วันอังคารที่ 16 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

คืนสู่สามัญ..ไร้เฟส ไร้ไลน์

คงต้องยอมรับว่าสื่อสังคมออนไลน์ในปัจจุบัน ล้วนมีอิทธิพลไปเกือบทุกวงการ มีประโยชน์ทั้งทางบวกและทางลบ ผสมผสานกันไป ผู้คน/องค์กร ต่างๆ ล้วนติดสื่อสารถึงกันได้อย่างรวดเร็วทันใจ ด้วยแอพพลิเคชั่นที่มีให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะในประเทศไทย แอพฯ ยอดนิยม คือ เฟสบุ๊ค และไลน์ 

ของทุกอย่างมีทั้งข้อดี ข้อเสีย  เช่นเดียวกันกับ เฟสบุ๊คและไลน์ ย่อมมีเช่นเดียวกัน  ขึ้นอยู่กับคนใช้ว่าจะใช้ประโยชน์จากมันด้านไหน
  • ผมใช้เฟสบุ๊ค วัตถุประสงค์หลักคือเผยแพร่เรื่องราวของตัวเองที่คิดว่ามีประโยชน์  ให้แก่เพื่อนๆ ของผม ซึ่งเพื่อนผมส่วนใหญ่ก็จะเป็นครอบครัว ญาติพี่น้อง เพื่อนที่เรียนมาด้วยกัน เพื่อนร่วมงาน ลูกศิษย์ลูกหา  แต่ก็ไม่วายที่จะมีผู้ใช้อื่นๆ ปลอมตัวด้วยโปรไฟล์ดีๆ มาลอกล่อขอเข้าเป็นเพื่อน ผมก็หลงรับเป็นเพื่อน และต่อมาก็นำเรื่องราวที่ไม่ค่อยดีนัก มาแชร์ มาส่ง มาแท็ก มาล่วงละเมิดสิทธิส่วนตัว จนเกินเลยมากเกินไป สิ่งที่ผมไม่อยากรู้ก็นำมาให้รู้  จนผมมีความรู้สึกช่างน่ารำคาญเสียจริง 
  • ต้องการให้คนถูกใจ หลายคนที่ใช้เฟสปุ๊ค พอโพสต์เรื่องราวอะไรของตัวเองขึ้นไปก็มักจะคอยเฝ้าติดตามดูว่า "มีผู้ถูกใจโพสต์ของเรากี่คนแล้ว" (ซึ่งผมก็เป็นเช่นนี้เหมือนกัน)  หากถูกใจมากจะรู้สึกภาคภูมิใจ นี่จึงเป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ผู้ใช้เฟสบุ๊คไม่ค่อยคัดเลือกเพื่อน ใครขอเป็นเพื่อนมาก็รับมันทั้งหมด  มีความเชื่อที่ว่า "มีเพื่อนเยอะ มีคนไลค์เยอะ จะเป็นผู้ที่ได้รับการยอมรับจากสังคม"  เช่น หากมีเพื่อน 2,000 คน กดไลค์ 10 เปอร์เซ็นต์ ก็ 200 ไลค์เข้าไปแล้ว ผมเชื่อว่า ไม่มีทางที่ใครจะรู้จักและมีเพื่อนได้เยอะแยะขนาดนี้ เขาแค่เป็นเพื่อนในโลกเสมือนจริงเท่านั้น
  • ไลน์ เป็นแอพพลิเคชั่นอีกแนวหนึ่งแตกต่างจากเฟสบุ๊ค เจ้าไลน์ตัวนี้ สร้างตำนานทั้งดีและไม่ดี มาให้เราได้รับทราบอยู่บ่อยๆ ไอ้อย่างที่ไม่ดีนี่ถึงขั้นทำร้ายร่างกาย และฆ่ากันตายก็เยอะ ครอบครัวแตกแยก สามีมีกิ๊ก ภรรยามีชู้ ก็เพราะเจ้าไลน์นี่แหละ หากใครตั้งค่ารับเป็นเพื่อนโดยอัติโนมัติแล้วจะมีเพื่อนเต็มไปหมด การแชทข้อความ รูปภาพ  สติ๊กเกอร์ ปลิวว่อนเป็นว่าเล่น มีทั้งดีและไม่ดี ใส่ร้ายป้ายสี ยุยง แต่มันก็มีข้อดีเยอะนะครับ อาทิ การใช้ไลน์กลุ่มในการทำงาน ส่งข้อความ เอกสาร ไฟล์ต่างๆ  การโทร.หากันฟรี เป็นต้น  

เมื่อก่อนเราทำกันอย่างไร
ผมแทบนึกไม่ออกว่า หากวันนี้เราไม่มีเฟสบุ๊ค และไลน์ แล้วจะติดต่อสื่อสารกันอย่างไร ผมจำได้ว่าผมเคยใช้การติดต่อสื่อสารตั้งแต่อดีตเรื่อยมา ตั้งแต่ จดหมาย โทรเลข วิทยุ แพ็คลิงค์ เพจเจอร์ โทรศัพท์บ้าน โทรศัพท์มือถือ (เครื่องใหญ่ๆ) จนกระทั้งถึงสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน ที่สามารถเนรมิตทุกอย่างตามสารพัดนึกในเครื่องเดียว และหากวันนี้ เราไม่มีเจ้าสมาร์ทโฟน เครื่องนี้ เราจะทำอย่างไร



คืนสู่สามัญ..ไร้เฟส ไร้ไลน์
ลองสังเกตุดูในปัจจุบัน ทุกครั้งที่ว่างเว้นจากกิจกรรมต่างๆ  ผู้คนต่างก็จะหยิบเจ้าสมาร์ทโฟนรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็กๆ ขึ้นมา แล้วก้มหน้า สไลด์ รูดๆ  พิมพ์ๆ แล้วก็หัวเราะ  ซึ่งผมก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ตอนนี้ผมรู้สึกรำคาญตัวเอง ที่ผมต้องคอยดูหน้าจอสี่เหลี่ยมผืนผ้าเล็ก เพื่อคอยติดตามว่าจะมีผู้คนแชร์เรื่องราวอะไรมาให้อ่านบ้าง 

ผมตัดสินใจเลิกเล่นเฟส เล่นไลน์ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ
  1. ผมอยากเป็นอิสระจากมัน ไม่เอาเวลาไปจดจ่ออยู่กับแอพฯ  ทั้งสองตัวนี้ 
  2. ผมอยากได้ความไว้เนื้อเชื่อใจกลับมาจากครอบครัว ว่าผมไม่มีเรื่องกิ๊กหรือเรื่องชู้สาว ใดๆ ทั้งสิ้น
  3. ผมอยากลองพัฒนาพฤติกรรมตัวเองใหม่ ไม่นั่งก้มหน้าอยู่กับจอสี่เหลี่ยม เพื่อเอาเวลาไปทำกิจกรรมอย่างอื่น
  4. ผมคิดว่าการติดต่อสื่อสารยังมีทางเลือกอีกหลายวิธี  ไม่จำเป็นต้องใช้มัน
การคืนสู่สามัญในครั้งนี้ อาจจะมีผลกระทบด้านการติดต่อสื่อสารอยู่บ้าง กับครอบครัว เพื่อนๆ  กลุ่มเพื่อน หรือกลุ่มที่ใช้ในการทำงาน โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา ที่ชอบสั่งงานทางไลน์ ผมก็ขอโทษด้วย แต่ทุกคนก็ยังติดต่อและสั่งงานผมได้ทางโทรศัพท์เช่นเดิม

ลองดูสักตั้ง เพื่อความเป็นอิสระของตัวเอง


**************************

พันเอก ดร.สุชาต จันทรวงศ์
16 ก.พ.2559               
อ่านต่อ >>