ นางเอกของท้องเรื่อง ได้รับการฝึกให้แสดงบทบาทเป็นนายกรัฐมนตรี ลิงตัวนี้ไม่ค่อยฉลาดนัก สอนอะไรไม่ค่อยจำ หัวช้า แต่ลักษณะดี เจ้าของจึงทำได้แค่แต่งตัวสวยๆ ไว้หลอกล่อคนดู หากไม่รู้อะไรอย่าตอบ ให้โยนลูกต่อไปยังลิงตัวอื่นๆ เช่น เรื่องของลิงสภา ลิงรัฐมนตรี ลิงคณะกรรมการ ลิงคณะทำงานฯลฯ ถูกมอบบทบาทให้ทำเฉพาะเรื่องพิธีกรรม พิธีการ เปิดงานโน้น ร่วมงานนี้ ออกเดินทางท่องเที่ยวเสนอหน้าไปยังอาณาจักรลิงของประเทศต่างๆ 

ลิงตัวต่อมาแข็งกร้าว ขู่ฟ่อๆ แสดงบทบาทเป็นรองนายกฯ มีหน้าที่สำคัญคือ คอยกำกับพวกเสือสิงห์กระทิงแรดปากคอเราะร้ายในที่ประชุมสภาลิง ตอบโต้แทนเจ้าของละครลิง นางเอก และพรรคลิงไทย หน้าที่สำคัญของลิงตัวนี้อีกประการหนึ่ง คือ นำกองทัพตำรวจเข้ายึดอำนาจการปกครองบ้านเมือง นำกฎหมายมาใส่ไคล้ป้ายสี ทำลายลิงดีๆ ขจัดเลี้ยนหนามลิงที่เป็นปรปักษ์กับพรรคลิงไทย และเจ้าของละครลิงให้หมดสิ้นไป ลิงตัวนี้ยอมรับตนเองว่าเป็นลิงขี้ข้าที่ซื่อสัตย์ของเจ้าของละครลิงมานานแล้ว 

ลิงอีกตัวทำหน้าที่ขุนคลัง หน้าที่สำคัญคือการกู้เงินมาให้ใช้ กู้ให้เยอะๆ มากๆ จะเป็นหนี้เท่าไหร่ช่างมัน ไม่สนใจว่าอนาคตลิงตัวใดจะต้องมาใช้หนี้ แต่ตอนนี้ขอกู้ไว้ก่อน พลเมืองและราชอาณาจักรลิงเริ่มมีหนี้สินมากขึ้น ทั้งหนี้ครัวเรือนและหนี้สาธารณะ พลเมืองลิงส่วนใหญ่ถูกหลอกด้วยนโยบายประชานิยมของเจ้าของละครลิง 

ลิงตัวต่อไปถูกวางบทบาทให้เป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ หน้าที่สำคัญคือ เป็นไส้ศึกขายอธิบไตยและฮุบแหล่งพลังงานของราชอาณาจักรลิง ให้แก่เจ้าของละครลิงและพรรคพวก โดยมีหัวหน้ากองทัพแห่งราชอาณาจักรลิง ให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง 

ลิงนักวิชาการ ลิงแดง ลิงสื่อ(นอกคอก) เจ้าของละครลิงมอบให้ร่วมกันแสดงบทบาทหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ ล้มล้างการปกครอง ทำลายสถาบัน แก้ไขรัฐธรรมนูญของประเทศลิง ชักจูงมอมเมาพลเมืองลิงให้หลงเชื่อ ซ่องสุมและสร้างอิทธิพลมืด หากมีเจ้าเมืองลิงเมืองใดหรือลิงตัวใดที่ต่อต้านหรือไม่เห็นด้วย จะใช้พวกลิงแดงเข้าไปอาละวาด ข่มขู่ ทำร้าย 

คณะละครลิงคณะนี้ ยังมีลิงอีกหลายตัว ที่แสดงบทบาทแตกต่างกันไป ทำการต่อจิกซอร์ทางโน้นที ทางนี้ที จนคนดูติดตามไม่ทัน เผอิญคืนนั้น ผมง่วงนอนเสียก่อน เลยดูไม่จบ แต่ผมพอเดาตอนจบของท้องเรื่องได้แล้วว่า จะเป็นอย่างไร น่าสงสารลิงดีๆ ตาดำๆในราชอาณาจักรลิง ที่อนาคตต้องกลายเป็นทาสของนายทุน ภายใต้หน้ากากคำว่า "ประชาธิปไตย" 

เจ้าของละครลิงคณะนี้ เก่งจริงๆ ครับ 

************************ 
จุฑาคเชน : 12 ม.ค. 2556 
อ่านต่อ >>

วันอาทิตย์ที่ 6 มกราคม พ.ศ. 2556

ตามหาผู้ใหญ่ให้พบก่อนที่จะสายเกินไป

เมื่อสองวันก่อน ผมได้ฟังผู้ดำเนินรายการข่าว 2 ท่านของสถานีวิทยุเอฟเอ็มแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ ซึ่งฟังสไตล์การจัดรายการแล้วเป็นคนรุ่นใหม่ ทัศนะมุมมองแหลมคม พูดจาทันสมัย ฟังดูแล้วน่าจะเป็นคนที่มีการศึกษาสูง ทั้งสองได้พูดประโยคหนึ่งทีเล่นทีจริงว่า "รู้สึกว่าประเทศไทยกับคำว่า "ผู้ใหญ่" จะมีปัญหาเสียแล้ว" 

สาเหตุที่ผู้ดำเนินรายการ 2 ท่านพูดนั้น เพราะพวกเขารู้สึกว่า "ผู้ใหญ่ที่กำลังปกครองบ้านเมืองของเราในปัจจุบันนั้น กำลังมีปัญหา สังคมเกิดการวิกฤติศรัทธาขึ้นกับคำว่า ผู้ใหญ่ " 

คำว่าผู้ใหญ่นี้ ผมได้รับการปลูกฝังให้เคารพเชื่อฟังมาตั้งแต่เด็กตามขนบธรรมเนียม ประเพณี และวัฒนธรรมของไทยที่สืบต่อกันมา จำได้ว่ามีคำสอนหรือสุภาษิตเกี่ยวกับผู้ใหญ่หลายสำนวน เช่น เดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด ผู้ใหญ่อาบน้ำร้อนมาก่อนเรา ดังนั้นเราต้องเชื่อฟังผู้ใหญ่ ฯลฯ 

ผู้ใหญ่ในอุดมคติ 

คนที่จะรับการขนานนามว่าเป็น "ผู้ใหญ่" นั้น มาจากหลากหลายวิธี เช่น 
  • ผู้ใหญ่ในวงศาคณาญาติ คนเราพอเริ่มมีทายาทเป็นคนรุ่นสาม รุ่นสี่ เช่น หลาน เหลน ก็มักจะถูกยกย่องนับถือในบรรดาหมู่ญาติขึ้นมาตามลำดับว่าเป็นผู้ใหญ่ คนบางคนอายุ 50 ปี เป็นปู่เป็นย่า เป็นตาเป็นยาย แล้วก็มี 
  • ผู้ใหญ่ตามตำแหน่งหน้าที่การงาน เช่น นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ปลัดกระทรวง อธิบดีกรม ผู้บัญชาการเหล่าทัพ แม่ทัพ เจ้ากรม ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการ รองผู้อำนวยการ เป็นต้น 
  • ผู้ใหญ่ตามอายุขัย เช่น ข้าราชการเกษียณ ผู้สูงอายุ ผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน 
  • ผู้ใหญ่ที่มาจากความเชื่อถือศรัทธา ผู้ใหญ่ชนิดนี้นี่เองที่ประเทศไทยในปัจจุบันแทบไม่มีให้เห็นเป็นตัวอย่าง หรือมีก็น้อยมากแทบไม่มีบทบาทในสังคม ซึ่งอาจตรงกับความหมายของผู้ดำเนินรายการทั้งสองท่านที่กล่าวมาข้างต้นก็ได้ 

ที่มาของภาพ
http://board.postjung.com/m/612988.html
ผู้ใหญ่ 3 ประเภทแรก คือ ผู้ใหญ่ในวงศาคณาญาติ ตามตำแหน่งหน้าที่ และตามอายุขัย นี้ อาจจะเป็นผู้ใหญ่ที่ไม่มีคุณสมบัติในประเภทที่สี่ก็ได้ คือไม่ได้รับความเชื่อถือศรัทธาใดๆ เพียงได้รับการขนานนามว่าเป็นผู้ใหญ่เท่านั้น ผู้ใหญ่ใน 3 ประเภทแรกอาจเป็นผู้ใหญ่ที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว ทุจริตคอรัปชั่น ไม่สามารถเป็นที่พึ่งและเป็นแบบอย่างให้แก่คนรุ่นหลังได้ ในแวดวงราชการที่ผมอยู่ ผมคุ้นกับคำว่า "ผู้ใหญ่สั่งมา" ต้องทำ ถ้าผู้ใหญ่สั่งในทางที่ถูกที่ควรที่เหมาะสม ผมพร้อมทำให้เต็มที่ แต่ถ้าผู้ใหญ่สั่งมาในทางที่ไม่ถูกไม่ควรไม่เหมาะสม ผมไม่อยากทำให้เลย...แต่ผมก็ต้องทำ 


โจรก็มักเลี้ยงโจร ฉันใด ผู้ใหญ่ที่ไม่ดีก็มักเลี้ยงผู้ใหญ่ที่ไม่ดี ฉันนั้น 
วันนี้บ้านเมืองเรามีผู้ใหญ่ที่ไม่ดีเป็นผู้ปกครอง องคาพยพต่างๆ ไม่จะเป็นทหาร ตำรวจ พลเรือน ก็ล้วนมีแต่ผู้ใหญ่ที่ไม่ดีมาปกครองบ้านเมืองตามไปด้วย เพราะเขาเป็นพวกเดียวกัน เราจึงเห็นได้ชัดเจนว่า ประเทศไทยกำลังเดินทางเข้าสู่หน้าผาที่อันตรายและในที่สุดก็จะตกจากหน้าผาที่สูงชันสู่ก้นเหวลึก พวกเราจึงสมควรต้องลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ เช่นนั้น 



เหตุการณ์ที่จะนำพาประเทศไทยไปสู่หุบเหวลึก 
  • การเสียดินแดนให้แก่เขมรในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้ จะทำให้คมขวานเริ่มบิ่น ขณะเดียวกันด้ามขวานที่ภาคใต้ก็กำลังผุกร่อนใกล้หักเต็มที ขวานทองจะไม่สมบูรณ์อย่างเดิม 
  • หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากการกู้เงินจำนวนมหาศาลของรัฐบาล เราจะมีหนี้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด 
  • งบประมาณแผ่นดิน จะถูกฉ้อราษฎร์บังหลวงจากชนชั้นผู้บริหารและชนชั้นปกครองอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน 
  • ข้าวที่ขายไม่ได้ราคา ราคาพืชผลที่ตกต่ำ ค่าพลังงานที่ไม่เป็นธรรม ชนชั้นกลางลงไปจะตาย ชนชั้นนายทุนจะรวย 
  • ค่าแรง 300 บาท จะทำให้ บริษัทฯ ยักษ์ใหญ่อยู่รอด บริษัทฯ เล็กเล็ก จะล้มหายตายจาก ปลาใหญ่จะกินปลาเล็ก 
  • คนไทยจะตกงานจำนวนมหาศาลเพราะไม่มีใครจ้าง แรงงานต่างด้าวจะเข้ายึดครองประเทศไทย 
  • คนส่วนใหญ่ต้องจ่ายภาษีเพิ่ม เพื่อชดเชยภาษีให้คนกลุ่มน้อย จากนโยบายประชานิยม
  • รัฐธรรมนูญที่กำลังจะถูกฉีกทั้งฉบับ เพื่อคนบางคน ไม่ใช่เพื่อประชาชน 
  • รัฐบาลมุ่งแก้แค้น ไม่ได้แก้ไข ตำรวจจะถูกใช้เป็นเครื่องมือสำคัญในการใช้กฏหมาย ทำลายคนดี

ผู้ใหญ่ที่ดีของบ้านของเมือง ต้องมีความถูกต้องเที่ยงธรรม มีความรู้ความสามารถในการบริหารบ้านเมือง มีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่เชื่อมั่นและศรัทธาของมวลหมู่มหาชน และเป็นที่พึ่งของบ้านเมืองในยามที่เกิดปัญหาคับขัน 

วันนี้ ผมยังเชื่อว่าผู้ใหญ่เหล่านี้ ยังมีชีวิตอยู่ 
พวกเราจงช่วยกันหาท่านให้พบ 
แล้วเชิญท่านกลับมาช่วยดูแลบ้านเมืองของเรา 
ก่อนที่จะสายเกินไป.... 



............................ 

ชาติชาย คเชนชล : 6 ม.ค.2556

ตีพิมพ์ใน น.ส.พ.สู่ชนบท ปีที่ 24 ฉบับที่ 404 ประจำเดือนมกราคม พ.ศ.2556 หน้า 3


อ่านต่อ >>