วันเสาร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2554

ห้องน้ำที่ชำรุด กับรั้วลวดหนามที่สร้างใหม่


วันนี้เผอิญผมมีโอกาสไปเห็นภาพๆ หนึ่ง รู้สึกเป็นภาพที่ชวนให้คิดพอสมควร..เลยถ่ายภาพมาให้ดู  ภาพนี้เป็นภาพอาคารเรียน 3 ชั้นของโรงเรียนแห่งหนึ่ง สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อยู่ในเขตเทศบาลเมืองราชบุรี นี้เอง เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาล 1 ถึง ม.3 มีเด็กนักเรียนประมาณ 1,000 คน 

ผมจำได้ว่าสภาพห้องน้ำที่ชำรุดนี้ ผมเห็นมากว่า 1 ปีแล้ว ส่วนรั้วลวดหนามสี่เส้นบนรั้วเดิม เพิ่งเกิดขึ้นไม่ถึงเดือนที่ผ่านมานี่เอง....????

คำถามจึงมีอยู่ว่า ทำไมไม่ซ่อมห้องน้ำให้นักเรียนก่อน...แต่กลับมาสร้างรั้วลวดหนามก่อน

โรงเรียนแห่งนี้มีรั้วสูงเป็นขอบเขตชัดเจนอยู่แล้ว แต่รั้วลวดหนามสี่เส้นที่สร้างเสริมขึ้นมานั้น  คงพอเดาได้ว่า ผู้บริหารคงมีความจำเป็น และวัตถุประสงค์ ก็คือ ป้องกันคนในปีนออกนอกโรงเรียน กับป้องกันคนนอกปีนเข้าในโรงเรียน

ป้องกันคนในปีนออกนอกโรงเรียน
สอบถามผู้คนบริเวณโดยรอบโรงเรียนแห่งนี้ ก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า คนในที่ว่านี้ ก็คือ เด็กนักเรียนที่ชอบปีนข้ามรั้วหนีโรงเรียน และบางส่วนก็ปีนรั้วออกมาซื้อขนมข้างนอก ...จึงพออนุมานได้ว่า... โรงเรียนแห่งนี้ คงหมดปัญญาและความสามารถ ที่จะอบรมบ่มนิสัย หรือหามาตรการต่างๆ มาป้องกันพฤติกรรมของเด็กนักเรียนเหล่านี้ได้แล้ว...จึงต้องสร้างรั้วลวดหนามสี่เส้นเหล่านี้...เพื่อเสริมรั้วให้สูงขึ้น....

บรรยากาศของการเรียนรู้   จึงถูกเปลี่ยนเป็นบรรยากาศของการคุมขัง
...โรงเรียนจึงกลายเป็นเรือนจำ...



ป้องกันคนนอกปีนเข้าในโรงเรียน
สอบถามต่อไปก็ทราบว่า  มีพวกโจร/หัวขโมย/พวกติดยา เข้าไปงัดแงะ ขโมยทรัพย์สินของโรงเรียนอยู่เป็นประจำ  เวรยามไม่สามารถดูแลได้ทั่วถึง จึงจำเป็นต้องเสริมรั้วลวดหนามสี่เส้น ให้รั้วสูงขึ้น เพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว......

หากเป็นเหตุนี้ ก็แสดงให้เห็นว่า เขตเทศบาลเมืองราชบุรี เรานี้ ...ช่างขาดความความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจริงๆ  คงไม่สามารถหวังพึ่งพิงผู้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านของเมืองได้... ผู้บริหารฯ โรงเรียน ท่านนี้...จึงตัดสินใจสร้างรั้วลวดหนามเป็นการเร่งด่วนเพื่อป้องกันไว้ดีกว่า.....ส่วนห้องน้ำที่ชำรุดก็เก็บเอาไว้ก่อน....

เหตุผลต่างๆ ที่กล่าวมานี้ ล้วนเป็นเหตุผลที่ฟังได้ทั้งสิ้น

หากท่านเป็นผู้บริหารโรงเรียนนี้....ในขณะที่งบประมาณมีจำนวนจำกัด..ท่านจะตัดสินใจทำอะไรก่อน

ซ่อมห้องน้ำก่อน หรือ สร้างรั้วลวดหนามก่อน.....???????

****************************************
ชาติชาย คเชนชล : 2 เม.ย.2554


ตีพิมพ์ใน น.ส.พ.เวสเทิร์นนิวส์ โฟกัสราชบุรี ฉบับเดือนมิถุนายน 2554




วันจันทร์ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2554

งานสีสันสงกรานต์ราชบุรี ครั้งที่ 1 - ททท.จะทำให้ราชบุรีเป็นอะไร

ททท.สำนักงานเพชรบุรี, สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดราชบุรี, เทศบาลเมืองราชบุรี, จังหวัดราชบุรี และชมรมธุรกิจการท่องเที่ยวราชบุรี ได้ร่วมกันจัดงาน "สีสันสงกรานต์ราชบุรี ครั้งที่ 1" ขึ้น ในระหว่างวันที่ 13-17 เม.ย.2554 ระหว่างเวลา 15:00-17:00 น. ณ บริเวณ ถ.วรเดช ริมแม่น้ำแม่กลอง อ.เมือง จ.ราชบุรี

ผมได้อ่านแนวคิดจากหนังสือประชาสัมพันธ์งานนี้  ทาง ททท.ฯ  เขาบอกว่า ราชบุรี คือ เมืองแห่งศิลปะร่วมสมัย จึงได้ตั้งชื่อแคมเปญงานนี้ว่า "ราชบุรีฟรีสไตล์" โดยสีสันสงกรานต์ราชบุรี ครั้งนี้จะมีการใช้ดินสอพองผสมสีจากธรรมชาติ (ซึ่งเป็นสีที่ไม่อันตราย) เช่น ขมิ้น อัญชัน ใบเตย แม่ย่านาง กระเจี๊ยบ ใช้สาดใส่กันหรือปะกัน โดยผู้จัดงานจะจัดเตรียมไว้ขาย รายได้จะนำไปบริจาคให้วัดต่างๆ ในราชบุรี

การเล่นสงกรานต์ปัจจุบันที่เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ก็เรียกว่าค่อนข้างจะส่อไปในทางละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอยู่แล้ว  เช่น การสาดน้ำใส่ผู้ที่ไม่ต้องการเล่นสงกรานต์ การลวนลามสตรีโดยการปะแป้งถูกเนื้อต้องตัว การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขณะเล่น การเต้นแร้งเต้นกา เต้นโคโยตี้ บนรถบ้าง หน้าบ้านบ้าง ริมถนนบ้าง แต่งตัวโป๊วๆ แบบไม่อายฟ้าอายดิน  มันแทบจะไม่หลงเหลือวัฒนธรรมการเล่นสงกรานต์ที่ดีงามแบบสมัยก่อนอยู่แล้ว...

นี่ ททท.ยังมาเติมประเพณีสงกรานต์ของราชบุรีเราให้เป็น "ราชบุรีฟรีสไตล์" อีก
แสดงว่าฟรีสไตล์ทำอะไรก็ได้อย่างนั้นหรือ....
นอกจากนั้นยังส่งเสริมให้มีการใช้สีมาปะมาป้ายกันอีก
แสดงว่าการใช้สีมาปะหน้าทาตัวกันกลายเป็นสิ่งที่ดีงามไปแล้วหรือ  แถมผู้หลักผู้ใหญ่ในจังหวัดราชบุรี หลายหน่วยงานยังเสนอหน้าเป็นคนจัดงานอีก แทนที่จะรณรงค์ให้คนเล่นน้ำสงกรานต์ด้วยวัฒนธรรมอันดีงาม
 
ททท.กำลังจะทำให้ราชบุรีเป็นอะไร 
ยิ่งดูภาพที่ใช้จัดทำโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์แล้ว ผมรู้สึกหดหู่ใจ เพราะมันเป็นภาพวัยรุ่นผู้หญิงที่ใส่กางเกงขาสั้น  ซึ่งภาพเหล่านี้ไม่สมควรที่จะมาใช้เป็นสื่อการประชาสัมพันธ์  ใครใครดูก็รู้ว่ามันไม่เหมาะสม (นี่หากกระทรวงวัฒนธรรมมาร่วมจัดงานนี้ด้วย ยิ่งหนักไปกันใหญ่เลย)  การใช้ภาพเช่นนี้สุ่มเสี่ยงต่อการเลียนแบบทางวัฒนธรรมการแต่งตัว


 

ใครๆ เห็นเขาก็จะวาดภาพราชบุรีของเราเป็นอย่างไร
แถมที่ใต้ภาพยังมี LOGO ของจังหวัดราชบุรี, ททท.และหน่วยงานต่างๆ  เป็นการันตีของความเหมาะสมอยู่ด้วย...น่าสงสารจริงๆ  

ผมขอขอบคุณ ททท.สำนักงานเพชรบุรี ที่หวังดีจะให้คนมาเที่ยวที่บ้านของผม...แต่ท่านไม่น่าเอาราชบุรีของผมไปขายอย่างนี้เลย...ราชบุรีคือเมืองของพระราชา นะครับ ไม่ใช่เมืองพัทยา (ที่ท่านเคยสร้างจนไม่เหลืออะไรที่เป็นไทยให้เที่ยวอีกแล้ว)....ไม่ทราบว่า ททท.กำลังคิดอะไรอยู่... 

จุฑาคเชน : 28 มี.ค.2554

ตีพิมพ์ใน น.ส.พ.สู่ชนบท ปีที่ 22 ฉบับที่ 383 ประจำเดือนเมษายน พุทธศักราช 2554 หน้า 3