แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ ความเชื่อ แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2557

การใช้ "หลักกาลามสูตร" รับมือกับการปฏิบัติการข่าวสาร (IOs) ด้านการเมือง


ต่อจาก การปฏิบัติการข่าวสาร (IOs) แท้จริง คือการโกหก ใช่หรือไม่


ปัจจุบัน การต่อสู้ทางการเมืองระหว่างระบอบทักษิณ รัฐบาลรักษาการณ์ และพรรคเพื่อไทย กับมวลมหาประชาชน (กปปส.) และกลุ่มเครือข่ายต่างๆ กำลังเข้มข้นด้วยการฏิบัติการข่าวสาร (IOs) เพื่อโน้มน้าวให้ประชาชนตัดสินใจสนับสนุนกลุ่มของตนเอง


ที่มาของภาพ
ASTVผู้จัดการ
ข่าวสารที่เข้ามาสู่ประชาชนมีมากมาย ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ เว็บไซต์ และเครือข่ายสังคมออนไลน์ต่างๆ ดังนั้นประชาชนจึงจำเป็นต้องมีวิธีการที่จะตัดสินใจว่าข่าวสารที่ได้รับมานั้นเป็นเท็จ เป็นจริง แค่ไหน ก่อนที่จะเชื่อในข่าวสารนั้นๆ แล้วตัดสินใจทำอย่างหนึ่งอย่างใดลงไป ผมเห็นว่าหลักกาลามสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงไว้ สามารถนำมาใช้ประกอบในการตัดสินใจครั้งนี้ได้เป็นอย่างดี


กาลามสูตร คือ พระสูตรที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่ชาวกาลามะ หมู่บ้านเกสปุตตนิคม แคว้นโกศล       กาลามสูตรเป็นหลักแห่งความเชื่อที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้ให้แก่พุทธศาสนิกชน ไม่ให้เชื่อสิ่งใด ๆ อย่างงมงายโดยไม่ใช้ปัญญาพิจารณาให้เห็นจริงถึงคุณหรือโทษ ดีหรือไม่ดี ก่อนที่จะเชื่อ ซึ่งมีหลักอยู่ 10 ประการ ได้แก่ (ขออนุญาตปรับปรุงคำพูดให้เข้าใจง่ายๆ ครับ)

  1. อย่าเชื่อ ด้วยการฟังหรือการบอกเล่าต่อๆ กันมา
  2. อย่าเชื่อ เพราะว่าเป็นสิ่งที่เขาทำตามๆ กันมา  
  3. อย่าเชื่อ เพราะว่าเขาเล่าลือกันกระฉ่อนไปหมดว่ามันเป็นความจริง
  4. อย่าเชื่อ เพราะว่ามันมีอ้างอยู่ในตำรา หนังสือ หรือทฤษฎี
  5. อย่าเชื่อ เพราะว่ามันเป็นตรรก หรือจากการคำนวณ
  6. อย่าเชื่อ โดยการอนุมานเทียบเคียง หรือการคาดคะเนเอาเอง
  7. อย่าเชื่อ โดยการตรึกตรองเอาตามอาการ
  8. อย่าเชื่อ เพราะมันตรงกับความเชื่อหรือทฤษฎีของตัวเอง 
  9. อย่าเชื่อ เพราะมองเห็นรูปร่างลักษณะที่น่าเชื่อถือได้
  10. อย่าเชื่อ เพราะผู้ที่บอกเป็นครู อาจารย์ของเรา

ข่าวสารที่เราได้รับตอนนี้ มันมีทั้งความจริง ความเท็จ และทั้งความจริงบวกกับความเท็จ  ดังนั้นหลักกาลามสูตรจึงสามารถนำมาใช้ตัดสินใจขั้นต้นได้ว่า "เราจะเชื่อในข่าวสารนั้นหรือไม่อย่างไร"  หลังจากนั้นนำข่าวสารที่คิดว่าน่าเชื่อหรือเชื่อถือได้มาประมวลผลกับข้อเท็จจริงต่างๆ ประกอบกัน ก็จะทำให้เราเกิดปัญญาสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง




ความคาดหวังที่ "ผู้สร้างข่าว" ต้องการให้ "ผู้ที่รับข่าว" แล้ว เกิดการกระทำตามที่ตนเองต้องการได้ ถือว่าการสร้างข่าวนั้นประสบความสำเร็จ แต่ก็ไม่จำเป็นเสมอไปขึ้นอยู่กับจินตนาการของผู้สร้างข่าวเอง กับข้อเท็จจริงของผู้รับข่าว ซึ่งมีความแตกต่างกัน ตัวอย่าง เช่น 

ผู้สร้างข่าว บอกว่ามีเงินอยู่ 10 บาท ซื้อของไป 3 บาท จะได้เงินทอน 7 บาท 
ผู้รับข่าวท่านที่ 1 บอกว่าไม่จริง จะได้เงินทอนแค่ 2 บาท
ผู้รับข่าวท่านที่ 2 บอกว่าไม่จริง จะได้เงินทอนแค่ 1 บาท
ผู้รับข่าวท่านที่ 3 บอกว่าจริง
ผู้รับข่าวท่านที่ 4 บอกว่าไม่จริง เพราะไม่ต้องทอน 

(ปรังปรุงจาก FB : CreativeGuru)  



ที่มาของภาพ : I Like The Cut Of His Jib !!
จินตนาการและข้อเท็จริงที่แตกต่างกัน
ผู้สร้างข่าว มีเหรียญ 10 บาท จึงได้เงินทอน 7 บาท
ผู้รับข่าวท่านที่ 1 มีเหรียญ 5 บาท 2 เหรียญ จ่ายเหรียญ 5 บาทไป จึงได้เงินทอนแค่ 2 บาท
ผู้รับข่าวท่านที่ 2 มีเหรียญ 5 บาท 1 เหรียญ เหรียญ 2 บาท 2 เหรียญ และเหรียญ 1 บาท 1 เหรียญ จ่ายเหรียญ 2 บาท ไป 2 เหรียญเพื่อซื้อของ จึงได้เงินทอนแค่ 1 บาท
ผู้รับข่าวท่านที่ 3 บอกว่าจริง เพราะเขามีเงินเหมือนผู้สร้างข่าว
ผู้รับข่าวท่านที่ 4  มีเหรียญ 5 บาท 1 เหรียญ และเหรียญบาท 5 เหรียญ เขาจ่ายเหรียญบาทซื้อของไป 3 เหรียญ จึงไม่ต้องทอน

ท่ามกลางกระแสการเมืองที่ร้อนแรงอยู่ในขณะนี้ หลักกาลามสูตรที่พระพุทธองค์ได้ทรงให้ไว้ ถือว่าเป็นเครื่องมือที่ดีที่สุดที่จะทำให้เราสามารถแยกแยะได้ว่า อะไรคือสิ่งที่เราควรเชื่อและตัดสินใจทำตาม คนไทยทุกคนต้องตัดสินใจ แต่หากเรานิ่งเฉย ปล่อยวางเสีย ไม่สนใจใยดีเหตุบ้านการเมือง วันหนึ่งประเทศไทยอาจจะถูกเปลี่ยนแปลงการปกครองก็เป็นได้     


ข่าวสาร--->หลักกาลามสูตร--->เชื่อถือได้--->ประมวลผล--->สารสนเทศ--->ปัญญา--->การตัดสินใจ


*************************************
ชาติชาย  คเชนชล : 6 มี.ค.2557 

อ้างอิง

วันศุกร์ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2555

ความหมายของตัวเลข

ระหว่างเดินทางไปต่างจังหวัด ผมแวะเข้าพักรถในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง มีศาลาเล็กๆ เป็นสถานที่จำหน่ายหวยรัฐบาลราคาถูก ทั้งปลีกและส่ง มีป้ายเขียนเกี่ยวกับความหมายของตัวเลขต่างๆ เขาบอกว่าหากมีไว้ที่บ้าน ที่ร้าน จะเป็นการเสริมมงคล  เลยเก็บมาฝาก ลองอ่านความหมายของตัวเลขแต่ละตัวเอาเองนะครับ

0  =  จุดเด่นที่ทุกคนคิดถึง
1  =  เป็นหนึ่งเดียวในทุกเรื่อง งาน เงิน ความรัก
2  =  ทำอะไรราบรื่น ง่ายดาย ความรักราบรื่น
3  =  ไตรสาม คือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์/ ฮก-ลก-ซิ่ว สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง
4  =  เลขของจักพรรดิ์จิ๋นซี แสดงถึงความรักความจริงใจของเพื่อน
5  =  ค้าขายรุ่งเรือง (เจริญๆ)
6  = ทิศทั้ง 6 สะท้อนแต่สิ่งดีๆ
7  = ดีทั้ง 7 วัน หมายถึงกำลังใจต้องอดทนต่อสู้อย่าท้อแท้
8  = โป๊ยเซียน เทพเจ้าทั้งแปดแห่งความเป็นศิริมงคล มั่งคั่ง รวยไม่มีที่สิ้นสุด  เฮงๆ
9  =  ก้าวหน้ารุ่งเรื่อง  เดินทางสู่จุดหมายประสบความสำเร็จ

มีไว้ที่บ้าน,  ร้าน เสริมมงคล


เขาเขียนเอาไว้แค่นี้แหละครับ แต่ไม่อธิบายต่อว่า การมีไว้ที่บ้าน ที่ร้านนั้น วิธีการที่มีจะต้องทำอย่างไร เลขทั้ง 10 ตัว จะติดไว้ตรงไหน เขียนติดเลยหรือปล่าว หรือต้องไปซื้อของมงคลมาตามจำนวนตัวเลข  ซึ่งผมก็ไม่ค่อยเข้าใจ  ศาลาขายหวยวันนั้นก็ปิดอยู่ ไม่มีเจ้าของ ผมก็เลยไม่รู้จะถามใครดี ใครรู้ช่วยอธิบายเรื่องนี้ให้ฟังด้วยก็จะดีครับ



*********************
จุฑาคเชน : 28 ธ.ค.2555      

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

ไอน์สไตน์คิดอย่างไรกับศาสนาพุทธ

ผมได้อ่านพบเรื่องราวนี้ ในหนังสือสวดมนต์ชื่อ "เสบียงทิพย์" ที่ได้รับมอบจากผู้ใจดีท่านหนึ่ง ในบทความที่ชื่อว่า "ศาสนาพุทธ หนทางแห่งความสุข"  โดยเรื่องไอน์สไตน์คิดอย่างไรกับศาสนาพุทธนี้ ได้อ้างอิงมาจากหนังสือ "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" ซึ่งเขียนโดย ทันตแพทย์สม สุจีรา

หนังสือ
"ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น"
ที่มาของภาพ
วิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เรื่องราวเริ่มต้นมาจาก กาลามสูตร หรือหลักในการพิจารณา 10 อย่าง ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสไว้ เป็นสิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้กับชาวตะวันตกมากที่สุด   ได้แก่
  1. อย่าเพิ่งเชื่อด้วยการได้ยินได้ฟังตามกันมา
  2. อย่าเพิ่งเชื่อด้วยการถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา
  3. อย่าเพิ่งเชื่อด้วยการตื่นข่าวลือ
  4. อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยอ้างตำรา
  5. อย่าเพิ่งเชื่อถือตรรก หรือเหตุผล
  6. อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการคาดคะเน
  7. อย่าเพิ่งเชื่อถือด้วยการคิดตรองอาการที่ปรากฏ
  8. อย่าเพิ่งเชื่อถือเพราะเข้ากับความเห็นของตน
  9. อย่าเพิ่งเชื่อถือเพราะผู้พูดมีรูปลักษณะน่าเชื่อถือ
  10. อย่าเพิ่งเชื่อถือเพราะเห็นว่าสมณะนี้หรือผู้นี้เป็นครูของเรา
พระพุทธเจ้า ท่านไม่ต้องการให้มีความเชื่อใดๆ โดยไม่ใช่ปัญญา ศาสนาพุทธเป็นศาสนาแห่งความมีเหตุผล ไม่เน้นความเชื่อ ไม่เน้นศรัทธา ไอน์สไตน์ ได้มาศึกษาพุทธศาสนา แล้วได้อ่านกาลามสูตร นี้ ก็เกิดแปลกใจว่า มีศาสนาที่สอนไม่ให้เชื่ออะไรง่ายๆ แบบนี้อยู่ด้วยหรือ ไอน์สไตน์เกิดความประทับใจ และเขียนบทความเผยแพร่แก่ชาวโลกว่า 

"ศาสนาแห่งอนาคต เป็นศาสนาแห่งจักรวาล ศาสนาซึ่งตั้งอยู่บนประสบการณ์ ซึ่งปฏิเสธความเชื่อที่ไร้ข้อพิสูจน์ หากมีศาสนาใดศาสนาหนึ่ง ซึ่งพอจะรับมือกับความต้องการทางวิทยาศาสตร์ได้ละก็ ศาสนานั้น คือ ศาสนาพุทธ"

ไอน์สไตน์ยังกล่าวต่อว่า
"ศาสนาพุทธมีคุณลักษณะที่เราคาดหวังว่า จะเป็นศาสนาแห่งจักรวาล ศาสนาพุทธไม่ยึดติดกับพระเจ้า ไม่ส่งเสริมความเชื่อที่งมงาย ไม่เกี่ยวข้องกับเทวะนิยม ศาสนาพุทธเกี่ยวพันกับธรรมชาติ และจิตวิญญาณ โดยถือว่าเป็นองค์รวมเดียวกันอย่างมีความหมาย ศาสนาที่แท้จริงต้องไม่วางอยู่บนความกลัวชีวิต ความกลัวตาย และศรัทธาอย่างไม่ลืมหูลืมตา แต่เชื่อด้วยความพากเพียรตามความรู้ที่มีเหตุผล"

ฯลฯ

นี่เป็นเพียงบางส่วนที่ อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้กล่าวถึงศาสนาพุทธเท่านั้น หากท่านใดต้องการอ่านอย่างละเอียดสามารถหาอ่านเพิ่มเติมได้ในหนังสือ "ไอน์สไตน์พบ พระพุทธเจ้าเห็น" ดังรูปหนังสือตัวอย่างที่แนบมาด้านบนนี้ครับ

ขนาดไอน์สไตน์ ท่านยังเห็นว่าศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์มีเหตุมีผล  แต่ปัจจุบันคนในสังคมไทย ซึ่งส่วนใหญ่นับถือศาสนาพุทธ  กลับไร้เหตุไร้ผลลงเรื่อยๆ  ยึดติดอัตตา ตัวกู ของกู พวกกู  ขาดความเกรงกลัวและละอายใจต่อการทำบาป  ปล่อยให้ความโลภ โกรธ หลง เข้ามาครอบงำ ผ่านทาง ลาภสักการะ ยศ สรรเสริญ และอำนาจ 


*****************************
ที่มา :
ธรรมพุทธบริษัท. (______). ศาสนาพุทธหนทางแห่งความสุข. เสบียงทิพย์.กรุงเทพฯ : กิตติชัยการพิมพ์.

วันจันทร์ที่ 26 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ครั้งแรกที่เข้าร่วมหล่อพระฯ


เมื่อวันที่ 25 ก.ค.2553 มีญาติมาบอกว่า วันนี้มีพิธีเททองหล่อพระใหญ่ ชื่อ "พระพุทธศรีสุวรรณภูมิ"  ที่วัดโขลงสุวรรณคีรี  ต.คูบัว อ.เมือง จ.ราชบุรี เวลาประมาณ 15:09 น. ซึ่งผมไม่เคยร่วมพิธีหล่อพระเลย จึงตัดสินใจพาครอบครัวไปร่วมเป็นครั้งแรก

เมื่อไปถึงวัด มีผู้คนที่เลื่อมใสศรัทธามาร่วมพิธีในครั้งนี้กันจำนวนมาก   ผมและครอบครัวทำบุญ 500 บาท แล้วเขียนข้อความอุทิศส่วนกุศลให้พ่อ แม่ และบรรพบุรษที่ล่วงลับไปแล้ว ลงในทองแท่ง และเขียนชื่อ-สกุล  วันเกิดตนเอง ลงในแผ่นทองคำสี่เหลี่ยม  จากนั้น นำไปใส่ในจานและธูปเทียนดอกไม้ ที่ทางวัดเตรียมไว้ให้ พร้อมใส่เงินค่าครูจำนวน 108 บาทลงไปในจาน (จริงๆ แล้วจำนวนเงินให้เป็นไปตามวันเกิดแต่ผมจำไม่ได้ และพระที่เป็นพิธีกรก็แนะว่า หากโยมจำไม่ได้ก็ใสไป 108 บาทเลย) ต่อจากนั้นถือจานเข้าไปนั่งเก้าอี้ในเต็นท์ที่สร้างเป็นปะรำพิธี มีเชือกสายสิญจน์ ขึงเป็นตารางสี่เหลี่ยมบริเวณด้านบนเพดานเต็นท์  และมีเชือกสายสิญจน์โยงลงมาเป็นเส้นๆ ตามเก้าอี้นั่ง เชือกสายสิญจน์ นี้ผูกเชื่อมโยงมาจากองค์พระที่จะหล่อ ล้อมรอบบริเวณพิธีหล่อ  บริเวณพิธีสงฆ์  และแท่นบูชาพระเคราะห์ของพิธีพราหมณ์   และตลอดการกระทำพิธี  ให้ทุกคนเอาสายสิญจน์มาพันรอบศีรษะเอาไว้ ห้ามเอาออก  พิธีนี้เรียกว่า "พิธีสวดนพเคราะห์"  ซึ่งใช้เวลากว่า 2 ชั้วโมง

ผมลองเข้าไปค้นหาจากอินเตอร์เน็ต ได้พบว่า พิธีนพเคราะห์นั้น เป็นพิธีเสริมดวงชะตาด้วยการบูชาเทวดาซึ่งเข้ามาเสวยอายุ เทวดาแต่ละวันย่อมให้คุณให้โทษต่างกันตามวาระแห่งกำลังที่เสวยอายุตามกำลังแห่งวัน เดือน ปี ที่พระเคราะห์เข้านั้นให้คุณกับเจ้าชะตา ก็จะมีความเจริญ มีลาภ มียศ มีสุข มีสรรเสริญ ปราศจากศัตรูและโรคภัยเบียดเบียน ถ้าพระเคราะห์ใดเข้ามาเสวยอายุแล้วให้โทษ ก็จะมีแต่ทุกข์ร้อน เสียทรัพย์สินเงินทองต่างๆ นานา  ดังนั้น โบราณจารย์ท่านจึงให้บูชา "พระเคราะห์" เพื่อบำบัดความชั่วร้ายและส่งเสริมเจ้าชะตาให้ดีขึ้น เสมือนผ่อนหนักให้เป็นเบา ท่านที่ดีอยู่แล้ว ก็ให้ดียิ่งๆ ขึ้นไป

ในสมัยโบราณนิยมทำกันในหมู่ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เท่านั้น โดยเริ่มกำเนิดมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4  ซึ่งพระองค์ทรงเป็นปราชญ์ทางโหราศาสตร์และดาราศาสตร์อีกด้วย พระองค์ท่านนำพิธีระหว่างพุทธและพราหมณ์มาผสมผสานกัน หมายถึง ต้องมีพระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์และมีโหรอ่านโองการบวงสรวงเทพยดาประจำวันเกิด สลับกันไปซึ่งเป็นการยุ่งยากและต้องเสียค่าใช้จ่ายมาก เนื่องด้วยต้องมีสถานที่ เครื่องสังเวย บัตรพลีให้ถูกต้องตามตำราด้วย

ในขั้นตอนพิธี จะต้องมีตัวแทนผู้ที่เข้าร่วมพิธี ที่เกิดในวันนั้นๆ ไปจุดเทียนและธูปบูชาเทวดาประจำในแต่ละวันด้วย เริ่มต้นจากวันอาทิตย์ จันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ พฤหัส พุธกลางคืน และศุกร์ ผมเองเผอิญได้เป็นตัวแทนผู้เข้าร่วมพิธีที่เกิดวันศุกร์ ไปจุดเทียนธูปสีฟ้า (แต่ละวันจะมีสีของเทียนและธูปตามสีของวันนั้นๆ) สุดท้ายเจ้าภาพ ก็คือเจ้าอาวาสวัดโขลงสุวรรณคิรีจะเป็นผู้จุดเทียนธูปบูชาพระเกตุ เรื่องชื่อเทวดาและพระต่างๆ นั้นผมก็จำไม่ค่อยได้นัก ท่านผู้อ่านคงต้องไปศึกษาเอาเอง 

หลังจากจบพิธีสวดนพเคราะห์แล้วก็เป็นพิธีการหล่อพระ โดยจะมีเจ้าหน้าที่มารับทองแท่งและแผ่นทองคำสี่เหลี่ยมนำไปใส่ในเบ้าหลอมเพื่อเทองค์พระ  เงินค่าครูก็จะรวบรวมใส่บาตรเพื่อทำบุญให้วัดเป็นส่วนรวม สำหรับดอกไม้ธูปเทียนให้เรานำไปไหว้ที่เบ้าหล่อองค์พระเมื่อเสร็จพิธี ส่วนสายสิญจน์ที่พันรอบศีรษะในขณะทำพิธีนั้น ให้แต่ละคนนำติดตัวกลับบ้านไปเพื่อเป็นสิริมงคลได้

พิธีเททองหล่อพระนี้ เป็นพิธีที่ผมรู้สึกว่ามีความศักดิ์สิทธิ์มาก มีพระสงฆ์ที่มีวิชาคาถาอาคมนั่งปรกในบริเวณพิธีทั้งสี่ทิศ บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงสวดมนต์ของพระ เสียงการบวงสรวงเทพยดาของพราหมณ์ในพิธี  โดยเฉพาะเสียงของฆ้อง สังข์ และแตร ยิ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้ชวนขนลุกและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น

ในช่วงเวลาการทำพิธีอยู่นั้น ผมได้คิดย้อนหลังไปถึงพิธีหล่อพระในสมัยโบราณ ว่าผู้ที่ช่วยกันหล่อพระสมัยนั้น คงมีจิตศรัทธาเลื่อมใสอย่างแนวแน่ในความเชื่อแห่งบุญกุศล และความเชื่อในหลักธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และทำให้นึกต่อไปอีกว่า พระพุทธรูปที่งดงามหลายองค์ ที่เราเห็นทุกวันนี้  ไม่ว่าจะหล่อในสมัยสุโขทัย อยุธยา หรือช่วงต้นรัตนโกสินทร์  ล้วนแล้วเริ่มต้นมาจากพิธีที่น่าเลื่อมใส มีความศักดิ์สิทธิ์ อย่างนี้แทบทั้งสิ้น..เป็นพิธีที่มีกุศโลบายหลายอย่างที่สอนให้คน มีความละอายใจและเกรงกลัวต่อการทำบาป ได้อย่างแยบยล...



ผมคิดว่า..หากทุกท่านมีโอกาส ก็ควรจะไปร่วมพิธีหล่อพระให้ได้สักครั้ง ก็จะเป็นสิริมงคลกับชีวิตสืบไป...

วันอังคารที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2553

พฤษภาเสริมบารมี

ไม้มงคล 9 ชนิดในการก่อสร้างอาคารบ้านเรือน ก่อนทำการก่อสร้างนิยมทำพิธีวางศิลาฤกษ์ โดยใช้ไม้มงคล 9 ชนิดปักกับพื้นดิน ไม้ทั้ง 9 ชนิด มีชื่อเนมงคลนามดังนี้


  1. ราชพฤกษ์ (คูน) -ความเป็นใหญ่และมีอำนาจวาสนา
  2. ขุนุน -หนุนให้ดีขึ้น ร่ำรวยขึ้น ทำอะไรจะมีผู้ให้การเกื้อหนุน
  3. ชัยพฤกษ์ -การมีโชคชัย ชัยชนะ
  4. ทองหลาง - มีเงินมีทอง
  5. ไผ่สีสุก - มีความสุข
  6. ทรงบาดาล - ความมั่นคง หรือทำให้บ้านมั่นคงแข็งแรง
  7. สัก - ความมีศักดิ์ศรี ความมีเกียรติ
  8. พะยูง - การพยุงฐานะให้ดีขึ้น
  9. กันเกรา - ป้องกันภัยอันตรายต่างๆ หรืออีกชื่อหนึ่งว่าตำเสา ซึ่งอาจหมายถึงทำให้เสาเรือนมั่นคง
ไม้มงคลประจำวันเกิดหลายคนอาจเคยคิดอยากปลูกต้นไม้สักต้น แต่ไม่รู้ว่าจะปลูกต้นอะไรดี ไม้ดอก ไม้ใบ หรือไม้ผลดีนะ หากคิดไม่ออกลองเอาไม้มงคลประจำวันเกิดมาให้เลือกปลูกตามแต่ใจชอบ ถึงแม้ใครจะไม่เชื่อตามโบราณ ก็น่าจะลองเลือกปลูกไม้มงคลตามวันเกิดดูสักต้น เพราะการปลูกต้นไม้ย่อให้ประโยชน์แก่ผู้ปลูก
  1. วันอาทิตย์-โป๊ยเซียน (ดอกเหลือง-ส้ม)-ไม้แห่งโชคลาภ
    -โกศล -คุ้มครองให้อยู่เย็นเป็นสุข
    -จำปา-ต้นไม้นำโชค
    -ราชพฤกษ์(คูน) -ช่วยให้มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี
    -กุหลาบ(ดอกเหลือง-ส้ม)-ความสง่างาม ภาคภูมิ
    -ชบา(ดอกเหลือง-ส้ม),ชุมเห็ดเทศ
  2. วันจันทร์-วาสนา-เกิดแรงบันดาลตามความปรารถนา
    -มะลิ-ทำให้คนในบ้านมีความบริสุทธิ์
    -มะม่วง-ทำให้ผู้ปลูกร่ำรวย
    -กวนอิม-ฐานะดี เกิดความร่ำรวย
    -จำปี-การงานก้าวหน้า
    -มะยม-ผู้คนนิยมชมชอบ
    -พลูด่าง-เจริญงอกงามในชีวิต
    -กระถิน-ป้องกันเสนียดจัญไร
    -แก้ว-จิตใจบริสุทธิ์ใสดุจแก้ว
    -บัวบก, มะละกอ, โป๊ยเซียน(ดอกขาว-เหลือง),ฝรั่ง,โกศล,ราตรี,ชะพลู
  3. วันอังคาร-เข็ม(ดอกแดง-ชมพู)-เกิดความคิดอ่านที่ดี
    -พญายอ-ชีวิตราบรื่นเป็นสุขสมบูรณ์
    -ชบา(ดอกแดง-ชมพู) -การงานก้าวหน้าไร้อุปสรรค
    -กุหลาบ(ดอกแดง-ชมพู),โป๊ยเซียน(ดอกแดง-ชมพู),อัญชัน,โกศล
  4. วันพุธ-กล้วย-ร่มเย็น สุขกายสบายใจ
    -กวนอิม,วาสนา,พลูด่าง,โป๊ยเซียน(ดอกเหลือง),มะละกอ,ราชพฤกษ์,ชบา(ดอกเหลือง),โกศล,กุหลาบ(ดอกเหลือง)
  5. วันพฤหัสบดี-พุด(ดอกขาว)-ความเจริญมั่นคง
    -มะลิ,จำปี,ราตรี,มะละกอ,กุหลาบ(ดอกขาว),แก้ว
  6. วันศุกร์-อัญชัน-ประสบความสำเร็จในชีวิต
    -กุหลาบ(ดอกแดง-ชมพู),เข็ม(ดอกแดง-ชมพู),โกศล,ชบา(ดอกแดง-ชมพู),โป๊ยเซียน(ดอกแดง-ชมพู)
  7. วันเสาร์-วาสนา,มะลิ,กวนอิม,ชมพู่,จำปี,จำปา,มะละกอ,ฝรั่ง,มะม่วง,ราชพฤกษ์(คูน)
ปลูกต้นไม้ตามทิศ
  1. ทิศอุดร(ทิศเหนือ)-ส้มป่อย-ขับไล่ภูติผีปีศาจ
    -ส้มซ่า-ลูกหลานมีชื่อเสียงขจรขจายซูซ่าไปทั่วเมือง
    -มะเดื่อ
  2. ทิศพายัพ(ทิศตะวันตกเฉียงเหนือ)-มะพูด,มะกรูด,มะนาว
  3. ทิศประจิม(ทิศตะวันตก)-มะขาม-คนเกรงขามน่ากลัว
    -มะยม-เพื่อให้คนนิยม
    -พุทรา-คนนิยมไม่สร่างซา
  4. ทิศหรดี (ทิศตะวันตกเฉียงใต้)-ขนุน-มีคนสนับสนุนอุดหนุนจุนเจือ
    -สะเดา-ป้องกันภูติผีปีศาจ
    -พิกุล,ราชพฤกษ์
  5. ทิศทักษิณ(ทิศใต้)-มะม่วง,มะพลับ,ตะโก
  6. ทิศอาคเนย์(ทิศตะวันออกเฉียงใต้)-สารภี,ยอ,กระถิน
  7. ทิศบูรพา(ทิศตะวันออก)-ไผ่สีสุก-ความมั่งมีศรีสุขหรืออยู่เย็นเป็นสุข
    -กุ่ม-เก็บเงินไว้ได้เป็นกลุ่มเป็นก้อน ฐานะมั่นคง
    -มะพร้าว
  8. ทิศอิสาน (ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ)-ทุเรียน-เป็นผู้คงแก่เรียน
    -มะตูม-ป้องกันเสนียดจัญไร
    -ไผ่รวก
ต้นไม้ที่เป็นมิ่งขวัญของคนเกิดในปีนักษัตรต่างๆ
  1. ปีชวด-ต้นมะพร้าว และต้นกล้วย
  2. ปีฉลู-ต้นตาล
  3. ปีขาล-ขนุนสำมะลอ ต้นรัง
  4. ปีเถาะ-ต้นมะพร้าว
  5. ปีมะโรง-ต้นงิ้ว และกอไผ่
  6. ปีมะเส็ง-กอไผ่ และต้นรัง
  7. ปีมะเมีย-ต้นกล้วย
  8. ปีมะแม-ปาริชาตและไผ่ป่า
  9. ปีวอก-ขนุน
  10. ปีระกา-ยางและฝ้ายเทศ
  11. ปีจอ-สำโรง และบัวหลวง
  12. ปีกุน-บัวหลวง
ที่มา :
สวนพฤกษศาสตร์วรรณคดีภาคกลาง จ.ราชบุรี. (2553). แผ่นพับประชาสัมพันธ์พฤกษาเสริมบารมี.แจกจ่ายในงานกาชาดเที่ยวราชบุรี ปี 2553.

วันพุธที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2552

วิธีการสร้างบุญบารมี

มาสร้างบุญบารมีกันเถอะ
เพื่อนๆ ส่งเรื่องราวดีๆ มาให้เลยนำมาใว้ใน Blog นี้ เพื่อเป็นอานิสงค์ต่อไป
  1. นั่งสมาธิ อย่างน้อยวันละ 15 นาที(หรือเดินจงกรมก็ได้) อานิสงส์ --- เพื่อสติปัญญาที่เฉลียวฉลาดขึ้นทั้งภพนี้และภพหน้า เพื่อจิตใจที่สว่างผ่อนปรนจากกิเลส ปล่อยวางได้ง่าย จิตจะรู้วิธีแก้ปัญหาชีวิตโดยอัตโนมัติ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองไม่มีวันอับจน ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพกายและจิตแข็งแรง เจ้ากรรมนายเวรและญาติมิตรที่ล่วงลับจะได้บุญกุศล
  2. สวดมนต์ด้วยพระคาถาต่างๆอย่างน้อยวันละครั้งก่อนนอน อานิสงส์ --- เพื่อให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองชีวิต หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้า เงินทองไหลมาเทมา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง จิตจะเป็นสมาธิได้เร็ว แนะนำพระคาถาพาหุงมหากา , พระคาถาชินบัญชร ,พระคาถายอดพระกัณฑ์ไตรปิฎก เป็นต้น เมื่อสวดเสร็จต้องแผ่เมตตาทุกครั้ง
  3. ถวายยารักษาโรคให้วัด , ออกเงินค่ารักษาให้พระตามโรงพยาบาลสงฆ์ อานิสงส์ --- ก่อให้เกิดสุขภาพร่มเย็นทั้งครอบครัว โรคที่ไม่หายจะทุเลา สุขภาพกายจิตแข็งแรง อายุยืนทั้งภพนี้และภพหน้า ถ้าป่วยก็จะไม่ขาดแคลนการรักษา
  4. ทำบุญตักบาตรทุกเช้า อานิสงส์--- ได้ช่วยเหลือศาสนาต่อไปทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ขาดแคลนอาหาร ตายไปไม่หิวโหย อยู่ในภพที่ไม่ขาดแคลน ข้าวปลาอาหารอุดมสมบูรณ์
  5. ทำหนังสือหรือสื่อต่างๆเกี่ยวกับธรรมะแจกฟรีแก่ผู้คนเป็นธรรมทาน อานิสงส์ --- เพราะธรรมทานชนะการให้ทานทั้งปวง ผู้ให้ธรรมจึงสว่างไปด้วยลาถยศ สรรเสริญ ปัญญา และบุญบารมีอย่างท่วมท้น เจ้ากรรมนายเวรอโหสิกรรมให้ ชีวิตจะเจริญรุ่งเรืองอย่างไม่คาดฝัน
  6. สร้างพระถวายวัด อานิสงส์ --- ผ่อนปรนหนี้กรรมให้บางเบา ให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง ครอบครัวเป็นสุขได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนาตลอดไป
  7. แบ่งเวลาชีวิตไปบวชชีพรามณ์ หรือบวชพระอย่างน้อย 9 วันขึ้นไป อานิสงส์ --- ได้ตอบแทนคุณพ่อแม่อย่างเต็มที่ ผ่อนปรนหนี้กรรมอุทิศผลบุญให้ญาติมิตรและเจ้ากรรมนายเวร สร้างปัจจัยไปสู่นิพพานในภพต่อๆไป ได้เกิดมาอยู่ในร่มโพธิ์ของพุทธศาสนา จิตเป็นกุศล
  8. บริจาคเลือดหรือร่างกาย อานิสงส์ --- ผิวพรรณผ่องใส สุขภาพแข็งแรง ช่วยต่ออายุ ต่อไปจะมีผู้คอยช่วยเหลือไม่ให้ตกทุกข์ได้ยาก เทพยดาปกปักรักษา ได้เกิดมามีร่างกายที่งดงามในภพหน้า ส่วนภพนี้ก็จะมีราศีผุดผ่อง
  9. ปล่อยปลาที่ซื้อมาจากตลาดรวมทั้งปล่อยสัตว์ไถ่ชีวิตสัตว์ต่างๆ อานิสงส์ --- ช่วยต่ออายุ ขจัดอุปสรรคในชีวิต ชดใช้หนี้กรรมให้เจ้ากรรมนายเวรที่เคยกินเข้าไป ให้ทำมาค้าขึ้น หน้าที่การงานคล่องตัวไม่ติดขัด ชีวิตที่ผิดหวังจะค่อยๆฟื้นคืนสภาพที่สดใส เป็นอิสระ
  10. ให้ทุนการศึกษา , บริจาคหนังสือหรือสื่อการเรียนต่างๆ , อาสาสอนหนังสือ อานิสงส์ --- ทำให้มีสติปัญญาดี ในภพต่อๆไปจะฉลาดเฉลียวมีปัญญา ได้มีโอกาสศึกษาเล่าเรียนอย่างรอบรู้ สติปัญญาสมบูรณ์พร้อม
  11. ให้เงินขอทาน , ให้เงินคนที่เดือดร้อน(ไม่ใช่การให้ยืม) อานิสงส์ --- ทำให้เกิดลาภไม่ขาดสายทั้งภพนี้และภพหน้า ไม่ตกทุกข์ได้ยาก เกิดมาชาติหน้าจะร่ำรวยและไม่มีหนี้สิน ความยากจนในชาตินี้จะทุเลาลง จะได้เงินทองกลับมาอย่างไม่คาดฝัน
  12. รักษาศีล 5 หรือศีล 8 อานิสงส์ --- ไม่ต้องไปเกิดเป็นเปรตหรือสัตว์นรก ได้เกิดมาเป็นมนุษย์ผู้ประเสริฐครบบริบูรณ์ ชีวิตเจริญรุ่งเรือง กรรมเวรจะไม่ถ่าโถม ภัยอันตรายไม่ย่างกราย เทวดานางฟ้าปกปักรักษา

อานิสงส์ 10 ข้อของการไม่กินเนื้อสัตว์
  1. เป็นที่รักของบรรดาเทพ พรหม ตลอดจนมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย
  2. จิตอันเป็นมหาเมตตาย่อมบังเกิดขึ้น
  3. สามารถตัดขาดความอาฆาต ดับอารมณ์เหี้ยมโหดเครียดแค้นในใจลงได้
  4. ปราศจากโรคภัยร้ายแรงมาเบียดเบียนร่างกาย
  5. มีอายุมั่นขวัญยืน
  6. ได้รับการปกป้องคุ้มครองจากเทพทั้งปวง
  7. ยามหลับนิมิตเห็นแต่สิ่งที่ดีงามเป็นสิริมงคล
  8. ย่อมระงับการจองเวร สลายความอาฆาตแค้นซึ่งกันและกัน
  9. สามารถดำรงอยู่ในกระแสพระนิพพาน ไม่พลัดหลงตกลงสู่อบายภูมิ
  10. ทันทีที่ละสังขารจากโลกนี้ จิตจะมุ่งสู่สุคติภพ
อานิสงส์การจัดสร้างพระพุทธรูป หรือสิ่งพิมพ์อันเกี่ยวกับพระธรรมคำสอนเป็นกุศล
  1. อกุศลกรรมในอดีตชาติแต่ปางก่อน จะเปลี่ยนจากหนักเป็นเบา จากเบาเป็นสูญ
  2. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง สรรพภยันตรายสลาย ปวงภัยไม่มีคนคิดร้ายไม่สำเร็จ
  3. เจ้ากรรมนายเวรในอดีตชาติแต่ปางก่อน เมื่อได้รับส่วนบุญไปแล้วก็จะเลิกจองเวรจองกรรม
  4. เหล่ายักษ์ผีรากษส งูพิษเสือร้าย ไม่อาจเป็นภัยอยู่ในที่ใดก็แคล้วคลาดจากภัย
  5. จิตใจสงบ ราศีผ่องใส สุขภาพแข็งแรง กิจการงานเป็นมงคล รุ่งเรืองก้าวหน้าผู้คนนับถือ
  6. มั่นคงในคุณธรรม ความอุดมสมบูรณ์ปรากฏ ( เกินความคาดฝัน) ครอบครัวสุขสันต์ วาสนายั่งยืน
  7. คำกล่าวเป็นสัจจ์ ฟ้าดินปราณี ทวยเทพยินดี มิตรสหายปรีดา หนี้สินจะหมดไป
  8. คนโง่สิ้นเขลา คนเจ็บหายได้ คนป่วยหายดี ความทุกข์หายเข็ญ สตรีจะได้เกิดเป็นชายเพื่อบวช
  9. พ้นจากมวลอกุศล เกิดใหม่บุญเกื้อหนุน มีปัญญาล้ำเลิศ บุญกุศลเรืองรอง
  10. สิ่งที่สร้างจะบังเกิดเป็นกุศลจิตแก่ทุกคนที่ได้พบเห็นเป็นเนื้อนาบุญอย่างเอนกทุกชาติของผู้สร้างที่เกิดจะได้ฟังธรรมจากพระอริยเจ้าปัญญาในธรรมแก่กล้าสามารถได้อภิญญาหก สำเร็จโพธิญาณ
อานิสงส์การบวชพระบวชชีพรามณ์ ( บวชชั่วคราวเพื่อสร้างบุญ , อุทิศให้พ่อแม่เจ้ากรรมนายเวร )
  1. หน้าที่การงานจะเจริญรุ่งเรือง ได้ลาภ ยศ สรรเสริญตามปรารถนา
  2. เจ้ากรรมนายเวรจะอโหสิกรรม หนี้กรรมในอดีตจะคลี่คลาย
  3. สุขภาพแข็งแรง สติปัญญาแจ่มใส ปัญหาชีวิตคลี่คลาย
  4. เป็นปัจจัยสู่พระนิพพานในภพต่อๆไป
  5. สิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง โพยภัยอันตรายผ่อนหนักเป็นเบา
  6. จิตใจสงบ ปล่อยวางได้ง่าย มองเห็นสัจธรรมแห่งชีวิต
  7. เป็นที่รักที่เมตตามหานิยมของมวลมนุษย์มวลสัตว์และเหล่าเทวดา
  8. ทำมาค้าขึ้น ไม่อับจน การเงินไม่ขาดสายไม่ขาดมือ
  9. โรคภัยของตนเอง ของพ่อแม่ และของคนใกล้ชิดจะเบาบางและรักษาหาย
  10. ตอบแทนพระคุณของพ่อแม่ได้เต็มที่สำหรับผู้ที่บวชไม่ได้เพราะติดภาระกิจต่างๆ ก็สามารถได้รับอานิสงส์เหล่านี้ได้ด้วยการสร้างคนให้ได้บวชสนับสนุนส่งเสริมอาสาการ ให้คนได้บวช
ทั้งหมดนี้เป็นเพียงตัวอย่างบุญที่ยกขึ้นมาเพื่อแสดงให้เห็นถึงอานิสงส์ที่ท่านพึงจะได้รับจงเร่งทำบุญเสียแต่วันนี้ เพราะเมื่อท่านล่วงลับท่านไม่สามารถสร้างบุญได้อีกจนกว่าจะได้เกิด หากท่านไม่มีบุญมาหนุนนำแรง กรรมอาจดึงให้ท่านไปสู่ภพเดรัจฉาน ภพเปรต ภพสัตว์นรกที่ไม่อาจสร้างบุญสร้างกุศลได้ต่อให้ญาติโยมทำบุญอุทิศให้ก็อาจไม่ได้รับบุญ ดังนั้นท่านจงพึ่งตนเองด้วยการสร้างสมบุญบารมีซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ท่านจะนำติดตัวไปได้ทุกภพทุกชาติเสียแต่วันนี้ด้วยเทอญ

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ห้อยพระอย่างไร...ให้ถูกโฉลก

มีเพื่อนเมล์มาให้อีกแล้ว เลยนำมาลงไว้ใน Blog เผื่อหลายๆ คนที่ชอบเรื่องพระ แล้วไม่รู้ว่าจะเลือกห้อยพระอย่างไร ให้ถูกโฉลกตัวเอง ใครเกิดปีอะไร วันอะไร อ่านเอาเองนะครับคนเกิดปีชวดวันอาทิตย์ เหมาะที่จะแขวนพระที่มีเมตตาเป็นหลัก ได้แก่ พระปิดตา พระศิวลี พระสังกัจจายน์ ส่วนพระเครื่องที่ป้องกันและเสริมการงาน เนื่องจากเป็นพระที่มีรูปงามมีเสน่ห์ พระที่เหมาะควรเป็นพระที่มีอำนาจในตัว ควรแขวนพระ ที่เป็นโลหะหรือผ่านธาตุไฟ เช่น พระกรุเนื้อชิน พระเครื่องเนื้อโลหะหรือเหรียญ ไม่ควรจะเป็นพระที่มีเนื้อผง ควรจะเลือกที่ผสมด้วยธาตุเหล็ก หรือผงตะไบเหล็กหรือโลหะเท่านั้น หรือเป็นพระผงฝังตุกรุด

วันจันทร์ รูปสมบัติเป็นโภคทรัพย์ที่ติดตัวมา จึงไม่ค่อยเดือดร้อนเรื่องทำมาหากิน ควรจะทำงานที่ต้องใช้ความชำนาญเฉพาะตัวจึงจะถูกโฉลก ควรแขวนพระที่คล้ายกับโฉลกงาน เช่น พระทรงเครื่อง พระที่มีลวดลายประกอบอย่างงดงาม หรือพระพรหม พระพิฆเนศ
วันอังคาร ชิวิตมีแต่ความลำบาก ต้องฝ่าฟันอุปสรรคกว่าจะได้เงิน ต้องระวังปากตัวเองให้มากที่สุด ควรแขวนพระไสยาสน์ หรือพระปรางสมาธิ เป็นเนื้อที่ผ่านไฟหรือไม่ก็ไม่เป็นไร เพราะพระทั้งสองปรางหมายถึงความสงบระงับ เมื่อเกิดความพลุ่งพล่านทุกครั้งให้เอามือกุมพระ จะเยือกเย็นลง
วันพุธ ชีวิตมีแต่ความเจ็บไข้จุกจิก แม้ไม่อันตรายถึงชีวิตก็บั่นทอนร่างกายไปมาก เหมาะที่จะแขวนพระที่ทำจากต้นไม้ใบยา เช่น พระว่าน พระขมิ้นเสก พระไพลเสก หรือพระที่มีส่วนผสมของตัวยาต่างๆ พระเนื้อผงผสมว่านก็ใช้ได้ บางคนแขวนหมอชีวกโกมารภัจจ์ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด
วันพฤหัสบดี เป็นผู้อุดมด้วยโคทรัพย์ มีบุญเก่าอยู่มาก ทำให้ชีวิตไม่ล้มลุกคลุกคลานมากนัก ไม่ค่อยรอบคอบในการตัดสินใจ ประมาทเป็นนิจ ทำให้พลาดเงินหรือเสียประโยชน์อันควรได้ไปอย่างน่าเสียดาย ควรแขวนพระที่จะมารับหน้าพระอังคารที่เป็นใจคือ พระปรางป่าเลไลยก์ พระราหูเนื้อผง หรือเนื้อโลหะ เพราะพระราหูกับพระอังคารเป็นมหามิตรกัน จะรับหน้าทำให้พระอังคารไม่อาจมาเบียดเบียนดวงชะตาได้
วันศุกร์ มีดีทางด้านผู้รับใช้ใกล้ชิด จะเป็นคนดีมีศีลธรรม แต่อยู่ด้วยไม่ได้นาน เพราะบางครั้งไม่ได้ตั้งใจแต่พูดไปโดยไม่คิด ทำให้บริวารต้องจากไป ควรแขวนพระพิมพ์ที่มีพระอัครสาวกอยู่ซ้ายและขวา เพราะพระพุทธองค์และพระสาวกนั้นหมายถึงการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาตามสายงาน จะแก้โฉลกให้ดีได้
วันเสาร์ เป็นผู้มีอำนาจในตัว มีดีที่คนเกรงขาม แต่มีข้อเสียชอบออกหน้าแทนลูกน้องหรือคนอื่น จึงมักต้องเดือดร้อนแทนคนอื่นในแทบทุกเรื่อง ให้แขวนพระปรางห้ามสมุทร ยกพระหัตถ์(มือ)สองข้าง ซึ่งจะแก้เคล็ดและทำให้ยับยั้งชั่งใจได้

คนเกิดปีฉลูวันอาทิตย์ วาสนาไม่ค่อยจะดีนัก ให้เก็บหอมรอมริบทุกครั้งที่มีโชค โฉลกของท่านคือการเก็บงำ ควรแขวนพระเสริมวาสนา เช่น พระผงยาวาสนา พระปิดตามหาลาภ (ไม่ปิดทวาร) พระสิวลี พระปรางลีลา พระสังกัจจายน์
วันจันทร์ มีดาวบริวารดีมาก จะได้ทรัพย์เพราะบริวารเป็นหลัก เพราะบริวารของท่านดีอยู่แล้ว การแขวนพระที่มีพระหลายองค์รวมอยู่ในองค์เดียวกัน เช่น พระเจ้าห้าองค์ หรือพระที่มีจำนวนสององค์ขึ้นไป ถ้าหาไม่ได้ให้แขวนพระที่เป็นพิมพ์มีพระอัครสาวกอยู่ด้วย เพื่อเสริมบารมีในด้านบริวาร ควรเป็นเนื้อผสมส่วนผสมหลายอย่างจะดีที่สุด
วันอังคาร มีวาสนาน้อยควรเจียมตน ไม่ทำการใหญ่เกินกำลัง อย่าจับงานทีเดียวจะแพ้ภัย ควรแขวนพระมหาอุด ปิดทวารหรือเต่าเรือน เพื่อเป็นเคล็ดสำรวมระวังเรื่องการลงทุน พระปิดทวารจะทำให้นึกถึงการไม่ทำอะไรเกินตัว เต่าคือให้หดหัวยามมีภัยมา คืออย่าลงทุนมากนั่นเอง
วันพุธ หัวเดียวกระเทียมลีบ มีเพื่อนมีญาติเหมือนไม่มี พึ่งใครไม่ได้นอกจากพึ่งตัวเอง ควรแขวนพระที่มีคำว่าเดี่ยวอยู่ด้วย เช่น เดี่ยวดำ เดี่ยวแดง พลายเดี่ยว หรือพลายคู่ตัดเดี่ยว เสริมโฉลกที่ต้องทำอะไรเดี่ยว
วันพฤหัสบดี มีวาสนาตกที่นั่งมีทรัพย์มาก ไม่ต้องขวนขวายก็จะได้มาแบบไม่ยาก มีข้อเสียเป็นคนมือเติบ มักมมีรายได้ไม่พอกับรายจ่าย หรือขาดดุล แก้โฉลกด้วยการแขวนพระที่มีชื่อว่า "คง" เช่น หลวงพ่อคง พระอาจารย์มั่น จะทำให้เก็บทรัพย์ให้มั่นคงและคงที่
วันศุกร์ เป็นคนตกที่นั่งอับโชคลาภ เงินที่ได้มาอย่างง่ายๆ เช่น เล่นหวย อย่าไปหวัง ควรแขวนพระที่มีคำว่า เศรษฐี เงินแสน เงินล้าน พระทุ่งเศรษฐี พระที่ลงท้ายว่ารุ่นมหาเศรษฐี หรือขวัญถุงเงินล้าน เงินแสน จะเสริมพลังแห่งโชคลาภ
วันเสาร์ เป็นคนตกที่นั่งนักโทษ ทั้งชีวิตมีแต่คนเบียดเบียนใสไคล้ ทำให้เดือดร้อน มีโรคประจำตัวบั่นทอนชีวิตอยู่มาก ควรแขวนพระที่มียันต์เกาะเพชร หรือพระที่มีรูปโล่ จึงจะถูกโฉลกกับตัวเอง
คนกิดปีขาลวันอาทิตย์ หากินอย่างอาบเหงื่อต่างน้ำ แม้จะมีตำแหน่งสูง แต่งานในความรับผิดชอบหนักหนา หรือไม่ก็ไปใหญ่โตในถิ่นกันดาร ควรแขวนพระที่มีการเคลื่อนไหว เช่น พระลีลา พระเปิดโลก พระสิวลี
วันจันทร์ ดวงชีพจรลงเท้า ถูกโฉลกกับงานที่ต้องเดินทางขึ้นล่อง ควรแขวนพระที่สงบและอยู่นิ่ง พระปรางสมาธิ ไม่ควรแขวนพระเคลื่อนไหว เพราะจะทำให้โฉลกร้อนขึ้นไปอีก
วันอังคาร เป็นนักบู๊ มักมีเรื่องราวชกต่อยเสมอ ส่วนใหญ่เป็นนักเลง นักพนัน หรือนักมวยเดินหน้าชน มีนิสัยก้าวร้าว มีโทสะจริตเป็นที่ตั้ง ควรแขวนพระเมตตา เช่น พระปิดตา พระสังกัจจายน์ พระสิวลี ที่ทำด้วยอะไรก็ได้ ที่ไม่ได้ผ่านความร้อน ทำให้เย็นขึ้นได้
วันพุธ มีจิตใจเยือกเย็น สุขุม ไม่บุ่มบ่าม ใจเหมือนแม่น้ำ ใฝ่การบุญ เป็นที่รักของคนทั่วไป ควรแขวนพระปิดตามหาอุด หรือพระที่มีลักษณะอยู่กับที เช่น พระยืนปรางถวายเนตร
วันพฤหัสบดี แต่น้อยลำบาก เมื่ออายุมากขึ้นจะมีวาสนาตามไป ควรอดทนรอให้งอมจึงหลุดจากขั้ว ควรแขวนพระที่ผ่านการหล่อหลอมจากธาตุไฟเพื่อเสริมพลังชีวิต จะเป็นพระกริ่งหรือรูปหล่อที่ผ่านไฟแรงเท่าใดก็ยิ่งดี
วันศุกร์ พึ่งใครไม่ได้ ต้องพึ่งตัวเอง เป็นเสือจับเนื้อกินเองจนแก่ ควรแขวนพระที่มีรูปเสือมาเกี่ยวข้อง หรือแขวนเสือก็ได้ จะเป็นเสืองาแกะ หรือเสือเขี้ยวก็ได้ หรือเสือที่เป็นโลหะก็ได้
วันเสาร์ เป็นผู้มีโภคทรัพย์ ทำมาหากินแล้วตั้งหลักฐานได้ง่าย มีข้อเสียคือ เชื่อคนง่าย มักถูกหลอกหรือฉ้อโกงเอาทรัพย์อยู่บ่อยๆ ควรแก้เรื่องความใจง่ายเชื่อคนง่ายไว้ ควรแขวนพระที่ตรงกันข้ามกับพระทั่วไป เพือแก้โฉลกด้านการถูกคดโกง จึงควรแขวนพระทีเป็นพิมพ์แบบสะดุ้งกลับจะเหมาะที่สุด
คนเกิดปีเถาะวันอาทิตย์ เป็นคนอาภัพอับวาสนา ทำมาหากินไม่พอเลี้ยงตนเอง ต้องอาศัยบารมีคู่ครองเป็นหลัก หากอยู่ตัวคนเดียวจะต้องลำบากมาก ควรแขวนพระเสริมบารมี เช่น พระผงยาวาสนาพระที่มีนามเกี่ยวกับโชคลาภ
วันจันทร์ คนเกิดวันนี้แต่น้อยจะลำบาก เมื่อเลยวัยกลางคนไปจะดีขึ้นและตั้งตัวได้ ควรแขวนพระปรางลีลา เพื่อความก้าวหน้า
วันอังคาร เป็นคนที่ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ ชีพจรลงเท้า ต้องเดินทางถึงจะได้เงิน เหมาะแก่การเป็นพนักงานขายของขึ้นๆลงๆ หรือค้าขายระหว่างประเทศ ควรแขวนพระเกี่ยวกับการค้าขาย เช่น พระสังกัจจายน์ พระสิวลี
วันพุธ เป็นที่ไม่พอใจกับเจ้านายหรือผู้ใหญ่ มักจะให้ร้ายเสมอ เป็นโฉลกของวันกิด จึงไม่ควรรับข้าราชการเพราะจะไม่ก้าวหน้า เหมาะที่จะทำมาหากินในความถนัดของตน ไม่ขึ้นกับใคร ควรแขวนพระมหาอุด ที่ทำจากโลหะที่ผ่านความร้อนแล้วจะทำให้เกิดตบะและเดชะป้องกันตัวเองได้
วันพฤหัสบดี เป็นคนใจร้อนใจน้อย ใครตักเตือนก็ไม่พอใจ ดื้อรั้น ควรอ่อนน้อมรับฟังผู้อื่นแล้เอามาคิด ให้แขวนพระที่มีหนุมานอยู่ด้วย เพราะดวงอาสาเจ้านายเหมาะ หรือไม่ก็แขวนพระที่มีลักษณะการกวัก เช่น พระพุทธกวัก
วันศุกร์ มีวาสนาดี เป็นนักบวชก็ก้าวหน้า เหมาะกับการควบคุมคนหมู่มาก มีลักษณะเป็นผู้นำ ควรแขวนพระที่ในหนึ่งพิมพ์มีจำนวนมากกว่าหนึ่งขึ้นไป เช่น พระเจ้าห้าองค์ พระเจ้าสิบทัศน์พระตรีกาย
วันเสาร์ โฉลกเป็นคนที่คนทำร้ายไม่ได้ มีผู้คอยออกรับและคุ้มครองป้องกันอยู่เสมอ ทำให้ไม่ต้องลำบาก แต่เป็นคนที่อาภาพคู่ครอง แม้มีสมบัติมากแต่ก็มักจะผิดหวังเรื่องคู่ครองอยู่เสมอ ควรแขวนพระที่มีนามทางความอ่อนนุ่ม เช่น พระนางพญา
คนเกิดปีมะโรงวันอาทิตย์ มีบริวารมาก มักได้เป็นผู้บังคับบัญชาคน มีทรัพย์ดีมาก เก็บไม่อยู่ แต่เงินไม่ขาดมือ เหมาะที่จะแขวนพระชัยวัฒน์ เพราะเป็นผู้นำคนหรือเป็นที่พึ่งของคนหมู่มาก
วันจันทร์ มีใจอาฆาตพยาบาทรุนแรง มักมีเรื่องชกต่อยอยู่เสมอ ยิ่งเสพสุรายิ่งอาละวาท ควรแขวนพระที่มีข้อห้ามเรื่องสุรา จะได้คอนเตือนใจ เช่น พระหลวงพ่อปาน วัดบางนมโค จ.พระนครศรีอยุธยา หลวงพ่อผาง วัดอุดมคงคาคีรีเขต จ.ขอนแก่น หลวงปู่จันทร์ วัดศรีเทพ จ.นครพนม
วันอังคาร ทำมาหากินฝืดเคือง แต่รอดตัว วาสนาปานกลาง อารมณ์ร้อน โกรธง่ายหายเร็ว ห้ามแขวนพระที่ผ่านธาตุไฟ หรือความร้อนเด็ดขาด ให้แขวนพระผง หรือพระที่แกะจากอัญมณีหรือหินที่มีความเย็น หากแขวนพระที่ทำจากหยก จะยิ่งดีใหญ่
วันพุธ เหมาะเป็นนักร้อง นักแสดง กวี นักเขียนมากกว่าอาชีพอื่น ทำมาหากินคล่อง รับราชการไม่ดี จะมีภัยจากเจ้านาย วาสนาปานกลาง ควรแขวนพระกริ่งที่แขวนแล้วมีเสียงดัง เพราะดวงเหมาะเป็นนักร้องหรือกวี แม้ทำอาชีพอื่น หากมีพระกริ่งเสียงกังวานจะช่วยเสริมโฉลกโชคลาภ
วันพฤหัสบดี ต้องดิ้นรนไม่หยุดหย่อน จะได้ห้าต้องลงทุนเกินห้า เหมาะกับงานที่ต้องใช้ความมอดทน ความอุตสาหะ ควนแขวนพระที่มีพลังเร้นลับ เช่น พระหูยาน พระนาคปรกลพบุรี พระยอดขุนพล หรือพระพิมพ์ที่แสดงถึงปาฏิหาริย์
วันศุกร์ เป็นคนขี้โรค ทำมาหากินคล่อง แต่มีโรคมาเบียดเบียนอยู่เสมอ ทำหาไม่มีความสุขในชีวิต ควรแขวนพระเนื้อว่านที่เป็นยา พระที่ทำมาจากยาผสมว่าน พระเนื้อว่านต่างๆ เพื่อแก้โฉลกที่สุขภาพไม่ดี
วันเสาร์ ถ้าเป็นนักบวชจะมีชื่อเสียงโด่งดังมาก ถ้าเป็นข้าราชการปานกลาง เป็นพ่อค้าปานกลาง ทำงานอิสระดีที่สุด ควรแขวนพระที่เป็นพระเกจิอาจารย์จะถูกโฉลกมากกว่าเป็นพระพุทธรูป พระเกจิอาจารย์ที่มีเครื่องหมายอาชีพอิสระ เช่น พระที่ทางคณะแพทย์สร้าง หรือคณะผู้พิพากษาสร้าง
คนเกิดปีมะเส็ง
วันอาทิตย์ มักเดือดร้อนจากการหาความของผู้อื่นเสมอ การงานอาภาพ กว่าจะได้มาต้องอาบเหงื่อต่างน้ำเก็บเงินเก่ง ควรแขวนพระที่เป็นยันต์เกราะเพชร หรือเต่าเรือน หมั่นบริจาคเงินให้กับสถาบันที่เกี่ยวข้องกับ ตำรวจ ราชทัณฑ์ หรือตุลาการ จะช่วยบรรเทาเรื่องคดีความลงได้
วันจันทร์ เป็นผู้ที่มีคนคอยช่วยเหลืออยู่เสมอ ไปถิ่นฐานใดไม่ขาดแคลนคนคอยคุ้มครองรักษา ทำการงานพึ่งผู้ใหญ่หรือทำอะไรกับผู้สูงอายุดีกว่า อายุเท่ากันหรือน้อยกว่าไม่ดี ให้แขวนพระปรางนาคปรก สัญลักษณ์แห่งการคุ้มครองป้องกันภัยช่วยเหลือ หรือพระที่มีสององค์ในพิมพ์เดียวกัน จะถูกโฉลกดีนัก
วันอังคาร ดวงชีพจรลงเท้า เกิดที่หนึ่งไปดังที่หนึ่ง ถ้าจะให้ก้าวหน้าต้องไปทำงานต่างถิ่น ควรแขวนพระปรางลีลา หรือพระที่แสดงความเคลื่อนไหว เพราะดวงต้องเดินทางตลอดเวลา หากใช้พระที่หยุดนิ่งจะไม่ถูกโฉลกกัน
วันพุธ ทำงานหากินไม่พอรายจ่าย ดวงพลิกผัยง่าย คาดหมายอะไรล่วงหน้าไม่ได้ ต้องทำงานตามน้ำตลอดเวลา ทวนน้ำเมื่อไรพัง จึงต้องระวัง ให้แขวนพระสังกัจจายน์ หรือพระสิวลี หรือพระที่ด้านหลังมียันต์ ดวงจะถูกโฉลก
วันพฤหัสบดี เป็นคนมีดวงทางบริวารดี วางใจได้ เป็นผู้มีคนอุปถัมภ์ค้ำชู เป็นที่เกรงขามของคนทั่วไป นักบริหารที่ยิ่งใหญ่มักเกิดปีมะเส็งวันพฤหัสบดี ควรแขวนพระที่มีอัครสาวกอยู่ด้วย หรือแขวนพระเจ้าห้าองค์ จึงจะถูกโฉลกกับตัวเอง
วันศุกร์ มีสติปัญญาดี มีปัญญาเป็นทรัพย์ เป็นคนใฝ่การศึกษาหาความรู้ หากเป็นนักบวชจะเป็นพระเกจิ อาจารย์ที่มีความขลังอมตะ เล่าลือไม่สิ้นสุด ควรแขวนพระที่มีจีวรของพระคุณเจ้า ผู้เป็นเจ้าของพระอยู่ด้วยเพราะถูกโฉลกของท่านกับจีวรพระสงฆ์ที่เป็นพระสุปฏิปันโนนั้นถูกกัน
วันเสาร์ เป็นคนทำงานได้ทุกอย่าง แต่อาภัพคู่ครอง มักหย่าร้างหรืออยู่กับไม่ยืด อยู่ยืดก็เป็นคู่ร้างคู่เละ ตัวเองขยันแต่คู่ครองบั่นทอนความสุขเสมอ ให้แขวนพระเป็นคู่หรือสององค์ในพิมพ์เดียวกัน จะแก้เคล็ดและช่วยให้ถูกโฉลก
คนเกิดปีมะเมียวันอาทิตย์ เป็นผู้ตั้งหลักฐานได้ง่าย มีความกล้าแกร่ง เป็นที่พึ่งของคนทั่วไป ทำราชการดีนัก เป็นนักพูดหรือนักเขียนจะโด่งดังไม่มีใครเกิน ควรแขวนพระที่มีคำว่าโต เช่น หลวงพ่อโต หรือพระที่มีลักษณะใหญ่กว่าพระเครื่องทั่วไป
วันจันทร์ เหมาะแก่การเป็นพ่อค้าวานิช เป็นนายหน้าหรือเป็นนักการฑูต นักการเมือง นักบริหาร รับราชการไม่ดี แขวนพระอะไรก็ได้ แต่มีเคล็ดว่าให้หาปลาตะเพียนขนาดเล็กๆ ที่ปลุกเสกแล้วคู่หนึ่งติดตัวไว้เสมอ จะทำให้ทำมาค้าคลอ่ง และติดต่อการงานดีมาก ช่วยเสริมโฉลกโชคลาภ
วันอังคาร มีวาสนาดี แต่มักถูกเบียดเบียนชื่อเสียงผลประโยชน์อยู่เป็นนิจ การทำอะไรที่ใหญ่ๆควรมีหลักฐานกำกับยืนยันให้แน่นแฟ้น จึงจะไม่ถูกเบียดเบียน เป็นคนที่มีของกำนัลมาสู่มิได้ขาด ควรแขวนพระปางมารวิชัย หรือไม่ก็แขวนพระไพรีพินาศก็ดีเหมือนกัน
วันพุธ อาภัพไร้คนอุ้มชู หัวเดียวโด่เด่ แต่อดทนแกร่งกล้า ไม่ยอมแพ้ชะตา ชีวิตจะต้องงานหนัก ก้าวหน้าช้า แต่ถ้าถึงจุดแล้ว จะมั่นคงและยืนยาว ไม่ควรท้อแท้กับชีวิต ให้แขวนพระนาคปรก จะเกิดมีการคุ้มครองและช่วยเหลือ ห้ามแขวนพระปางป่าเลไลยก์เด็ดขาด แม้จะเกิดวันพุธกลางคืนก็ตาม
วันพฤหัสบดี ชาตินี้ต้องเป็นผู้ทำประโยชน์ให้ผู้อื่นตลอด แล้วจึงได้ส่วนแบ่งประโยชน์นั้นมา คือ ทำงานกับหุ้นส่วนลึนหมู่มาก จะทำงานอิสระไม่ได้เลย ต้องมีคนคอยเป็นคู่คิดอยู่เสมอ ควรแขวนพระปิดตายันต์ยุ่ง เพราะเป็นสัญลักษณ์แห่งความมั่นคง กลมเกลียว สัมพันธ์ซึ่งกันและกัน
วันศุกร์ ไร้ชายคาที่อาศัย ต้องพึ่งตัวเอง แม้จะสิ้นใจก็มิอาจร้องขอความเมตตาจากผู้ใด ดวงอาภาพผู้อุปถัมภ์ จึงควรทำอะไรที่ตัวเองถนัดและทำแต่ลำพัง ไม่ต้องหาใครมาช่วย เพราะเมือใดทำงานเป็นทีมหรือเป็นหุ้นส่วนจะพัง ให้แขวนพระเดี่ยวๆ องค์เดียวแก้เคล็ด อย่าแขวนพระเป็นพวง ให้แขวนเดี่ยว จะได้ผลดีอย่างยิ่ง เสริมโฉลก
วันเสาร์ วังเวง วิเวก ว้าเหว่ นอกจากอาภัพคู่แล้ว ชั่วชีวิตยังปรารถนาคนจริงใจอีกด้วย จึงต้องระมัดระวังรอบคอบไตร่ตรองคำพูดคนรอบข้างเสมอ ให้แขวนพระปิดทวารทั้งเก้า ยิ่งอุดมมากเท่าใดยิ่งดีเพราะจะทำให้โฉลกดีขึ้นกว่าแขวนพระอย่างอื่น
คนเกิดปีมะแมวันอาทิตย์ เป็นคนมือเติบ เลี้ยงคนถูกใจเท่าไรเท่ากัน ทำให้เป็นนักเลงสุรา นักเลงผู้หญิง เก็บเงินไม่อยู่ ควรแก้เคล็ดเปลี่ยนเป็นเงินทอง บ้าน ที่ดิน ใบหุ้นที่มีระยะเวลา ถ้าเก็บเป็นเงินสดไว้กับตัวก็จะละลายหมด ควรแขวนพระนาคปรก หรือพระปางซ่อนหา เพื่อแก้โฉลกให้เบา จากความเสียหายเรื่องการพนันและผู้หญิง ไม่ใช่ใส่แล้วไปเล่นการพนัน หรือไปเที่ยวห้ามเด็ดขาด
วันจันทร์ ดวงบริวารดีมีผู้คอยช่วยเหลือ แต่มักต้องลำบากเพราะญาติพี่น้อง จึงควรรู้จักแยกแยะ ว่าควรจะสงเคราะห์ใคร อย่างไร ไม่งั้นจะก่อศัตรไม่สิ้นสุด ควรแขวนพระปิดตาที่ไม่ปิดทวาร เพื่อส่งผลแก้โฉลกตรงปากที่พูดทำร้ายตนเองและผู้อื่นให้เกิดศัตรู
วันอังคาร ทำงานหนัก แต่รายได้ไม่คงที่ แม้จะมีความรู้ ก็ไม่อาจหางานที่เหมาะสมทำได้ โฉลกเป็นอย่างนั้น จึงควรหาความรู้เกี่ยวกับงานด้านนนต่างๆไว้ให้พร้อมมากที่สุด ควรแขวนพระปางประทานพร หรือปางอุ้มบาตร เพื่อแก้โฉลกและทำให้การงานดีขึ้น
วันพุธ เป็นคนน้ำนิ่งไหลลึก พูดจาน้อย แต่มีน้ำหนักเป็นที่เกรงขามของคนทั่วไป นักบวชมีชื่อเสียง ผู้พิพากษาคนสำคัญ นักการเมืองที่เป็นรัฐบุรุษมักเกิดวันนี้ ควรแขวรพระที่มีเมตตาสูง เช่น พระสมเด็จ พระปิดตา และพระที่มีอานุภาพทางเมตตาที่ไม่ผ่านความร้อน เพื่อทำให้โฉลกอำนาจเบาบางลง เกิดเมตตามากขึ้น
วันพฤหัสบดี เป็นผู้นำคนหมู่มาก มีมนุษย์สัมพันธ์ดีมาก เป็นเจ้านายที่ลูกน้องเกรงใจ นักบริหารผู้มีฝีมือ นักการธนาคารผู้มีชื่อเสียง นักการเมืองผู้มีเลห์เหลี่ยมแพรวพราว ควรแขวนพระปางปฐมเทศนา หรือมีรูปธรรมจักรอยู่ในองค์พระด้วย เพื่อทำให้คำพูดของท่านมีความหนักแน่นมั่นคงมากยิ่งขึ้น และทำให้ลดความน่ากลัว หรืออำนาจลงไปได้บ้าง
วันศุกร์ เป็นคนอาภัพ ทำคุณไม่ขึ้น ช่วยเขาแล้วเราพังเป็นส่วนใหญ่ สมควรที่จะอยู่เฉยๆ อย่าไดด้ออกหน้า โดยเฉพาะการเป็นนายประกัน ไม่ถูกกับคนเกิดวันศุกร์อย่างยิ่ง ควรแขวนพระปิดตามหาอุด หรือพระบัวเข็ม จึงจะเหมาะสมกับโฉลกของตน ทำให้เยือกเย็นมากขึ้น
วันเสาร์ เป็นคนมีโทษ ถูกใส่ร้ายป้ายสี ใส่ความมาโดยตลอด ไม่เคยอยู่เป็นสุข มีศัตรูมาก ควรสงบเสงี่ยมเจียมปากเจียมคำ อย่าได้ทำเด่นเกินไป ภัยจะมาถึงตัว ควรแขวนพระที่เป็นยันต์เกราะเพชร หรือที่เป็นรูปโล่ เพื่อทำให้โฉลกเป็นดีขึ้นได้
คนเกิดปีวอกวันอาทิตย์ มีวาสนาดีมาแต่เกิด มีทรัพย์สินบริวารพร้อม รับราชการจะก้าวหน้า เป็นนักบวชจะได้เป็นถึงพระราชาคณะ ให้แขวนพระที่มีพัดยศด้วย จะถูกโฉลกมากขึ้น
วันจันทร์ เหมือนถูกลอยแพในมหาสมุทร ต้องร่อนเร่พเนจรไปต่างถิ่น ถูกโฉลกกับการค้าขายขึ้นล่องตามแม่น้ำลำคลอง หรือค้าขายเครื่องสูบน้ำ วิดน้ำ ควรแขวรพระห้ามสมุทรพระหัตถ์ จะถูกโฉลกดีขึ้น
วันอังคาร เป็นคนมีศัตรูมาก ต้องต่อสู้จึงจะได้มาซึ่งสิ่งที่พอใจ ชนิดที่ได้มาแบบง่ายๆไม่มี ควรแขวนพระปางซ่อนหา ที่มีพระพุทธรูปซ้อนบนพระเกศของพระพุทธรูปอีกองค์หนึ่ง เป็นพระที่ซ้อนกับสององค์ เช่น พระหล่อพิมพ์ซ้อนของ วัดหนองโว้ง จ.สุโขทัย
วันพุธ มีสติปัญญา มีความรู้ เป็นนักปราชญ์ พระโหราบดี ราชครู และสมณะผู้เชี่ยวชาญด้านพระบาลี มักเกิดวันนี้ ควรแขวนพระสังกัจจายน์ พระสิวลี จะถูกโฉลกที่สุด
วันพฤหัสบดี เป็นคนทำงานราชการก้าวหน้า หรือค้าขายส่วนตัวก็จะดี ควรแขวนพระปางลีลา หรือพระซุ้มเรือนแก้ว จะถูกโฉลกโชคลาภ
วันศุกร์ มีเชาว์ปัญญาไว เรียนรู้อะไรได้ง่าย มีวาสนา มีเสน่ห์ รับราชการเกี่ยวกับต่างประเทศ เจราจาความเมืองจะก้าวหน้าที่สุด หรือทำการค้าขายสั่งนำเข้าจากนอกประเทศดีที่สุด ควรแขวนพระที่มีนางกวักอยู่ด้านหลังจะดีที่สุด
วันเสาร์ โฉลกมักถูกคดีความเป็นจำ จึงไม่ควรคิดทำสิ่งผิดกฎหมาย เป็นดวงที่ต้องระวังแง่กฎหมายมากที่สุด ถ้าเป็นทนายความจะมีลูกความมาก ควรแขวนพระที่มีสัญลักษณ์กฎหมาย คือตราชั่ง หรือโล่ตำรวจ จึงจะถูกโฉลกหรือพระที่สร้างโดยองค์กรของกฎหมาย ตุลาการ หรือตำรวจ
คนเกิดปีระกา
วันอาทิตย์ บริวารดีมาก จะได้ใช้สอยพึ่งพาอาศัยได้ แต่ให้ระวังความใจกว้าง ทำคุณกับคนอื่นอาจเสียใจบ่อยๆ ให้แขวนพระมหาอุด หรือพระที่มีรัศมีอยู่รอบองค์พระ หรือมีซุ้ม เพื่อแก้โฉลกให้ดีขึ้น จะทำให้มีลาภอุดม
วันจันทร์ มีกินล้นเหลือ ไม่มีก็ต้องขอข้าวเขามากิน จึงต้องสำรองเงินเก็บไว้ยามมีมาก จะได้ไม่ต้องเพลี่ยงพล้ำ จะประมาทไม่ได้เลย ควรแขวนพระสังกัจจายน์ ยิ่งเป็นแบบจีน หรือเป็นแป๊ะยิ้มยิ่งดี หรือไม่ก็แขวนพระสิวลี เพื่อเสรมโฉลกให้ดีขึ้น
วันอังคาร เป็นคนชอบเที่ยวเตร่ มากผัวหลายเมียควรระมัดระวังเรื่องเที่ยวเตร่คบเพื่อนฝูง จะเสียเพราะเพื่อนและคนใกล้ชิดติดคุกติดตะรางมามากแล้ว ควรแขวนพระมหาอุดหรือเต่าเรือนเพื่อทำให้โฉลกดีขึ้น
วันพุธ รับราชการดีที่สุด อาชีพอิสระไม่ดี ต้องร่วมหุ้นหรือทำงานผู้บริหารจะดีมาก สติปัญญาดี เอาตัวรอดได้เพราะปัญญาของตัวเอง ให้แขวนพระปางปฐมเทศนาเป็นดีที่สุด หรือพระที่มีเครื่องหมายธรรมจักรอยู่ด้วยในองค์พระ
วันพฤหัสบดี เป็นคนมีบุญ มีคนรักใคร่ชอบพอ พูดจาเป็นเสน่ห์แก่ตัวเอง รู้หลักนักปราชญื ได้พึงคนใกล้ชิดและบริวารเป็นส่วนใหญ่ ให้แขวนพระองค์ใหญ่หรือชื่อใหญ่ เช่น พระหลวงพ่อโต ปางสมาธิ จะถูกโฉลกยิ่งขึ้น
วันศุกร์ ทำมาหากินไม่พอกิน ลำบากมาก แต่มีลาภลอยให้ได้แก้ขัดอยู่เสมอ อย่าคิดเล่นการพนันเป็นอาชีพเด็ดขาด จะซ้ำร้ายลงไปอีก จึงควรหมั่นเก็บหอมรอมริบให้มากที่สุด ให้แขวนพระปิดตามหาลาภ หรือพระฤาษี จะถูกโฉลกทำให้มีลาภลอยมากขึ้น
วันเสาร์ มีคนอุปถัมภ์ไม่ตกต่ำ เป็นที่เมตตาของคนทั่วไป ทำราชการดีมาก หรือค้าขายเสื้อผ้าอาภรณ์เครื่องเสริมสวยจะดีมาก ให้แขวนพระพิมพ์ทรงเครื่องที่งดงาม หรือพระที่มีลวดลายแพรวพราว หรือพระแกะพิมพ์วิจิตรพิสดารเพื่อเสริมโชคลาภ
คนเกิดปีจอวันอาทิตย์ เป็นดวงฝ่าฟัน มักต้องแก้ปัญหาในหน้าที่การงานอยู่เสมอ ทำงานมีอุปสรรคมาก บางครั้งต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ เป็นนักบริหารประเภทแก้สิ่งที่ผิดพลาดมาแล้วให้ดีขึ้นจะถูกโฉลกมาก ให้แขวนพระปางมารวิชัย ยิ่งมีพระอัครสาวกซ้ายขวาด้วยยิ่งดีใหญ่
วันจันทร์ สติปัญญาเป็นทรัพย์ ไม่ชอบงานหนัก ชอบงานได้ผลตอบแทนสูง เช่น ซื้อขายหุ้น ซื้อผลิตผลที่ต้องเก็งกำไรระยะสั้น ให้แขวนพระที่มีซุ้มครอบแก้ว จะช่วยให้ดีขึ้น
วันอังคาร ทำงานไม่ค่อยก้าวหน้า สติปัญญาไม่ดี แต่มีความขยันอดทน เหมือนหมูป่า แม้มีแต่เขี้ยวก็สมารถขุดหาหัวเผือกหัวมันรากไม้มากินได้อย่างไม่อัตคัด ให้แขวนพระปางลีลา เสริมโฉลกต่อสู้อุปสรรคทั้งปวงให้หมดไป
วันพุธ มีบริวารมาก ได้ดีเพราะบริวาร มักเป็นผู้นำ เป็นผู้บริหารที่เพรียบพร้อมด้วยปัญญาและบริวาร ควรแขวนพระเป็นพวง พวงละหลายองค์ จะช่วยหนุนโฉลกให้ดีขึ้น
วันพฤหัสบดี เป็นคนเจ้าโทสะ มักชอบสิ่งเย้ายวนต่างๆเจ้าชู้มีเมียไม่เลือก ตกที่นั่งนารีอุปถัมภ์ ควรแขวนพระทรงอิทธิฤทธิ์ เช่น พระตรีกาย พระปางมหาปาฏิหาริย์ หรือพระที่มีความร้อนแรงจากธาตุไฟ เพื่อเสริมบารมีให้โฉลกดีขึ้น
วันศุกร์ เป็นคนที่มีลาภอยู่เป็นนิจ ทำอะไรก็มีความก้าวหน้าได้ง่าย แต่มือเติบ ทำให้เสียทรัพย์โดยใช่เหตุ ให้แขวนพระมหาอุด เสริมโฉลกให้ทุกอย่างดีขึ้น
วันเสาร์ เป็นคนอาภัพ คู่ครองเป็นอริ จะอยู่กันยืดเฉพาะแม่หม้าย เป็นนักเลงการพนันและสุราชนิดหัวราน้ำ จึงควรแก้ไขแต่ต้นมือ ให้แขวนพระที่มีคำสาปเกี่ยวกับการห้ามดื่มสุราและการเล่นการพนันเพื่อปรามตัวเอง เป็นการเสริมโฉลก หาไม่แล้วจะเอาตัวไม่รอดจะบอกให้
คนเกิดปีกุนวันอาทิตย์ มีวาสนาบารมีสูง ตั้งตัวได้ไว มีบริวารมาก เป็นผู้นำของคนหมู่มาก แต่ทำคุณใครไม่ขึ้น ควรแขวนพระทางโชคลาภ เช่น พระสังกัจจายน์ พระสิวลี
วันจันทร์ ต้องอาบเหงื่อต่างน้ำ หากินไม่ฝืดเคือง แต่ต้องทำงานหนัก ทำงานเกี่ยวกับเครื่องจักรกล การเปิดอู่ซ่อมรถถูกโฉลกดี ควรแขวนพระที่มีพระพุทธรูปคู่กับพระพิฆเนศ หรือแขวนพระพิฆเนศองค์เดียวก็ได้
วันอังคาร เป็นคนมีผู้อุปถัมภ์ค้ำชู รับราชการจะได้ดีเพราะเจ้านายเป็นคนชอบ ขันอาสาเจ้านาย ทำอะไรทำจริง ให้แขวนพระที่มีพระอัครสาวกซ้ายขวาจะถูกโฉลกดี
วันพุธ ทำงานอะไรก็ต้องพบอุปสรรค ไม่มากก็น้อย พองานตั้งหลักได้แล้วก็ถูกเขี่ยเหมือนรื้อนั่งร้าน จึงควรระมัดระวังเรื่องการถูกหักหลังไว้ ให้แขวนพระสะดุ้งกลับ เพื่อเสริมโฉลกของตัวเองให้ดีขึ้น
วันพฤหัสบดี เกิดที่นี่ไปได้ดีที่อื่น จะต้องเดินทางไกลเพื่อหาเลี้ยงชีพ ยิ่งข้ามจังหวัดยิ่งดี ทำมาค้าขายนายหน้าแลกเปลี่ยนที่ดินดี เป็นครูก็ดี แต่ไม่ถูกโฉลกกับงานขายประกันชีวิตใ ห้แขวนพระปางลีลาเป็นหลัก
วันศุกร์ มีชีวิตที่ต้องวนเวียนอยู่กับคดีความ แต่เอาตัวรอดได้ทุกครั้ง จะทำกิจการใด ควรระวังเรื่องกฎหมายให้มาก ให้แขวนพระไพรีพินาศ เป็นดีที่สุด
วันเสาร์ เป็นคนกล้าได้กล้าเสีย เป็นเซียนพนันมือเติบ เป็นลูกพี่ที่มีลูกน้องบริวารมาก จะเดือดร้อนเพราะลูกน้องผู้ใกล้ชิดอยู่เสมอ ให้แขวนพระที่เกี่ยวกับการปกครองหมู่มาก ซึ่งควรจะเป็นพระที่ทางกระทรวงมหาดไทยหรือกรมตำรวจจัดสร้างจะถูกโฉลกดีนัก
ขอขอบคุณผู้ที่เขียนเรื่องนี้...สำหรับผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณเอาเอง...

วันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ความหมายของกุหลาบสีต่างๆ

เพื่อนๆ ส่งเมล์มาให้เช่นเคย เกี่ยวกับความหมายของกุหลาบสีต่างๆ ลองอ่านดูนะครับ เผื่อว่าจะไปซื้อดอกกุหลาบ..เพื่อมอบให้ใครๆ ในโอกาสต่างๆ จะได้เลือกได้ถูก
กุหลาบสีแดง หมายถึงความรัก ความปรารถนา เป็นสิ่งนำโชคมาให้แก่หญิงหรือชายที่รับ


กุหลาบสีชมพู หมายถึง ความรักที่มีความสุขอย่างสมบูรณ์

กุหลาบสีขาว หมายถึง ความมีเสน่ห์ ความบริสุทธิ์ มิตรภาพ และความสงบเงียบ นำโชคให้แก่ผู้รับเช่นเดียวกับกุหลาบแดง
กุหลาบสีเหลือง หมายถึง มิตรภาพ เราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน

กุหลาบสีแดงกับสีขาวในช่อเดียวกัน หมายถึง ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน
กุหลาบสีส้ม หมายถึง ฉันรักเธอเหมือนเดิม

กุหลาบสีส้มกับสีเหลืองในช่อเดียวกัน หมายถึง ระลึกถึงด้วยความเสน่หา
กุหลาบสีแดงเข้มเหมือนไวน์แดง หมายถึง เธอช่างมีเสน่ห์ งดงาม

กุหลาบตูมสีแดง หมายถึง ฉันเริ่มรักเธอแล้ว

กุหลาบบานสีแดง หมายถึง ฉันรักเธอเข้าแล้ว
กุหลาบสีม่วง หมายถึง รักแรกพบ
กุหลาบสีพีช หมายถึง ความจริงใจและความชื่นชม


กุหลาบตูมสีขาวหมายถึง เธอช่างไร้เดียงสาน่าทะนุถนอม ฉันรักเธอ


กุหลาบสีแชมเปญ หมายถึง ความงามที่เป็นอมตะ


กุหลาบสีดำ หมายถึง ความเศร้าโศก หรือ ความตาย

วันอาทิตย์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2552

กฏแห่งกรรม


มีเพื่อน forward mail มาให้อีกแล้วบอกว่าให้ forward ต่อไป ผมขี้เกียจทำต่อเลยเอามาลงใน Blog นี้เสียเลย หวังว่าจะเกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านทุกๆ คนนะครับ
1. เหตุใดคุณมีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมายตอบ เพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์

2. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ
ตอบ เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน
3. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่
ตอบ เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน
4. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้านเรือนให­ญ่โต
ตอบ เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน
5. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริ­ญรุ่งเรืองและมีความสุขมาก
ตอบ เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน
6. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงามตอบ เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน
7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดีตอบ เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน
8. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คนและมีเพื่อนมากมาย
ตอบ เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก่อน
9. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า
ตอบ เพราะคุณเคารพและให้ความช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้­ญาติในชาติก่อน
10. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้าตอบ เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลา และพรากสัตว์ในชาติก่อน
11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรงตอบ เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน
12. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้นตอบ เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมาย
13. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้ตอบ เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน
14. เหตุใดชาตินี้คุณมีดวงตาสดใสตอบ เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ
15. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปั­­ญญาอ่อนและหูหนวกตอบ เพราะชาติก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่
16. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษ
ตอบ เพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ
17. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตายตอบ เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์
18. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขาตอบ ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณ และจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด
19. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรมตอบ คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า
ก็ลองเล่าต่อ บอกต่อๆ กันไปนะครับ

วันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2551

ปี พ.ศ.2553 จุดจบประเทศไทย

บทความเรื่อง "ปี พ.ศ.2553 จุดจบประเทศไทย" นี้ มีเพื่อนผมฟอร์เวิร์ดเมล มาให้เช่นเคยและบอกให้ช่วยเผยแพร่ต่อไปด้วย แต่ผมไม่ทราบว่าใครเขียน แต่ทุกคนก็น่าจะลองอ่านดู นะครับ

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน (ผู้เขียนขึ้นต้นไว้อย่างนี้)

ปี 2553 จุดจบประเทศไทย......ถ้ายังเป็นคนไทยอยู่ช่วยอ่านด้วย


เรื่องนี้คนไทยทุกคนควรที่จะได้รู้ .....ประเทศต่าง ๆ ในโลกนี้มีเกิด มีดับ ตลอดเวลา
ประเทศไทยก็ไม่พ้นวิถีนี้เช่นกัน
สืบเนื่องจากการบรรยายของคุณนิติภูมิ ซึ่งเป็นสื่อมวลชน จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยมอสโคซึ่งเป็นสถาบันที่สตาลินสร้างขึ้น เพื่อสร้างภูมิปัญญาหวังครองโลกในสมัยหนึ่ง
เมื่อหลายปีก่อนคุณนิติภูมิ ได้ทำนายไว้ว่า ประเทศอินโดนีเชียจะแตกเป็น 6-14 ประเทศ ซึ่งในตอนนั้น นักรัฐศาสตร์ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ หัวเราะจนฟันกระเด็น แต่ต่อมาพอปี 2542 เหตุการณ์เริ่มเป็นจริง! ประเทศอินโดฯได้เริ่มแตกเป็น ติมอร์ และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดประเทศอาเจะ และอีกหลายประเทศที่จะเกิดตามมา
ในวันที่ 11 ธันวาคม 2543 ที่ผ่านมาที่งานคนดีศรีสังคม ณ หอประชุมวัฒนธรรมฯ คุณนิติภูมิได้บรรยายว่า ประเทศไทยจะต้องแตกเป็นประเทศใหม่อีก 4 - 6 ประเทศ แน่นอน ! ทั้งนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดขึ้นอย่างมีกระบวนการ โดยสถานการณ์จะเริ่มชัดขึ้นในปี 2553 ซึ่งเป็นปีที่ข้อตกลง GATTs จะเริ่มมีผลสมบูรณ์ การค้าเสรีจะมีผลสมบูรณ์ สินค้าเกษตรต่าง ๆ จากต่างประเทศจะทะลักเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมหาศาล
ในขณะที่เกษตรกรของไทยจะไม่กินสินค้าเกษตรของไทยด้วยกัน
และสินค้าเกษตรของไทยก็จะขายไม่ออก เนื่องจากมีต้นทุนที่สูงกว่าสินค้าเกษตรจากต่างประเทศ
ประกอบกับการที่การพัฒนาการเกษตรของไทยได้พัฒนาอย่างผิดทิศทาง เป็นการพัฒนาแบบปลูกพืชเชิงเดี่ยว ทำให้คนปลูกลำใย ไทยก็จะปลูกแต่ลำใย จะกินข้าวก็ต้องซื้อข้าวเวียดนามมากิน คนปลูกข้าวไทยก็ต้องไปซื้อหอมกระเทียมจากจีนมากิน คนปลูกหอม กระเทียมจะไม่ซื้อลำใยจากไทย แต่จะไปซื้อจากเกาหลีมากิน เป็นวงจรอย่างนี้ทำให้สินค้าเกษตรของไทยขายไม่ได้ เพราะแม้แต่เกษตรกรไทยด้วยกันก็ยังไม่ซื้อของเกษตรไทยด้วยกันมากิน เนื่องจาก สินค้าของต่างประเทศมีต้นทุนถูกกว่า
สินค้าเกษตรของไทยมีต้นทุนที่สูงกว่าเพราะใช้ปัจจัยการผลิตปุ๋ยของต่างประเทศ พันธุ์พืชก็ต้องนำเข้าจากต่างประเทศ เนื่องจากในอีก 10 ปีข้างหน้าพันธุกรรมท้องถิ่นจะถูกทำลายจาก GMOs และเมื่อเกษตรกรไทยซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ร้อยละ 80 ของประเทศอยู่ไม่ได้ วิกฤตที่มหาโหดสุดก็จะเกิดขึ้นกับประเทศไทย
รัฐบาลไทยจะไม่มีปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้ เพราะมาตรการทางการเงินก็จะใช้ไม่ได้ เนื่องจากธนาคารไทยกลายเป็นของต่างประเทศหมดแล้ว ไฟฟ้าก็แพงขึ้น น้ำมันก็แพงขึ้น โทรศัพท์แพงขึ้นเนื่องจากวิสาหกิจเหล่านี้กลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เขาสามารถตั้งราคา ได้ตามใจชอบ ถ้ารัฐบาลไปขอให้ลดราคาก็จะได้รับคำตอบว่าเขาจะไม่มีกำไร ธุรกิจจะอยู่ได้ด้วยกำไรเท่านั้น ถ้าเขาไม่มีกำไรเขาก็จะตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดโทรศัพท์ คุณเลือกเอาว่าจะยอมจ่ายในราคาที่แพงหรือว่าจะยอมไม่มีใช้
ดังนั้น รัฐบาลในอนาคตจะได้แต่นั่งทำตาปริบ ๆ ๆ เมื่อเกษตรกรไทยอยู่ไม่ได้ การขายที่ดินราคาถูก ๆ และจำนวนมหาศาลจะตามมา คนที่มีกำลังซื้อก็คือชาวต่างชาติ ซึ่งปัจจุบันก็ปรากฏแล้วว่าที่ดินบริเวณภาคตะวันออกได้ถูกต่างชาติกว้านซื้อไปเป็นจำนวนมากแล้ว เกษตรกรไทยที่ขายที่ดินได้ ก็ไม่สามารถนำเงินที่ได้ไปลงทุนให้เกิดรายได้ได้ เพราะธุรกิจอื่นได้ตกอยู่ในกำมือของต่างชาติแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นการค้าปลีกก็ตกอยู่ในมือของ Big C, Lotus,Carrefour, ธุรกิจอาหารก็ตกอยู่ในมือของ KFC, Pizzahat, McDonal, สิ่งทอเสื้อผ้าก็ของพวกฝรั่งเศส ฯลฯ
ดังนั้น เงินตราของไทยก็มีแต่จะถูกดูดออก เหมือนกับคนที่เลือดไหลไม่หยุด...
เมื่อคนจนอยู่ไม่ได้ ...รัฐจะอยู่ได้ฤา ?
4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จะเป็นแห่งแรกที่จะขอแยกตัวออกจากประเทศไทย เนื่องจากความแตกต่างที่เห็นชัดเจนและความแตกต่างทางวัฒนธรรม ในปี 2553 คนไทยภาคใต้จะเห็นด้วยกับการแยกประเทศ เพราะเห็นความล้มเหลวของรัฐบาลไทย การเมืองไทย การคัดค้านจะน้อยลง การสนับสนุนให้แยกจะทวีความรุนแรงขึ้น จนรัฐบาลไทยไม่สามารถควบคุมได้ถ้ารัฐบาลใช้กำลังทหาร ก็จะถูกต่างชาติส่งทหารมาต่อต้านกองทัพไทย ซึ่งแน่นอนกองทัพไทยไม่มีปัญญาไปต่อสู้อยู่แล้ว
การแยกตัวจะสำเร็จได้ในไม่นาน จากนั้น ภาคตะวันออก บริเวณจันทบุรี ตราด ระยอง ฉะเชิงเทรา จะขอแยกตัวตามมา เนื่องจากที่ดินแถบนั้นกลายเป็นของต่างชาติหมดแล้ว เนื่องจากที่ดินบริเวณดังกล่าวถูกใช้เป็นแหล่งพันธุกรรมของต่างชาติ ทั้งสมุนไพร อาหารต่าง ๆ เมื่อรัฐบาลไทยเป็นอุปสรรคของต่างชาติ การขอแยกตัวก็จะทำได้ไม่ยาก นั่นหมายถึง การซื้อประเทศไทย คล้ายกับที่สหรัฐอเมริกาซื้อรัฐ Alaska จาก Russia ถ้าไทยต่อต้าน เจอทหารต่างชาติแน่ เราจะเตรียมรับมือกับวิกฤติในอนาคตอย่างไร ?
ผมติดตามงานเขียนคุณนิติภูมิ มาหลายปี และสิ่งที่เขียนในไทยรัฐหน้า 2 เกือบทุกวันนั้น ไม่น่าเชื่อเลยว่า หนังสือพิมพ์ต่างประเทศจะเอาข้อมูลงานเขียนของนิติภูมิ ไปแปลลงหนังสือพิมพ์ต่างประเทศ ในการวิเคราะห์ บ่อยครั้งที่นิติภูมิ มองการค้า การเมือง สังคมไปพร้อมกัน รวมทั้งประวัติศาสตร์เขามอง อาเจนติน่า ก่อนล่มสลายทางเศรษฐกิจก่อนล่มจริง...
เขาทำนาย การเกิดสงคราม อเมริกากับอิรัค ข้อคิด รวมทั้งอนาคตชาวเชเชนไว้น่าสนใจ ผมว่า สิ่งที่เขาพูดเป็นไปได้
นิติภูมิ ทำให้ผมต้องกลับมาซื้อของโชห่วยของคนไทย แทนที่ไปเดิน big-c, lotus, careflour, เพราะผมบอกแม่บ้านและลูก ๆ ว่า เราซื้อของร้านโชห่วย ข้างบ้าน ไม่ต้องไปห้างใหญ่อีกเพราะอะไร เพราะเราไป คาร์ฟู เงิน 100 บาทที่เราจ่ายไปจะไปสู่ฝรั่งเศส 86 บาท เหลือให้คนไทย14 บาทเพราะของต่างชาติ เกือบ 100 เปอร์เซนต์ บิกซี โลตัสเหมือนกัน
นิติภูมิเคยเอาเปอร์เซนต์ที่ต่างชาติถือหุ้นมาลงให้ดู ของ 3 ห้างดัง ผมตกใจมาก และตัดสินใจซื้อน้ำปลาข้างบ้านตั้งแต่วันนั้น เพราะว่าต่างชาติถือหุ้นกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ แล้ว บางห้าง 86 ปอร์เซ็นต์ สอนลูกว่ามันจะแพงกว่าห้าง 3 บาท ก็ซื้อที่นี่มันจะแพงกว่า 5 บาทก็ซื้อที่นี่ เพราะมันจะเป็นภาษีคนไทย กลับมาหาลูกเอง ผมคิดแบบนี้จริง ๆ ถ้าซื้อจากห้าง 1,000บาท มันไหลไปต่างประเทศ 900บาท ที่เหลือ 100 บาท ที่เห็นจ่ายค่ายามเฝ้าห้างไง
มองอาเจนติน่าง่ายนิดเดียว ห้างต่างชาติบุกไปตั้งมากกว่า 400 ห้าง ทั่วประเทศคนอาเจนติน่าจึงทำเงินส่ง คาร์ฟู ส่งห้างต่างชาติ เกือบ100 เปอร์เซ็นต์ เงินคนทั้งชาติของชาวอาเจน จึงไหลไปหมด ในประเทศจึงไม่เหลืออะไร
ทางสุดท้ายที่ไม่น่าเชื่อเลยว่าทำได้ ผมพาลูกผมหัดทานขนมกรอบให้น้อยลง เลิกกิน kfc และพยายามทานให้ลดลง และจำนวนหนต่อปีน้อยสุด ผมอธิบาย วิธีสิ้นชาติแบบทางเศรษฐกิจตั้งแต่เริ่มจนจบให้เด็กที่บ้าน และลูกฟังหัดให้ลูกมาทานบัวลอย ขนมชั้น ข้าวเหนียวเปียกแทน ถั่วดำข้าวเหนียว ดีครับ ได้ผล... ลูกเปลี่ยนวิธีกิน... วิธีคิดไปเลย ... เปลี่ยนไปได้มาก พอเย็นสั่งผมซื้อเต้าส่วนบ้าง ขนมชั้นบ้าง ลูกเดือยบ้าง ผมพูดนิดนึงที่เขาเข้าใจคือ ผมไปตลาดซื้อไก่ทอดแม่ค้ามา 3 ขาไก่ทอดแบบไทย ๆ แล้วผมไป kfc ซื้อมา 3 ชิ้น เลือกน่องครับเหมือนกัน ราคาต่างกันลิบเลยผมก็อธิบายคำว่า license ( ค่าลิขสิทธิ) ให้ลูกฟังผมบอกว่า ซื้อไก่ 35 บาท ค่าไก่ 15 บาท ที่เหลือเป็นค่าลิขสิทธิ์ ไก่แม่ค้าที่ถูกเพราะไม่มีค่าลิขสิทธิ ใบตองที่ห่อขนมไทย ไม่มีลิขสิทธิมันเป็นวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายได้ไม่ถึง 3 เดือน ขนมต่างชาติ ห่อสวย แพง เพราะยี่ห้อมันมีลิขสิทธิ เวลามันหล่นที่พื้น ไม่มีคนเก็บมันจะย่อยสลายภายใน 200 ปีผมสอนแบบนี้ ลูกผมเปลี่ยนวัฒนธรรมไปเลย ผมทำได้และได้ทำแล้ว
ปล. ใคร่จะขอกรุณาช่วยนำบทความไปเผยแพร่ต่อ จะเป็นพระคุณมากครับยาวไปหน่อย แต่อยากให้อ่าน

วันพุธที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2551

คำทำนายประเทศไทย

มีเพื่อนๆ Forward Mail มาให้ จึงนำมาลงในนี้เลย ขอขอบคุณเพื่อนๆ ที่ให้ข้อมูล

คำทำนายที่เคยมีช้านานนัก
เริ่มประจักษ์ให้เห็นเร้นไม่ได้
หลวงพ่อฤาษีลิงดำเคยทำนาย

เมื่อถึงปลายรัชกาลผ่านเข้ามา

ประเทศชาติจะรุ่งเรืองและเฟื่องฟุ้ง
น้ำมันผุดขึ้นมาจนเห็นค่า
พวกกาขาวจะบินรี้หนีเข้ามา
เป็นประชาจนเต็มพระนคร

ชนทั่วโลกจะยกพระองค์ท่าน
ชื่อกระฉ่อนร่อนทั่วทุกสิงขร
ออกพระนามลือชื่อดั่งทินกร
องค์อมรเอกบุรุษแห่งแผ่นดิน

ชาวประชาจะปิติยิ้มสดใส
แต่อกไหม้หนอนกินข้างในสิ้น
จะมีพวกกาฝากคอยกัดกิน
เพื่อให้ได้สิ่งถวิลสมจินตนา

จะมีการต่อตีกันกลางเมือง
ขุนนางเขื่องกังฉินกินทั่วหล้า
คอรัปชั่นจะกัดกร่อนทั้งพารา
ประดุจปลวกกินฝานั้นปะไร

ข้าราชการตงฉินถูกประนาม
สามคนหามสี่คนแห่มาลากไส้
เกิดวิกฤติผิดเพี้ยนโดยทั่วไป
โกลาหลหม่นไหม้ไร้ความดี

ประชาชีจะสับสนเรื่องดีชั่ว
ถ้วนทุกทั่วจะหมุดขุดรูหนี
ไม่แน่ใจสิ่งที่ทำนำความดี
เกรงเป็นผีตายตกไปตามกัน

พุทธศาสน์จะถูกรุกและล้ำ
มิตรเคยค้ำเป็นศัตรูมุ่งอาสัญ
เกิดวิกฤติธรรมชาติอุบาทว์ครัน
พายุลั่นน้ำถล่มดินทลาย

แผ่นดินแยกแตกเป็นสองปกครองยาก
เกิดวิบากทุกข์เข็ญระส่ำระสาย
เกิดการปราบจลาจลชนล้มตาย
เลือดเป็นสายน้ำตานองสองแผ่นดิน

ข้าเป็นนายนายเป็นข้าน่าสมเพช
ผู้มีบุญมีเดชจะสูญสิ้น
ทั้งพฤฒาอาจารย์ลือระบิล
จะร่วงรินดุจใบไม้ต้องสายลม

ความระทมจะถมทับนับเทวศ
ดั่งดวงเนตรมืดบอดสุดขื่นขม
คนที่ดีจะก้มหน้าสุดระทม
ส่วนคนชั่วหัวร่อร่าทำท่าดัง

จะมีหนึ่งนารีขี่ม้าขาว
ควงคฑามุ่งสู่ดาวสร้างความหวัง
ผู้ปกครองจะเป็นหญิงพึงระวัง
สายน้ำหลั่งกรากเชี่ยวหวาดเสียวใจ

ศิวิไลซ์จะบังเกิดในสยาม
หลังฝนคร้ามลั่นครืนจะยืนได้
จะเข้าสู่ยุคมหาชนพาไป
เปลี่ยนเมืองใหม่ศักราชแห่งประชา

คนชั่วจะถูกปราบราบคาบสิ้น
แผ่นดินเดือดสูญหายไร้ปัญหา
ประเทศชาติผ่านวิกฤติด้วยศรัทธา
ยามเมื่อฟ้าศรีทองผ่องอำไพ


คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติ(๒๕๕๑)
โดยหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง(มรณภาพไปแล้ว)

คำทำนายหรือจะถึงคราวสิ้นชาติเมื่อประมาณปี 2516 มีคณะรัฐมนตรี นายทหาร นายตำรวจยศนายพัน กลุ่มหนึ่ง มาเรียนถามหลวงพ่อเจริญ วัดป่ามะม่วง ให้ท่านช่วยทำนาย ว่าพวกกระผมจะทำการปฏิวัติ การนี้จะสำเร็จหรือไม่ แล้วผมจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีหรือไม่ความจริงท่านไม่อยากยุ่งเรื่องการเมือง แต่จะบอกให้รู้ว่าหลวงพ่อเจริญท่านตอบว่าสำเร็จ แต่จะอยู่ในตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 เดือน หลังจากนั้น นักศึกษานักเรียน ประชาชนจะออกมาขับไล่จนคุณอยู่ไม่ได้ ไม่ดี อย่าไปทำเลยคุณเคยเห็นทะเลซุงไหม!อีก 15 ปีหลังจากนี้ (2531)ทะเลซุง จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ที่ภาคใต้ น้ำจะท่วมถึงยอดตาล วัดวาอารามจะพังพินาศ คนจะล้มตายจำนวนมากและต่อจากนั้นอีก 20 ปี(2551)แผ่นดินจะถูกแยก ต่างชาติจะเข้ามายึดแผ่นดินไทย คนไทยจะไม่มีที่อยู่ โดนขับไล่ ทุกอย่างที่กล่าวมานี้เป็นกฎแห่งกรรม จงไปบันทึกเอาไว้ ถ้าไม่จริงอาตมายอมถูกปรับท่านกล่าวอีกว่า.....อาตมาจะมรณภาพวันที่ 14 ตุลาคม2521 เวลาเที่ยง12.45 น. ด้วยอุบัติเหตุรถคว่ำคอหักตาย และท่านก็มรณภาพวันนั้นจริงๆอ่านจากหนังสือ สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ของ สุทัสสา อ่อนค้อมก็ภาวนาอย่าให้หลวงพ่อเจริญท่านทำนายถูกเลย...คนไทยแย่กันแน่ๆ


เป็นที่น่าสังเกตว่าดวงชะตาของบ้านเมืองในปีนี้ล้วนเป็นปริศนา ขอให้ท่านผู้มีภูมิปัญญาเอาไปขบคิดกันเองเทอญ"ดาวพระเสาร์ยังสถิตอยู่ในราศีสิงห์ ตลอดปีนี้ และราหูย้ายจากราศีกุมภ์ เข้าสู่ราศีมังกร ทำมุมตั้งฉากกับลัคนาเมือง ในวันที่ 17 เมษายน 2551 และยังอยู่ต่อเนื่องไปอีกทั้งปี"ลัคนาประเทศถูกบาปเคราะห์จตุโกณกากบาททุกจุด จึงทำให้ชาติบ้านเมืองเข้าสู่ทางคับขันตลอดเวลา เช่น เกิดสงคราม, ประกาศกฎอัยการศึก , สงครามกลางเมืองดาวอังคาร บ่งถึงบุคคลในเครื่องแบบผู้ถืออาวุธที่ไม่อยู่ในศีลธรรมจะต้องเข้ามามีบทบาท แทรกเป็นยาดำในคณะรัฐบาลอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้นดาวมฤตยู กับ เสาร์ เล็งกันลอยอยู่เหนือขอบฟ้า ดาวคู่นี้หมายถึง การถูกปล่อยเกาะอย่างโดดเดี่ยว การถูกลอยแพ บ่งถึงว่าเมืองไทยจะตกอยู่ในภาวะคับขันรอบด้าน โดยประเทศที่ล้อมอยู่ลุกเป็นไฟและตกอยู่ในสภาพตึงเครียดตลอดเวลา ทำให้เกิดเป็นปีมหาวิปโยคที่เป็นการปฏิวัติเปลี่ยนโฉมหน้าประวัติศาสตร์โดยสิ้นเชิงเดือนเมษายน ราวปลายเดือน ผู้มีอำนาจในการบริหารบ้านเมืองควรจะต้องระมัดระวังอย่างรอบคอบ แทนที่จะเห็นแก่ผลประโยชน์ของบ้านเมืองเป็นหลัก จะเกิดความวุ่นวายปั่นป่วนทางการเมือง เกิดการแตกแยก บุคคลในเครื่องแบบจะมีบทบาททันที เกิดการจลาจล รัฐประหารครั้งใหญ่ เกิดการนองเลือด ผู้คนล้มตายเป็นเบือปรากฏการณ์บนฟากฟ้าเมืองไทยที่พึงสังเกตคือ ในเดือนเมษายน ดาวอังคารดาวแห่งสงครามจะย้ายเข้าราศีกรกฎ ทำมุมฉากกับลัคนาและเล็งราหูจรในเดือนเมษายน 2551 ดาวทั้ง 2 ดวงนี้ทำมุมฉากกับประเทศ จังหวะสัมพันธ์ของดาวเคราะห์ใหญ่ในด้านร้ายที่เผอิญมาพบกันดังกล่าวนี้มักจะไม่ค่อยปรากฏแก่เราบ่อยครั้งนัก จักทำให้บ้านเมืองเราและโลกประสบกับความปั่นป่วนยุ่งเหยิงครั้งยิ่งใหญ่เป็นประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติอีกครั้งใน "ดวงของโลก" การโคจรของดาวอังคาร "ดาวสีเลือด" มีส่วนต่อโลกในปีนี้อย่างมากนอกจากจะเกิดสงครามครั้งใหญ่แล้ว ยังอาจเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติเป็นภัยจาก "ภาวะโลกร้อน" ในทางวิทยาศาสตร์เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะทำให้ผู้คนประมาณหลายล้านคนขาดแคลนน้ำ อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 2-3 องศาเซลเซียส มลพิษคาร์บอนอันเกิดจากการเผาไหม้ของน้ำมัน และถ่านหินเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ระดับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในบรรยากาศพุ่งถึงระดับสูงสุดในรอบหลายแสนปี โดยที่คาร์บอนไดออกไซด์ คือ "ก๊าซเรือนกระจก" ตัวสำคัญที่สุดซึ่งแผ่ซ่านอยู่ในบรรยากาศ และคอยดักกักความร้อนของแสงอาทิตย์เอาไว้ตรงผิวโลก แทนที่จะปล่อยให้รังสีของดวงอาทิตย์ได้สะท้อนกลับออกไปในอวกาศ ทำให้อุณหภูมิของผิวโลกเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี โดยปัจจัยซึ่งทำให้ "โลกร้อน" ขึ้น ที่ส่วนมากที่สุดเป็นจากฝีมือมนุษย์ปี 2551 นี้ ดาวเสาร์และราหูในทางโหราศาสตร์ ไม่สัมพันธ์กับดวงของโลกและของดวงเมืองไทยเรา น่าเป็นห่วงยิ่งนัก เพราะไม่เคยเกิดขึ้นในช่วงชีวิตที่พวกเราได้กำเนิดมา หรือก่อนหน้านั้นเป็นหมื่นเป็นแสนปียังไม่เคยเกิด เกาะเล็กเกาะน้อยในอินโดนีเซีย ญี่ปุ่น จีน และไทย บางส่วนอาจจมหายไป เนื่องจากภาวะโลกร้อน ทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนท่วมมิดเกาะ, อุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นจะทำให้ผู้คนของโลกหลายล้านคนหิวโหย เป็นสาเหตุให้เกิดการขาดแคลนน้ำถึงขั้นวิกฤตในจีน และในทวีปใหญ่ ๆ รวมไปถึงบางส่วนของยุโรปและสหรัฐฯ, ปริมาณน้ำฝนในพื้นที่เกษตรกรรม จะขาดหายไปเป็นจำนวนมาก ,เพราะมีบางประเทศจะขาดแคลนอาหารและน้ำจะท่วมชายฝั่งทำลายบ้านเรือนไปจำนวนมาก ทวีปแอฟริกา และประเทศยากจน จะเป็นที่ซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุด เพราะพวกเขามีความพร้อมจะรับมือกับภัยตามชายฝั่ง และความแห้งแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นน้อยที่สุด, เนื่องจากอุณหภูมิน้ำทะเลในปี 2551 พุ่งสูงขึ้นผิดปกติและรวดเร็วเกินกว่านักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกได้คาดการณ์ไว้ จะเพิ่มสูงขึ้นมากและเป็นกรดมากยิ่งขึ้น แนวปะการังสวยงามในท้องทะเลทั่วโลกบางแห่งอาจ "สูญพันธุ์" ลงได้, สำหรับยุโรปในปีนี้ ธารน้ำแข็งจะเริ่มหายไปจากเทือกเขาแอลป์ตอนกลางบางส่วน ส่วนประเทศที่เป็นเกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก จะถูกเล่นงานอย่างหนัก จากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นและพายุโซนร้อนที่จะเกิดขึ้นบ่อยครั้งส่วนสยามประเทศ ปีชวด 2551 นี้ จะเป็นปีแห่งความอาเพศ ในปลายปีชวด 2551 นี้ จะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ที่น่าแปลกมหัศจรรย์จะเกิด "หิมะตก" ในเมืองไทยไปทั่วทางภาคเหนือและอีสานบางส่วน ประชาชนทั้งคนไทยและทั่วโลกตื่นตกใจแทบช๊อค เพราะไม่เคยเห็นปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อนเลยแต่จริง ๆ แล้ว ในทางโหราศาสตร์ไทยถือว่าเป็นอาเพศ เป็นลางร้ายที่จะเกิดมหัตภัยตามมาไม่หยุดหย่อน ทั้งทางธรรมชาติ บุคคล การเมือง การปกครอง วัฒนธรรมประเพณี ความเป็นอยู่แบบไทย ๆ เรา ก็จะเปลี่ยนแปลงไปซ้ำร้ายเหมือนจงใจจะให้เกิด ในปลายปี 2551 นี้ เกิดแผ่นดินไหวใต้ทะเลครั้งใหญ่ในประเทศไทยที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เพราะส่วนใหญ่จะเกิดขึ้นในต่างประเทศแล้วถึงกระทบมาถึงเรา ครั้งนี้เกิดที่ประเทศไทย ทำให้เกิดรอยเลื่อนใต้ทะเลทางแถบทะเลอันดามัน เป็นทางยาวมากทำให้เกิดคลื่นยักษ์เข้าถล่มตามชายฝั่งทะเล และมีดินแดนบางส่วนถูกกระหน่ำและจมลงสู่ทะเล มีการสูญเสียชีวิตผู้คนจำนวนมากแต่มหันตภัยครั้งนี้ทำให้เกิดแก๊สชนิดหนึ่ง เป็นชนิดใหม่ที่เกิดขึ้นไม่ใช่น้ำมันดิบหรือแก๊สธรรมชาติที่ทั่วโลกนำมาใช้ทำเป็นพลังงานเชื้อเพลิงอยู่ในปัจจุบัน แก๊สชนิดนี้ถูกพ่นขึ้นมาจากใจกลางโลกที่ร้อนระอุมาก มารวมตัวกันอยู่เหนือรอยแตกแยกของพื้นทะเลที่เกิดแผ่นดินไหว ผสมผสานกับสารเคมีบางชนิดกลายเป็นก้อนเหมือนภูเขาหินก้อนใหญ่โตที่อยู่ใต้ท้องทะเลไทย เป็นก้อนใหญ่มากที่สุดที่พบได้ในโลกนี้แก๊สชนิดนี้ในอนาคตสามารถนำขึ้นมาใช้แทนพลังงานเชื้อเพลิงที่มีอยู่อย่างน้ำมัน และประสิทธิภาพดีกว่าหลายร้อยเท่า ทำให้เป็นประโยชน์กับประเทศไทยเราในอนาคตอย่างมหาศาล อันนี้ถือเป็นส่วนดี !ส่วนตำราทางฮินดูทายไว้อีกนัยหนึ่งว่า ปี 2551 นี้ ประเทศไทยยังประสบปัญหาภัยแล้ง ขาดแคลนน้ำอย่างที่ไม่เคยประสบมาในรอบหลายร้อยปี ทำให้ทางภาคตะวันออกของประเทศมีสภาพแห้งแล้งทำให้ผู้คนและสัตว์เลี้ยงขาดน้ำจนบางจังหวัด บางอำเภอ บางหมู่บ้าน กลายเป็นทะเลทราย จนต้องอพยพผู้คนภัยพิบัติทางธรรมชาติยังไม่หยุดยั้งจะมีการสูญเสียแผ่นดินทางภาคใต้แถบฝั่งทะเลอันดามันตั้งแต่จังหวัดระนองลงมา อาจจะจมสู่ใต้ทะเลในเวลาอันรวดเร็วอย่างที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผู้คนจะล้มตายและสูญหายเป็นจำนวนมากเกาะภูเก็ต กระบี่ พังงา ราวกลางปี 2551 จะถูกคลื่นสึนามิเหมือนกำแพงยักษ์ถล่มหนักกว่าครั้งแรก ทำให้ผู้คนทั้งไทยและชาวต่างชาติ รวมทั้งทรัพย์สินตึกรามบ้านช่องถูกกวาดลงทะเลไปจนหมดสิ้น จนกลายเป็นเกาะร้างและบางส่วนอันตรธานหายไปในที่สุดเชื้อโรคที่รุนแรงระบาดเหมือนไข้หวัดนกจะเข้ามาทำลายล้างชีวิตมนุษย์และสัตว์ หรือเป็นเชื้อไข้หวัดนกที่กลายพันธุ์ติดต่อมาถึงคน ทำให้สูญเสียชีวิตมนุษย์มากมายเป็นที่สยดสยองต่อวงการแพทย์และไม่สามารถจะควบคุมด้วยยาหรือวิธีการทางการแพทย์สมัยใหม่ได้ทันที เป็นที่อเนจอนาถยิ่งนักส่วนปัญหาทางภาคใต้ อิทธิพลของดาวเสาร์ให้เป็นปีแห่งการก่อการร้ายและการก่อวินาศกรรมทั้งปี มีการเคลื่อนไหวของผู้คนที่ไม่สามารถจะควบคุมได้ใน 3 จังหวัดภาคใต้ ทำให้ผู้มีอำนาจขาดความเชื่อถือที่จะเหนี่ยวรั้งให้ผู้คนเหล่านั้นยุติความคิดของเขาได้ แต่ตามดวงเมืองแล้วไม่บ่งบอกว่าเราจะเสียดินแดน 3 จังหวัดภาคใต้นั้นไป เนื่องจากดาวอังคารเดินแบบวิกล จะส่งผลให้ความร้อนแรงเกิดขึ้นไม่สิ้นสุด เพราะดวงผู้นำประเทศไม่สัมพันธ์กับดวงเมืองปี 2551 นี้ ทำให้เหตุการณ์ร้อนแรงบานปลายขยายวงกว้างมีการก่อการร้าย ฆ่ารายวันผู้บริสุทธิ์อย่างโหดเหี้ยม ศาสนาถูกชักนำเข้ามาเกี่ยวข้อง มีการแก้ปัญหาด้วยการจับแพะ หรือความโกรธแค้นทุกหมู่เหล่า สถานภาพความปลอดภัยของ 3 จังหวัดภาคใต้วิกฤตหนัก ทำให้คนปกติขนอพยพหนีไปยังที่ที่ปลอดภัยหรือดินแดนแห่งใหม่ ต่างชาติต้องมาเกี่ยวข้องโดยปริยายไม่ว่าจะรูปแบบของผู้ก่อการร้ายทั้งเก่าและใหม่ หรือองค์กรระหว่างประเทศจะใช้อาวุธที่มีอานุภาพรุนแรง ระเบิดพลีชีพ ตามโรงแรมและสถานที่ราชการ มีการเผาโรงเรียน หน่วยราชการหลายแหล่งทำให้ไฟลุกท่วมไปทั่วเมือง ประหนึ่งเป็นสงครามย่อย ๆ จนสหประชาชาติอื่นยื่นมือเข้ามาพิทักษ์ผู้บริสุทธิ์ ประเทศไทยเป็นที่กล่าวขวัญในทางที่น่าสะพรึงกลัวไปทั่วโลก สื่อต่างประเทศจะเข้ามา ชนิดที่ว่ารัฐบาลจะควบคุมไม่อยู่ชาวโลกและประเทศไทยยังเดือดร้อนเรื่องน้ำมันแพง อันเป็นผลจากกลุ่มชาติอาหรับผู้เป็นเจ้าของน้ำมัน อันเป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งมีอยู่มากในกลุ่มชาติเหล่านี้ ได้รวมหัวกันขึ้นราคาน้ำมัน และเพิ่มราคาน้ำมันขึ้นทุกปีโดยไม่หยุดยั้ง ทำให้ชาติต่าง ๆ เดือดร้อน เศรษฐกิจตกต่ำทั่วไป ส่งผลให้ข้าวของแพง ผู้คนลำบากทั่วทุกหัวระแหง ตลอดทั้งปีน้ำมันเชื้อเพลิงขึ้นราคารวมทั้งแก๊สหุงต้ม ทำให้ประชาชนปั่นป่วนเดือดร้อนมากราวปลายปี น้ำแข็งที่ขั้วโลกละลายอย่างรวดเร็วสุดยับยั้ง ทำให้ระดับน้ำในทะเลและมหาสมุทรสูงขึ้นมาก เกิดสภาวะน้ำท่วมใหญ่ที่ถาวรขึ้นในบริเวณที่ลุ่มต่ำของโลก ประเทศไทยบางส่วนจะถูกน้ำท่วมใหญ่ ประกอบกับจะเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เป็นระยะ ๆ ทำให้หมู่เกาะบางเกาะต้องจมหายลงไปในทะเล เป็นการสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติและชีวิตมนุษย์ครั้งใหญ่ของประเทศกรุงเทพฯ บางส่วนเริ่มถูกน้ำทะเลท่วมเข้ามาถึง อาจจะจมน้ำหายไปและจะเป็นเช่นนี้ต่อเนื่องไปอีกหลายปี และอาจจะจมหายไปจากแผนที่โลกหรือแผนที่ประเทศไทย อาจจะต้องเปลี่ยนแปลง ดังนั้นภาครัฐต้องตระหนักถึงเรื่องนี้ควรหาทางป้องกันไว้ก่อนโลกจะเข้าสู่ยุคเข็ญ สหรัฐอเมริกาและตะวันออกกลางเริ่มเปิดฉากสงครามล้างเผ่าพันธุ์เป็นสงครามปรมาณู มีการใช้ขีปนาวุธติดหัวรบนิวเคลียร์ หรือสงครามไฮเทคนำมาใช้กัน ทำให้เกิดจุดวิกฤตการณ์ของโลกเขม็งเกลียวเป็นสงครามครั้งใหญ่ของโลก บ้านเมืองพินาศ ผู้คนล้มตายเป็นผักเป็นปลาจำนวนมหาศาล สงครามครั้งนี้จะยืดเยื้อไปอีกหลายปีอาณาบริเวณที่จะเกิดจุดฆาตคือ สหรัฐ อังกฤษ อิสราเอล กลุ่มประเทศปาเลสไตน์ ปากีสถาน อัฟกานิสถาน อินโดนีเซีย จีน และรัสเซีย ฐานทัพนอกประเทศของมหาอำนาจจะถูกทำลาย ส่วนประเทศไทยเราจะถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้ด้วยส่วนด้านเศรษฐกิจถือว่าตกต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ของโลกก็ว่าได้ ทั่วโลกเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เศรษฐกิจของสหรัฐและยุโรปคลอนแคลน ซวนเซ โดยเฉพาะประเทศไทยเรา เป็นปีแห่งความล้มละลายทางเศรษฐกิจ ไม่อาจฟื้นขึ้นมาได้ ประชาชนอดอยาก ธุรกิจสับสน คนว่างงานหรือถูกปลดออกจากงานหลายแสนคนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบเกิดสงครามไปทั่วโลก ธนาคารทั้งเล็กและใหญ่เริ่มล้มและปิดตัวเองลง ตลาดหุ้นถูกกระทบกระเทือนอย่างหนักต้องปิดตัวเองลงอย่างถาวร มีคนฆ่าตัวตายเป็นจำนวนมาก ถือได้ว่าเป็นปีแห่ง "เศรษฐกิจเลือด" ก็เป็นได้
๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑๑