วันจันทร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2558

Slow life & Less is more

ในโอกาสที่อีกไม่กี่วันจะถึงวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2559 ผมอยากจะเขียนบทความสักเรื่องหนึ่งไว้เป็นข้อคิดสำหรับการดำเนินชีวิตในปีหน้า แต่ยังไม่รู้จะเขียนอะไรดี เผอิญเมื่อสัปดาห์ก่อนผมได้ไปพบแนวคิดของการออกแบบคอนโดมิเดียมแห่งหนึ่งย่านปู่เจ้าสมิงพราย สมุทรปราการ เขาใช้แนวคิดการออกแบบที่ว่า "Slow life" และ "Less is More"

Slow life หมายถึง การปรับสมดุลชีวิตให้ช้า และเรียบง่ายขึ้น 
ส่วน Less is More หมายถึง น้อยแต่มากด้วยประโยชน์
เห็นท่าจะจริงนะครับ ชีวิตเราในปัจจุบันนี้ รู้สึกว่าทุกอย่างรวดเร็วไปหมด ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางขึ้นรถลงเรือไปไหนมาไหน มีความสะดวกรวดเร็ว การติดต่อสื่อสารระหว่างกันผ่านทาง Facebook, LINE และโซเซียลมีเดียอื่นๆ ทำได้อย่างทันทีทันใด  แอพพลิเคชั่นบนโทรศัพท์ที่อำนวยความสะดวกให้พวกเรามากมาย ทั้ง ดูหนัง ฟังเพลง จ่ายเงินค่าน้ำ ค่าไฟ จองตั๋วเดินทาง โอนเงิน โอนทอง  หลายคนเวลานี้มักก้มหน้าอยู่กับวัตถุสี่เหลี่ยมผืนผ้าสารพัดนึกของตัวเองมากกว่าจะเงยหน้ามาพูดคุยกัน 


ที่มาของภาพ
http://slowlifes.blogspot.com/2009/12/slow-life-japan-style.html
ชีวิตดูเหมือนดีนะ แต่เมื่อทุกอย่างมันรวดเร็วทันใจ นึกอยากได้อะไร ก็ได้ทันที ด้วยเหตุนี้กระมัง จึงอาจทำให้ทุกคนจึงรู้สึกใจร้อนขึ้น แทบไม่รู้จักการอดทนและรอคอย ซึ่งอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ปัจุบันเรามักพบเจอคดีทะเลาะเบาะแว้งกัน ทำร้ายร่างกายกัน ฆ่ากัน ด้วยเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เรื่องแปลกๆ ที่ไม่น่าจะเป็นเรื่อง  

ผมลองสืบค้นข้อมูลจากโลกออนไลน์ต่างๆ เรื่องการใช้ชีวิตแบบ Slow life นี้ มีข้อมูลเยอะมาก ลองหาอ่านดูเอานะครับ วิธีการทำชีวิตให้เป็นแบบ Slow Life ที่ผมค้นพบจาก http://health.kapook.com น่าสนใจครับ มีดังนี้
  1. จัดลำดับความสำคัญ เลือกทำสิ่งสำคัญที่สุดก่อน
  2. อยู่กับปัจจุบัน มีสติกับสิ่งที่เป็นอยู่
  3. เลิกจ้องจอบ้าง งดออนไลน์ให้ใจได้พัก
  4. ใส่ใจคนรอบข้าง ให้เวลากับพวกเขามากขึ้น
  5. ซึมซับธรรมชาติ ไปทำกิจกรรมกลางแจ้งบ้าง
  6. กินให้ช้าลง ละเอียดความอร่อยจากอาหาร
  7. ขับรถให้ช้าลง มีน้ำใจ บนท้องถนน
  8. ปรับมุมมอง มองหาสิ่งที่สวยงามแทนสิ่งแย่ๆ
  9. ทำทีละอย่าง ค่อยเป็นค่อยไป ทำบ้าง พักบ้าง
  10. หายใจลึกๆ อยู่นิ่งๆ หายใจ เข้า-ออกช้าๆ บ้าง
ทั้ง 10 ข้อนี้ ผมจะลองนำไปใช้ดูบ้าง ไม่รู้จะทำได้สักกี่ข้อ

Less is More
คำว่า Less is More นี้ก็น่าสนใจครับ เมื่อคืนนี้ เชื่อไหมว่า ที่ห้องพักผมถูกตัดไฟ (เพราะไม่ได้ไปจ่ายค่าไฟ) จึงไม่มีไฟฟ้าใช้ แต่ผมก็อยู่ได้ด้วยแสงเทียน แค่ไม่มีพัดลมให้ใช้ และทีวีให้ดู เท่านั้นเอง ชีวิตก็อยู่ได้ 

ผมลองเหลียวมองสิ่งของที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ดูทำไมมันมีเยอะแยะมากมาย ตอนอยากได้ก็ซื้อ แต่พอเอาจริงเข้า เรามักจะใช้ของที่จำเป็นจริงๆ เพียงไม่กี่ชิ้น ที่เหลือถูกเก็บเอาไว้ ไม่ได้ใช้ บางทีก็ลืมไปด้วยซ้ำว่าเราเคยมี นี่กระมังเป็นสาเหตุหนึ่งที่บ้านของเรามีข้าวของรกรุงรังเต็มไปหมด ทั้งที่บางอย่างไม่ได้ใช้ประโยชน์เลย สู้มีของน้อยๆ แต่มากด้วยประโยชน์ดีกว่า




ในปีใหม่ พ.ศ.2559 ที่จะถึงนี้ ลองนำแนวคิดการใช้ชีวิตแบบ  Slow life & Less is More ไปใช้ดูนะครับ มันอาจจะทำให้เรามีความสุขกับชีวิตมากขึ้นกว่าเดิมก็ได้  ลองดูครับ! 

**************************
ชาติชาย คเชนชล : 29 ธ.ค.2558  
อ่านต่อ >>