แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฏหมาย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กฏหมาย แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2562

อีกก้าวหนึ่งของความพยายามปกป้อง "ปะการัง" ของไทย

หากเป็นไปตามแผน ในปี พ.ศ.2563 จะมีกฏหมายที่ผู้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในประเทศไทย จะต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการดำน้ำ และผู้ช่วยผู้ควบคุมการดำน้ำ ที่มีคุณสมบัติและผ่านการอบรมตามที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำหนด และต้องมีบัตรประจำตัว (บัตรไกด์) แสดงไว้เป็นหลักฐานให้ตรวจสอบได้ทุกคน  

สถานภาพแนวปะการังในประเทศไทย
จากรายงานการสำรวจและประเมินสถานภาพและศักยภาพทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง : ปะการังและหญ้าทะเล ปี 2558 ของสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล ชายฝั่งทะเล และป่าชายเลน พบว่า สถานภาพแนวปะการังในประเทศไทยทั้งทางฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 148,955 ไร่ โดยภาพรวมยังถือว่าอยู่ในระดับเสียหายถึงเสียหายมากประมาณ 80% อยู่ในสภาพสมบูรณ์ปานกลาง 15% และ อยู่ในระดับสมบูรณ์ดีจนถึงดีมาก 5% สาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดความเสื่อมโทรมอย่างทันทีเป็นบริเวณกว้างทั่วประเทศคือการเกิดปะการังฟอกขาวเนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลสูงผิดปกติในปี 2553


ปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการังในท้องทะเลไทย 
ปัญหาที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการังในท้องทะเลไทย อาจแยกได้เป็น 2 ปัญหาคือ 1) ปัญหาที่เกิดจากมนุษย์  และ 2) ปัญหาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ดังนี้

ปัญหาที่เกิดจากมนุษย์ เช่น การพัฒนาชายฝั่ง การปล่อยน้ำเสียลงทะเล การขุดแร่ในทะเล การทิ้งขยะลงทะเล การระเบิดปลาในแนวปะการัง การใช้ยาเบื่อปลาในแนวปะการัง การลักลอบเก็บปะการัง การลักลอบขุดลอกรื้อแนวปะการัง การท่องเที่ยวในแนวปะการัง การเดินเหยียบย่ำ พลิกปะการัง การรั่วไหลของน้ำมันลงทะเล  เป็นต้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น การเกิดปลาดาวหนามระบาด การถูกพายุทำลาย การเกิดคลื่นสึนามิ การเกิดปะการังฟอกขาว อิทธิพลทางสมุทรศาสตร์ การเกิดโรคในปะการัง เป็นต้น


ผลกระทบจากการท่องเที่ยวในแนวปะการัง
ผลกระทบจากการท่องเที่ยวในแนวปะการัง ส่วนใหญ่จะเป็นกิจกรรมการดำน้ำในรูปแบบต่างๆ เช่น ประเภทที่ดำผิวน้ำ (Skin Diving)  มักจะยืนหรือเดินเหยียบย่ำบนแนวปะการังจนแตกหักเสียหาย นักท่องเที่ยวประเภทดำน้ำลึก (Scuba Diving) ที่อาจไม่ระมัดระวัง จนตีนกบกระแทกปะการังแตกหักเสียหาย นอกจากนั้น ในปัจจุบันมีการพัฒนารูปแบบการท่องเที่ยวในแนวปะการังอย่างหลากหลายมากยิ่งขึ้น เช่น การเดินใต้ทะเล (Sea walk) และการทดลองดำน้ำเป็นต้น (Try dive) นอกจากนั้น ยังมีการทิ้งสมอเรือในแนวปะการัง โดยไม่ได้เกี่ยวทุ่นลอยตามที่จัดเตรียมไว้ให้ เป็นต้น กิจกรรมเหล่านี้ล้วนมีแนวโน้มที่จะสร้างความเสียหายในแนวปะการังมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ  



ประกาศ เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการัง
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีหน้าที่ในการดูแลรักษาแนวปะการังในทะเลไทยโดยตรง พยายามที่จะหาแนวทางหรือวิธีการที่จะควบคุมผลกระทบจากการท่องเที่ยวดำน้ำในแนวประการัง เพราะเล็งเห็นว่า แนวประการังอาจถูกทำลายหรือได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงเข้าขั้นวิกฤตได้ จึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 22 และ มาตรา 23 ใน พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 ยกร่าง "ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการัง จากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ พ.ศ.........." ขึ้น  โดยมีสาระสำคัญ สรุปได้ดังนี้

"ผู้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำในประเทศไทย (รวมนอมินีชาวต่างชาติด้วย) ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมดำน้ำตื้น ดำน้ำลึก การทดลองการเรียนดำน้ำ และการเรียนดำน้ำ ต้องจัดให้มีผู้ควบคุมการดำน้ำ และผู้ช่วยผู้ควบคุมการดำน้ำ (ไม่จำกัดสัญชาติ ชาวต่างชาติก็เป็นได้) ที่มีคุณสมบัติและผ่านหลักสูตรการฝึกอบรมตามที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งกำหนด  และมีบัตรประจำตัว (บัตรไกด์) แสดงไว้เป็นหลักฐานให้สามารถตรวจสอบได้ หากผู้ประกอบกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำไม่ดำเนินการจะไม่สามารถจัดทำกิจกรรมดำน้ำนั้นๆ ได้" 

ผู้ควบคุมการดำน้ำ และผู้ช่วยผู้ควบคุมการดำน้ำ ในแต่ละกิจกรรมดำน้ำจะมีคุณสมบัติและความสามารถที่แตกต่างกันออกไป หน้าที่สำคัญของผู้ควบคุมและผู้ช่วยผู้ควบคุมการดำน้ำ ก็คือ ดูแลนักท่องเที่ยวดำน้ำให้มีความปลอดภัย  ให้ความรู้เรื่องปะการังและกฏหมายข้อห้ามต่างๆ ของประเทศไทย ที่สำคัญที่สุด คือ ควบคุมนักท่องเที่ยวดำน้ำของตนเอง ไม่ให้จับต้องสัมผัส เหยียบยืน หรือกระทำพฤติกรรมใดๆ ที่จะก่อให้เกิดผลกระทบหรือเกิดการทำลายปะการัง    

หมายเหตุ ประกาศฉบับนี้ ใช้บังคับเฉพาะการดำน้ำท่องเที่ยวในแนวปะการัง เท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการดำน้ำในพื้นที่อื่นๆ หรือการดำน้ำเพื่อการพักผ่อนเป็นการส่วนตัว        

หลักสูตรผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง
เมื่อวันที่ 15-16 ต.ค.2562 ผมได้มีโอกาสเข้ารับการอบรม "หลักสูตรผู้ควบคุมการท่องเที่ยวดำน้ำในบริเวณแนวปะการัง" ณ อาคารนวมินทราธิราช สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ในฐานะครูสอนดำน้ำลึกของสถาบัน PADI  ซึ่งถือว่าต่อไปจะต้องทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการดำน้ำ ตามประกาศกระทรวงฯ ที่จะประกาศใช้ในปี พ.ศ.2563  จัดการฝึกอบรมโดย กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง  และหลังจากประกาศฯ มีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมฯ จะต้องไปสอบข้อเขียนเพื่อขอรับบัตรประจำตัวผู้ควบคุมการดำน้ำ ในลำดับต่อไป หากสอบข้อเขียนไม่ผ่าน ก็ไม่ได้บัตร



การอบรมครั้งนี้ ใช้งบประมาณของสถาบันดำน้ำสากล Professional Association of Diving Instructors (PADI) ไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการแต่อย่างใด  เนื่องจากทางสถาบัน PADI มุ่งเพื่อให้ครูสอนดำน้ำของสถาบันที่สอนอยู่ในประเทศไทย ทั้งที่เป็นชาวไทยและชาวต่างชาติ ได้มีการเตรียมตัวให้พร้อมที่จะปฏิบัติตามกฏหมายของประเทศไทย ในโอกาสต่อไป




ใครที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ หากต้องการผ่านการฝึกอบรมและมีบัตรประจำตัว (อาจเรียกได้ว่าบัตรไกด์) เป็นผู้ควบคุมการดำน้ำ หรือผู้ช่วยผู้ควบคุมการดำน้ำ คงต้องรองบประมาณราชการปี 2563 ซึ่งทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีแผนจะฝึกอบรมอีกหลายรุ่น ก่อนที่ประกาศฯ เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการัง  จะมีผลบังคับใช้ในปี 2563 คงต้องติดตามข้อมูลข่าวสารกันต่อไป

"ประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรปะการัง จากกิจกรรมท่องเที่ยวดำน้ำ พ.ศ.........."  ฉบับนี้ ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของความพยายามปกป้อง "ปะการัง" ของไทย




*********************************
จุฑาคเชน : 17 ต.ค.2562
            

วันพฤหัสบดีที่ 9 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560

ทำความเข้าใจเรื่อง "โดรน" ไม่ต้องขึ้นทะเบียนก็บินได้

ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้ซื้อ "โดรน" ซึ่งมีขายอยู่ทั่วไปตามท้องตลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อถ่ายภาพนิ่งและภาพวิดีโอในมุมสูง เพื่อประกอบการผลิตวิดีโอรายการต่างๆ ของ "สถาบันราชบุรีศึกษา" ซึ่งเป็นสถาบันที่ไม่หวังผลกำไร ทำหน้าที่ในจัดการความรู้ของราชบุรี เพื่อถ่ายทอดให้คนรุ่นต่อไป   แต่ตอนนี้ รู้สึกว่าไปที่ไหน ก็มีแต่เจ้าหน้าที่ทั้งหลายสั่งห้ามไม่ให้บิน โดยไม่มีเหตุผลสมควรว่าเพราะอะไร 
จึงก่อให้เกิดคำถามขึ้นในใจของผมมากมายหลายเรื่อง  



ใครต้องขึ้นทะเบียนบ้าง
สรุปสาระสำคัญของ ประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศที่ไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ.2558 ที่นักบินโดรนทั้งหลายควรทราบ มีดังนี้

โดรน แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ
  1. ประเภทที่มีวัตถุประสงค์เพื่อเล่นเป็นงานอดิเรก เพื่อความบันเทิง หรือเพื่อการกีฬา แบ่งออกเป็น 2 ขนาด คือ
    1. มีน้ำหนัก ไม่เกิน 2 กิโลกรัม
    2. มีน้ำหนักเกิน 2 กิโลกรัมแต่ไม่เกิน 25 กิโลกรัม 
  2. ประเภทที่มีวัตถุประสงค์อื่นนอกจากข้อ 1 ที่มีน้ำหนักไม่เกิน 25 กิโลกรัม ดังนี้
    1. เพื่อรายงานเหตุการณ์หรือรายงานการจราจร (สื่อมวลชน)
    2. เพื่อการถ่ายภาพ การถ่ายทำหรือการแสดงในภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์
    3. เพื่อการวิจัยและพัฒนาอากาศยาน
    4. เพื่อการอื่นๆ
โดรนที่ น.น.ไม่เกิน 2 ก.ก. มีวัตถุประสงค์เพื่อเล่นเป็นงานอดิเรก บันเทิง และการกีฬา สามารถบินได้โดยไม่ต้องขึ้นทะเบียน แต่ผู้ควบคุมการบินต้องมีอายุเกินกว่า 18 ปีบริบูรณ์ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการบินที่กำหนด  

โดรนที่มี น.น.เกินกว่า 2 ก.ก.แต่ไม่เกิน 25 ก.ก.   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเล่นเป็นงานอดิเรก บันเทิง และการกีฬา สามารถบินได้โดยต้องขึ้นทะเบียน ผู้ควบคุมการบินต้องมีอายุไม่ต่ำกว่า 20 ปีบริบูรณ์ และปฏิบัติตามเงื่อนไขการบินที่กำหนด  

หากใครใช้โดรนไม่ว่าจะมี น.น.เท่าใดก็ตาม  (แต่ไม่เกิน 25 กก.) แต่มีวัตุประสงค์เพื่อรายงานเหตุการณ์ การจราจร ถ่ายภาพภาพยนตร์ รายการโทรทัศน์  วิจัยและพัฒนาอากาศยาน และเพื่อการอื่นๆ ต้องขึ้นทะเบียนทั้งสิ้น โดยแยกดังนี้
  1. เพื่อรายงานเหตุการณ์หรือการจราจร (สื่อมวลชน) ผู้ขึ้นทะเบียนต้องเป็นนิติบุคคล
  2. เพื่อการถ่ายภาพ การถ่ายทำหรือการแสดงในภาพยนตร์หรือรายการโทรทัศน์ ผู้ที่ขึ้นทะเบียนสามารถเป็นบุคคลธรรมดา (อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี)  หรือนิติบุคคล ก็ได้
  3. เพื่อการวิจัยและพัฒนาอากาศยาน ผู้ขึ้นทะเบียนต้องเป็นนิติบุคคล
  4. เพื่อการอื่นๆ ผู้ที่ขึ้นทะเบียนสามารถเป็นบุคคลธรรมดา (อายุไม่ต่ำกว่า 20 ปี) หรือนิติบุคคล ก็ได้
สำหรับเงื่อนไขการบินที่กำหนด ก็คือข้อปฏิบัติก่อนทำการบิน ระหว่างทำการบิน รวมทั้งข้อห้ามต่างๆ ซึ่งผู้ที่บินโดรน ควรศึกษาให้ดี 

ไม่ต้องขึ้นทะเบียน ก็บินได้
ผมอายุ 56 ปี ใช้โดรน ยี่ห้อ DJI รุ่น Phantom3 Standard น้ำหนักรวมแบตเตอรี่ 1.216 ก.ก. บินเพื่อการบันเทิง เช่น เวลาเดินทางไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ อย่างนี้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียน เพียงแต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการบินที่กำหนด  และต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่ที่จะทำการบินเสียก่อน เช่น
  • หากจะถ่ายภาพมุมสูงในอุทยานแห่งชาติ ก็ต้องได้รับอนุญาตจากหัวหน้าอุทยานฯ เสียก่อน
  • หากจะถ่ายภาพมุมสูงของวัดวาราอาราม ก็ต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าอาวาสฯ เสียก่อน
  • ฯลฯ
แต่หากจะบินถ่ายภาพความสวยงามของบ้านเมือง ตึกรามบ้านช่อง หมู่บ้าน ชุมชน หรือพื้นที่ที่มีคนมาชุมนุมอยู่ ต้องไม่บินเหนือสิ่งเหล่านี้  เพราะเป็นข้อห้าม (หากบินถ่ายภาพจากด้านข้าง ผมว่าน่าจะได้ครับ แต่ต้องห่างมากกว่า 30 เมตร และต้องไม่สูงเกิน 90 เมตร) 

บินงานกิจกรรมได้หรือไม่
กิจกรรมบางกิจกรรม สมควรที่จะมีการบันทึกภาพมุมสูงไว้ เช่น การเดิน-วิ่ง การขี่จักรยาน แข่งรถ แข่งเรือ ฯลฯ   ผมว่าสามารถบินได้นะครับ เพราะเป็นเรื่องของการกีฬา แต่ต้องขอนุญาตจากผู้จัดกิจกรรมเสียก่อน  ส่วนงานบวช งานแต่งงาน หรืองานประเพณีต่างๆ ก็ไม่น่าจะมีปัญหา เจ้าภาพคงให้บินอยู่แล้ว  โดยผู้ที่มีโดรน น.น.ไม่เกิน 2 ก.ก. สามารถบินได้เลย (ไม่จำเป็นต้องขึ้นทะเบียน)  แต่ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขการบินและข้อห้ามที่กำหนดไว้ในกฏหมาย     
   
ประกันภัยไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท
เงื่อนไขในการขึ้นทะเบียนต่างๆ ผมพอที่จะทำได้อยู่ครับ แต่มีอยู่ข้อหนึ่งคือ กรมธรรม์ประกันภัย ซึ่งคุ้มครองความเสียหายอันเกิดแก่ร่างกาย ชีวิต ตลอดจนทรัพย์สินของบุคคลที่สาม วงเงินประกันไม่ต่ำกว่า 1 ล้านบาทต่อครั้ง นี่แหละที่ทำให้ผมมีปัญหา  

รู้สึกแย่จัง ผมไม่ได้ซื้อโดรนเพื่อมาทำธุรกิจ เงินซื้อโดรนก็เงินของผมเอง ไหนจะต้องมาจ่ายค่าเบี้ยประกันอีกอย่างน้อยก็หลายพันบาทต่อปี แล้วก็ไม่รู้ว่า บริษัทประกันภัยใกล้บ้านเขาจะยอมทำประกันให้หรือปล่าว (เห็นเขาว่าต้องทำประกันกับบริษัทฯ ตามที่ทางราชการกำหนดไว้เท่านั้น ไม่ทราบว่าจริงเท็จแค่ไหน)



ด้วยเหตุนี้ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนวัตถุประสงค์การบินโดรน จากการถ่ายภาพประกอบการผลิตรายการเป็นการบินเพื่อการบันเทิงแทน เพื่อจะได้ไม่ต้องขึ้นทะเบียน เพราะโดรนของผม น.น.ไม่เกิน 2 ก.ก.

ที่ผมเขียนมายืดยาวนี้ มุ่งประสงค์เพื่อให้บรรดาข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฏหมายได้ทราบว่า  การบินโดรนนั้น สามารถบินได้ เจตนารมย์ของกฏหมายไม่ได้ริดรอนสิทธิของการบินโดรน ไม่ใช่เอะอะก็สั่ง "ห้ามบิน" อย่างเดียว โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร     
  

***************************
จุฑาคเชน 9 พ.ย.2560

อ่านเพิ่มเติม จิตอาสา..รับบินโดรนเพื่อประโยชน์ทางสังคม