วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2554

หากคะแนน Vote NO. มากกว่าคะแนนผู้สมัคร ส.ส....ผลการเลือกตั้งที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร?

เมื่อคืนวานนี้ เพื่อนผมคนหนึ่งจากพระประแดง โทรศัพท์มาหา "บ่นเรื่องราวความเบื่อหน่ายกับบรรดานักการเมืองทั้งหลายอย่างหัวเสีย อยู่นานเป็นชั่วโมง"  แล้วก็เสนอความคิดว่า "หากคะแนน Vote NO. มากกว่าคะแนนผู้สมัคร ส.ส....ผลการเลือกตั้งที่ถูกต้องควรจะเป็นอย่างไร?" พอผมฟังแล้วก็รู้สึกมันเป็นความคิดที่น่าสนใจมาก เลยนำมาแลกเปลี่ยนแบ่งปันกันในบล็อกนี้  จะได้ช่วยกันคิด ช่วยกันวิเคราะห์ ช่วยกันแสดงความคิดเห็น  เพราะปัจจุบันเสียง Vote NO ของประชาชนเป็นเพียงแค่การส่งสัญญาณ แต่ไม่มีผลทางกฏหมายหรือความหมายใดๆ กับนักการเมืองเหล่านี้แต่อย่างใด...เพราะเขาไม่สนใจว่า คะแนน Vote No จะมีอยู่กี่คะแนน...

ผมลองยกตัวอย่างดูเพื่อจะได้เห็นภาพ เช่น ในเขตเลือกแห่งหนึ่ง มีพรรคการเมือง 3 พรรค ส่งผู้แทนพรรคลงสมัครเลือกตั้งเป็น ส.ส. คือ นาย ก., นาย ข. และ นาย ค.

สมมติว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์ออกเสียง จำนวน 20 คน ก็คือ 20 คะแนน

ผลการเลือกตั้ง คะแนนออกมา ดังนี้
  • คะแนนไม่ประสงค์ลงคะแนน (Vote NO)  จำนวน 11 คะแนน
  • คะแนน นาย ก.  ได้  5 คะแนน
  • คะแนน นาย ข.  ได้  3 คะแนน
  • คะแนน นาย ค.  ได้  1 คะแนน
จากผลคะแนนที่ปรากฏเช่นนี้

คำถาม : นาย ก. ควรจะได้เป็น ส.ส. หรือไม่ ?
ตอบ : หากเป็นกฏหมายเลือกตั้งที่มีอยู่ตอนนี้ นาย ก. ต้องได้เป็น ส.ส.แน่นอน

แต่ในตรรกะแล้ว ประชาชนในเขตเลือกตั้งนี้ ถึง 11 คน (ซึ่งถือว่าเป็นเสียงส่วนใหญ่) เห็นว่าทั้ง นาย ก., นาย ข. และนาย ค. ไม่มีใครเหมาะสมสักคนที่จะเป็นผู้แทนของเขา หากเกิดกรณีเช่นนี้ ผลการเลือกตั้งที่ถูกต้องและเป็นธรรม อาจตัดสินกันได้หลายหนทาง อาทิ
  • นาย ก. ไม่มีสิทธิ์เป็น ส.ส.ของเขตเลือกตั้งนี้ เพราะไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของประชาชน เป็นเพียงผู้สมัคร ที่ได้คะแนนมากที่สุด ในบรรดาผู้สมัครด้วยกัน ดังนั้น นาย ก.จึงไม่ควรเป็น ส.ส.ของเขตนี้ 
  • จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะประชาชนส่วนใหญ่ไม่ไว้วางใจ ทั้ง 3 คน มาเป็นผู้แทนของเขา
  • พรรคการเมืองทั้ง 3 พรรค จะต้องสรรหาผู้สมัครคนใหม่ลงมาเลือกตั้ง แทนนาย ก., นาย ข. และ นาย ค.
  • นาย ก., นาย ข. และ นาย ค. ไม่มีสิทธิ์ลงมาสมัครรับเลือกตั้งในรอบใหม่
  • ฯลฯ
หากมีกฏหมายเลือกตั้งบัญญัติเช่นนี้
คะแนน Vote NO. จึงจะมีความหมาย
คะแนนเสียงของประชาชนจึงจะมีพลังอำนาจที่แท้จริง

ในอนาคตข้างหน้าอาจจะมีการเสนอกกฏหมายการเลือกตั้งทำนองนี้เข้าสภาฯ
แต่ผมว่ามันคงไม่ผ่าน
เพราะนักเลือกตั้งทั้งหลายที่เข้าไปอยู่ในสภาแล้ว ..คงไม่ยอม!!!!














***************************************

ชาติชาย คเชนชล : 7 มิ.ย.2554

วันพุธที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2554

ผมกำลังจะตัดสินใจ VOTE NO จริงๆ หรือ

พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และการได้มาซึ่ง ส.ว. พ.ศ.2550 ระบุไว้ว่า

"มาตรา 67 การลงคะแนนเลือกตั้งให้ทำเครื่องหมายกากบาท IXI ลงในช่องทำเครื่องหมายของหมายเลขผู้สมัครหรือพรรคการเมืองในบัตรเลือกตั้ง และในกรณีที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งไม่ประสงค์จะลงคะแนนเลือกตั้ง ให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทำเครื่องหมายกากบาท IXI ในช่องทำเครื่องหมายไม่ประสงค์ลงคะแนนเลือกตั้ง ในบัตรเลือกตั้ง"

Banner ที่ใช้รณรงค์ VOTE NO
ตอนนี้ที่ราชบุรี เขต 1 บ้านผม ทราบกันหมดแล้วว่ามีผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น ส.ส. จำนวน 5 คน คือ ผู้สมัครจากพรรคเพื่อไทย, พรรคชาติพัฒนาเพื่อแผ่นดิน, พรรคประชาธิปัตย์, พรรครักษ์สันติ แะพรรคภูมิใจไทย  ตอนนี้กำลังหาเสียงกันด้วยวิธีการหลากหลายรูปแบบ ไม่เว้นแม้แต่ใน Social Network ต่างๆ

เรื่องราวของ VOTE NO นี้ผมเคยกล่าวถึงในบทความเรื่อง "ทำไม? ผมต้องไปเลือกคนเหล่านี้" มาครั้งหนึ่งแล้ว แต่ตอนนั้นผมก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะ VOTE NO  พอเมื่อวานนี้ ผมได้รับเอกสารเผยแพร่รณรงค์ต่างๆ จากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย  ก็ลองอ่านดู จึงพอเข้าใจว่า กลุ่ม พธม. มีเหตุผลอะไรที่รณรงค์ให้ VOTE NO ผมจึงขอหยิบยกประเด็นสำคัญมาแบ่งปันให้ผู้อ่านใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจดู

สรุปประเด็นเหตุการณ์ที่ผ่านมา
  1. นักการเมืองพวกหนึ่งเผาบ้านเผาเมือง อีกพวกหนึ่งปล่อยให้โจรเผาบ้านเผาเมือง แล้วยังสนับสนุนให้ประกันตัวคนเผาบ้านเผาเมือง
  2. พวกหนึ่งโกงชาติโกงแผ่นดินรวบอำนาจเป็นของคนในครอบครัว อีกพวกหนึ่งก็แบ่งสัมปทานให้พวกพ้องโกงชาติโกงแผ่นดิน
  3. พวกหนึ่งขายชาติยกแผ่นดินให้เป็นของกัมพูชา อีกพวกหนึ่งก็ปล่อยให้กัมพูชาครองแผ่นดินไทยและทำร้ายคนไทย
  4. พวกไหนมาเป็นรัฐบาล เข้ามาก็ลุแก่อำนาจ จนมีประชาชนต้องออกมาชุมนุมเหมือนกัน
เหตุผลในการ VOTE NO
  1. เพื่อส่งสัญญาณเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงและการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่
  2. เพื่อส่งสัญญาณไปยังนักการเมืองทุกพรรคว่า ปัญหาของประเทศชาติในเวลานี้ เพราะเรามีระบบการเมืองและนักการเมืองที่เป็นปัญหาของแผ่นดิน
  3. เพื่อส่งสัญญาณว่าต้องการคนดีให้มาปกครองบ้านเมือง ยับยั้งคนไม่ดีไม่ให้มีอำนาจ (การเลือกคนเลวน้อยที่สุด คือ การตัดสินใจที่ไม่ถูกตามหลักการ  เพราะคนเลวก็ยังได้ปกครองบ้านเมืองอยู่ดี)
  4. เพื่อส่งสัญญาณกับนักการเมืองต้องยอมรับให้มีการปฏิรูปการเมือง คะแนน VOTE NO จะเป็นแรงกดดันและแรงจูงใจในเวลาเดียวกันในการควบคุมพฤติกรรมนักการเมืองในระบบที่ล้มเหลว
  5. เพื่อส่งสัญญาณเพื่อเรียกร้องให้ยุติความรุนแรง แสวงหาเวทีและกลไกในการปฏิรูป ให้คนไทยทุกกลุ่มได้เข้ามามีส่วนร่วม เพื่อป้องกันใม่ให้ประเทศไทยเดินหน้าไปสู่การเผชิญหน้าด้วยความรุนแรง และเสียเลือดเนื้อระหว่างคนไทยด้วยกันเอง
ฟังเหตุผลในการ VOTE NO ของกลุ่ม พธม. แล้วก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เพราะทุกคนคงทราบอยู่แล้วว่านักการเมืองทุกวันนี้ย่ามใจและเหิมเกริมมากขึ้น เพราะรู้ดีเสมอว่า

เงินยังใช้ซื้อเสียงให้ตนเอง...เข้าไปในสภาได้
นี่คือ..ความจริง (Truth Today)

ทำไม? เราต้องยอมจำนนกับระบบที่เป็นอยู่  ต้องยอมจำนนกับคนที่บรรดาพรรคการเมืองทั้งหลายส่งลงมาประกวดแข่งขัน  เพื่อจะได้ยอดจำนวน ส.ส. เอาไปแสวงหาอำนาจรวมกลุ่มจัดตั้งรัฐบาล หรือเพื่อต่อรองเป็นรัฐมนตรี

ผู้สมัคร ส.ส.ราชบุรี เขต 1 ทั้ง 5 คนนี้ ผมก็พอรู้จักและมีความคุ้นเคยถึง 4 คน ส่วนอีกคน ไม่รู้จัก 

ผมกำลังตัดสินใจอยู่ว่า

"จะเลือกเพราะความรู้จัก หรือจะไม่ยอมให้คนรู้จักไปเป็นเครื่องมือของพรรคการเมือง แล้วกลับมาทำร้ายหรือทำบาปกับประเทศชาติ"

ผมอยากให้คะแนนเสียงของผม ถึงจะมีแค่เพียง 1 เสียง  ก็ขอให้เกิดประโยชน์ให้มากที่สุด เพื่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนคนไทยทุกคน (ไม่ใช่ประชาชนคนไทยบางพวก บางกลุ่ม)

ผมกำลังจะตัดสินใจ VOTE NO จริงๆ หรือ????? 

***********************************

ชาติชาย คเชนชล : 1 มิ.ย.2554


Banner ที่ใช้รณรงค์ VOTE NO