วันอาทิตย์ที่ 11 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ถึงเวลาเปลี่ยนคำขวัญ จ.ราชบุรีหรือยัง?

“คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างคาวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี”
 
คำขวัญจังหวัดราชบุรี นี้แต่งขึ้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2532  ในโอกาสที่จังหวัดราชบุรีเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาเยาวชนแห่งชาติ ครั้งที่ 5 และงานมหกรรมของดีเมืองราชบุรี มาถึงปัจจุบันนี้ก็ 21 ปี แล้ว (อ่านรายละเอียดที่มา) 

และก็ไม่มีใครรู้ว่าจะใช้คำขวัญนี้ไปอีกนานเท่าใด? เพราะหลายสิ่งหลายอย่างในวันนี้เปลี่ยนไปแล้ว เช่น ปลายี่สก เป็นต้น ก็ไม่มีจะให้จับ ให้ชม ให้รับประทาน ได้แต่ให้เด็กนักเรียนท่องจำไปวันๆ   และถึงวันนี้ คำที่กำลังเป็นที่นิยมและชอบยกกันขึ้นมาพูดเสมอ คือคำว่า "เศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์" (creative economy) ยิ่งทำให้ผมเห็นว่าหลายคำที่ประกอบกันเป็นคำขวัญราชบุรี อาจมีความจำเป็นต้องเปลี่ยน เพราะไม่ได้ช่วยสร้างเศรษฐกิจหรือตัวตนของจังหวัดราชบุรีแต่อย่างใด อย่างเช่น คำว่า

"คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง"  ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นอะไรเลยที่ประจักษ์ว่ามันเป็นเช่นนั้น เพราะมันเป็นเพียงแค่คำที่ชื่นชมในสมัยก่อน หากพูดถึงเชิงเศรษฐกิจแล้ว โพธาราม อาจต้องเปลี่ยนเอาคำว่า "ไชโป้วหวาน"  "ตุ๊กตาผ้า"  มาแทน ส่วนบ้านโป่ง อาจเอาคำว่า "แหล่งต่อรถบัส" มาแทน เป็นต้น

ส่วนที่ อ.บางแพ ก็เป็นแหล่งเลี้ยงกุ้งก้ามกราม  อ.ปากท่อ เป็นแหล่งเลี้ยงสุกร ที่มากที่สุดในประเทศไทย ก็แทบจะไม่มีอยู่ในคำขวัญของจังหวัดราชบุรีเลย  ทั้งๆ ที่คำพูดเหล่านี้ สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจโดยรวม และแสดงความเป็นตัวตนให้จังหวัดราชบุรีอย่างเห็นเด่นชัด นี่ยังไม่รวมถึง สัปปะรดหวานบ้านคา และแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ที่สำคัญอีกเช่น ตะนาวศรี สวนผึ้ง   

การเปลี่ยนคำขวัญไม่ใช่เรื่องที่กระทำไม่ได้  หลายบริษัทฯ หลายองค์กร ก็มักเปลี่ยนกันอยู่บ่อยๆ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ใหม่ๆ ให้ตนเอง  การเปลี่ยนคำขวัญของจังหวัดนั้น จึงเป็นเรื่องที่ต้องช่วยกันคิดให้รอบด้านและรอบคอบว่า จะเปลี่ยนเป็นคำว่าอะไร? ถึงจะแสดงให้เห็นตัวตนที่แท้จริงของจังหวัดราชบุรี และช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและค่าตอบแทนทางเศรษฐกิจ ให้เห็นได้อย่างชัดเจน...

เขียนโดย : จุฑาคเชน 11 ก.ค.2553

อ่านเพิ่มเติม
ย่านยี่สกปลาดี คำขวัญราชบุรีที่กำลังถูกลบทิ้ง
คำขวัญจังหวัดราชบุรี

ที่มาของภาพ : http://gotoknow.org/file/suthi94/100_3342.jpg

วันอาทิตย์ที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ปาหี่พิธีเปิดกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 39 รอบคัดเลือกภาค 2 ที่ราชบุรี

จ.ราชบุรี ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 39 รอบคัดเลือกนักกีฬาระดับภาค 2 ในวันที่ 6-16 ก.ค.2553 ด้วยการชิงชัยกว่า 30 ชนิดกีฬาจากนักกีฬา 14 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ชัยนาท นครปฐม นครสวรรค์ ประจวบคิรีขันธ์ เพชรบุรี ลพบุรี สิงห์บุรี สระบุรี สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา อุทัยธานี และราชบุรี  หลังจากนั้น ผู้ชนะจึงจะได้ไปแข่งขันในระดับประเทศ ที่จังหวัดชลบุรี ในวันที่ 9-19 ธันวาคม 2553 ปลายปีนี้


ปาหี่พิธีเปิดการแข่งขันฯ
จ.ราชบุรีจัดให้มีพิธีเปิดขึ้นในวันที่ 2 ก.ค.2553 ณ โรงยิมเนเซี่ยม จ.ราชบุรี 4,000 ที่นั่ง โดย นายสุเทพ โกมลภมร ผู้ว่าฯ ราชบุรี เป็นประธาน ทำไมถึงอยากเรียกว่า "ปาหี่"
  • ที่หลายคนเห็นนักกีฬา และผู้ชมที่เต็มโรงยิมเนเซี่ยมนั้น ล้วนเป็นผู้ที่ถูกจัดตั้งมาทั่้งหมด นักกีฬาและเจ้าหน้าที่ของ 14 จังหวัด ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เลยและไม่ได้มีส่วนร่วมในพิธีเปิดครั้งนี้ด้วย
  • ทั้งคนถือป้าย คนถือธง นักกีฬา ผู้ชมบนอัฒจันทร์  ล้วนเป็นเด็กนักเรียนของ รร.เบญจมราชูทิศ และ รร.ราชบุรีบริหารธุรกิจ ที่ถูกเกณฑ์มาทั้งสิ้น
  • จริงๆ แล้วในพิธีเปิดการแข่งขันฯ คนที่น่าจะอยู่ในสนามจริง ควรจะเป็นนักกีฬาตัวจริง เพราะเขาได้รู้สึกภาคภูมิใจ   นี่แม้แต่นักกีฬา จ.ราชบุรีเอง ที่เป็นเจ้าภาพ ก็ยังไม่ได้ลงไปยืนในสนามพิธีเปิดเลย
  • ที่เกี่ยวข้องกับ 14 จังหวัด เห็นจะเป็นเพียงผู้แทนที่ได้รับเชิญมาร่วมเป็นแขกเพียงจังหวัดละคนสองคนเท่านั้น
  • พิธีเปิดการแข่งขันกีฬาฯ ที่ขาดวัฒนธรรมบางอย่างของกีฬาไป เช่น การเชิญธงชาติ การเชิญธงกีฬาของแต่ละจังหวัด  การจุดไฟในกระถางคบเพลิง การปฎิญาณตนของนักกีฬาสมัครเล่น เป็นต้น  (หรือว่าการกีฬาแห่งประเทศไทย เขาจะเปลี่ยนวัฒนธรรมใหม่ก็ไม่ทราบได้)
  • เปิดกันเอง ชมกันเอง ถ่ายภาพกันเอง  การแสดงที่ รร.ราชบุรีบริหารธุรกิจ อุตส่าห์เตรียมมาอย่างดี ก็ไม่มีใครหน้าไหนจากจังหวัดอื่นๆ ได้ชม (เพราะไม่ได้มาร่วม)  จะมีที่ได้ชมก็เฉพาะ แขกในราชบุรี  หัวหน้าส่วนราชการ และ นักเรียน รร.เบญจมราชูทิศ ที่ถูกเกณฑ์มานั่งชม เสียดายความตั้งใจของผู้แสดง การแสดงที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ น่าจะให้คนจากจังหวัดอื่นๆ เขาได้ชมด้วย
  • หากกระทำพิธีเปิดในวันที่ 6 ก.ค.53 น่าจะดีกว่านี้ เพราะอย่างน้อยนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ ก็ทยอยมาถึง จ.ราชบุรีแล้ว ขอความร่วมมือให้ส่งตัวแทนนักกีฬา (จริงๆ ของจังหวัดนั้น) มายืนในสนามก็ได้ แต่ทำไมต้องเปิดวันที่ 2 และไปเริ่มแข่งขันวันที่ 6 ก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก 

กระแสการชมกีฬาของชาวราชบุรี
การแข่งขันกีฬาแห่งชาติ ฯ ระดับคัดเลือกภาคนี้  เป็นกีฬาที่น่าชมอย่างยิ่ง เพราะมีตัวแทนจังหวัดถึง 14 จังหวัดมาร่วมการแข่งขันชิงชัยกัน  และกีฬาแต่ละชนิดก็น่าสนใจเกือบทั้งสิ้น แต่แทบไม่เห็นกระแสของนักเรียน นักศึกษา และประชาชนชาวราชบุรี  ที่อยากจะไปร่วมชมและเชียร์ในครั้งนี้เลย

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หน่วยงานที่น่าจะช่วยรณรงค์ให้มากๆ ก็คือ  สพท.รบ.1 และ 2, สถาบันอาชีวภาคกลาง และสถาบันในระดับอุดมศึกษา ของ จ.ราชบุรี ควรจะช่วยสร้างกระแสให้นักเรียน นักศึกษา (ซึ่งเป็นกำลังสำคัญ) ไปร่วมชมและร่วมเชียร์ ร่วมจัดกิจกรรมต่างๆ ให้สมกับที่ จ.ราชบุรีเป็นเจ้าภาพ

อีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ก็จะเริ่มการแข่งขันแล้ว คงมีแต่นักกีฬาตัวสำรอง ผู้ฝึกสอน ของชนิดกีฬานั้นๆ นั่งชมและเชียร์กันเอง....

กระแสการเป็นเจ้าภาพที่ดี
อันนี้ไม่ต้องพุดถึงมากเลย เพราะชาวราชบุรีอีกหลายคนยังไม่ทราบเลยว่า เขามีกีฬาอะไรกัน นักกีฬาและผู้ฝึกสอนที่มาจาก 14 จังหวัดมี่มาเข้าร่วมการแข่งขันฯ ครั้งนี้ มีมากถึง 4,919 คน ป้ายประชาสัมพันธ์ที่เห็นๆ ก็มีอยู่ป้ายเดียว แถวราวสะพานรถไฟในเมืองราชบุรี  นอกจากนั้นไม่ต้องพูดถึง แม้แต่สถานที่พักนักกีฬา และสนามแข่งขัน ยังไม่มีป้ายยินดีต้อนรับนักกีฬาจากจังหวัดต่างๆ ติดให้เห็นสักป้ายนึงเลย 

เห็นเขาบอกว่ามีงบประมาณที่ใช้ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ถึง 8 ล้านบาท ใช้จัดการแข่งขันกีฬาไปประมาณ 4 ล้านบาทเศษ  แล้วไหนจะงบประมาณจากการบริจาคของหน่วยงานในราชบุรีอีก อย่างน้อยคงน่าจะมีเหลือเพียงพอ ที่จะทำการโฆษณาประชาสัมพันธ์เชิญชวนรณรงค์ให้ชาวราชบุรีมาชม เชียร์ และเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการต้อนรับฯ ในครั้งนี้...แต่นี่ทราบข่าวว่า แม้แต่สื่อมวลชนยังไม่ให้ความร่วมมือเลย..(ไม่รู้เป็นเพราะเหตุใด)....  

หลายท่านอาจจะจำได้...จังหวัดราชบุรี เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 18-28 ธันวาคม 2547 ใช้ชื่อเกมส์ว่า "ราชบุรีเกมส์" มาแล้ว ซึ่งขณะนั้น มีนายพลวัต ชยานุวัตร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดราชบุรี...วันนั้น "ราชบุรีเราก็ถือว่าจัดได้ดี"

แต่วันนี้ สมัยนี้ นายสุเทพ โกมลภมร  เป็นผู้ว่าฯ และมี นายปราโมทย์ สุขพลอย ผู้อำนวย กกท.จ.ราชบุรี เป็นเจ้าของเกมส์  ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงการแข่งขันรอบคัดเลือกก็ตาม แต่ก็มีนักกีฬาที่มาจากจังหวัดต่างๆ ถึง 14 จังหวัด จำนวนเกือบ 5,000 คน...หากสถานการณ์การชม เชียร์ การมีส่วนร่วมและการต้อนรับของชาวราชบุรีเป็นเช่นนี้แล้ว...จังหวัดอื่นๆ เขาจะมีความทรงจำกับชาวราชบุรีเราอย่างไร

...แต่ถึงเวลานั้น ท่านผู้ว่าฯ และ ผอ.กกท.ราชบุรี ก็คงไม่ได้รู้ร้อนรู้หนาวอะไรนัก  เพราะท่านคงจะเกษียณหรือไม่ก็ย้ายไปแล้ว...คนราชบุรีถึงมีกรรม....




เขียนโดย ชาติชาย คเชนชล 4 ก.ค.2553