วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ผู้คนหมื่นแสน ทั่วแดนนับล้าน แต่ว่าแม่นั้น เห็นมีอยู่แค่ "คนเดียว"

ประเทศไทยของเรานี้ดีนะ..ที่ทุกปีมี  "วันแม่แห่งชาติ" ซึ่งตรงกับวันเฉลิมพระชนมพรรษาฯ พระราชินีของเรา เกือบทุกสถานที่ ทุกหน่วยงาน ทุกสถานศึกษา ช่วยกันจัดกิจกรรม ทำให้ทุกคนได้ระลึกถึง "พระคุณแม่ของตนเอง" แต่อีกหลายคนก็มักจะบอกว่า "อย่ารักแม่..เฉพาะวันแม่วันเดียว"  ผมก็เห็นด้วยนะครับ แต่บางทีของภาระงาน ภาระครอบครัว ก็อาจจะทำให้เราลืมเลือนแม่ของเราไปบ้าง...

ในกิจกรรมวันแม่แห่งชาติ 12 สิงหาคม ของทุกปี...

อย่างน้อยก็ทำให้เราได้คิดถึงพระคุณแม่ของเราบ้าง อย่างน้อยปีละครั้งก็ยังดี

หนึ่งเดียวคือแม่
มีบทเพลง ร้อยแก้ว ร้อยกรอง กาพย์ ฉันท์ โคลง กลอน ฯลฯ ที่ประพันธ์ขึ้นเกี่ยวกับพระคุณแม่จำนวนมากมาย ล้วนแล้วแต่ไพเราะจับใจเกือบทั้งสิ้น มีคำร้องของบทเพลงๆ หนึ่ง ชื่อว่า "หนึ่งเดียวคือแม่" ซึ่งนำมาร้องโดยไม่ใส่ดนตรี  ผมฟังแล้วรู้สึกน้ำตาไหลเลยทีเดียว  เห็นว่าคำร้องนี้ ตั้นฉบับแต่งโดย อาจารย์ดวงใจ สุริยา ศิลปินผู้ขับร้อง ชิซูกะ ชนันท์กานต์  ทำนองเพลงไทยเดิม  เรียบเรียงโดย กิตติศักดิ์ สายน้ำทิพย์ (หมู) และชล ปากช่อง เป็นผู้ผลิต แต่คนที่นำมาร้องในคลิบวีดีโอนี้ ผมไม่ทราบว่าใคร ผมฟังดูแล้วรู้สึกคิดถึงแม่...ขึ้นมาอย่างจับใจ  

"หลับตาฟังดูก็ได้ครับ ไม่ต้องดูภาพ 
แล้วลองจินตนาการถึงแม่ของคุณดู..."



ที่มา : Anakaric Dharma
 
อันพระคุณแม่ นับคณา เกินกว่า ยากหาไหน 
พสุธา ที่กว้างไกล ยังไม่...เท่าแม่นี้
รวมแผ่นฟ้า มหานที พระคุณแม่นี้ มากเสียยิ่งกว่า 
ยามแม่อุ้มท้อง แสนทรมาน
เมื่อลูกเกิดมา แม่นั้นยินดี......

ยามหนาวลูกนอน แม่ซ่อนอกไว้ 
ยามร้อนผิวกาย แม่ใช้พัดวี
ยามหิวคราใด  แม่ให้ห่วงหา 
ป้อนน้ำข้าวปลา ลูกแสนเปรมปรี 
พระคุณแม่นั้น อนันต์เหลือที่ 
ผู้ใดจะมี เสมอเหมือนได้ 
แม่ทนอ่อนล้า เลี้ยงมาจนใหญ่ 
แม่ยอมเหนื่อยกาย หาเงินส่งเสียให้เรียน.....

จงอย่าลืม คิดทดแทน คุณท่าน ก่อนบั้นปลาย 
แม่เปรียบดัง เหมือนร่มไทร ใบแก่ แผ่เหนือเศียร 
วัยผ่านผัน สักวันคงเปลี่ยน 
คอยหมั่นเพียร เยี่ยมเยียน เมื่อท่านชรา 
แม่คงชะแง้ อยากแลเห็นหน้า แม้ลูกไม่มา แม่คงเจ็บช้ำฤดี......

อย่าทิ้งให้แม่ ได้แต่หงอยเหงา 
มองหาลูกเต้า สักคนไม่มี 
อย่าคิดลืมแม่ เมื่อแก่ชรา 
ท่านเลี้ยงเรามา ช่วยชุบชีวี
เลือดในอกนั้น กลั่นจนล้นปรี่ น้ำนมแม่นี้ มีค่านับอนันต์ 
ผู้คนหมื่นแสน ทั่วแดนนับล้าน 
แต่ว่าแม่นั้น เห็นมีอยู่แค่ "คนเดียว".........  

*******************************

วันพุธที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ทำไมไม่จ้างคนไทย

เมื่อเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมแวะไปหาซื้อของในห้างใหญ่ของ อ.เมือง จ.ราชบุรี ถึง 4 ห้างได้แก่ Global house, Home Pro, Big C และTesco Lotus มีเหตุการณ์ที่ผมเห็นแล้ว รู้สึกสงสารเจ้าของกิจการเป็นอย่างมาก ก็คือคุณภาพของพนักงานที่ให้บริการแก่ลูกค้า ผมพูดกับภรรยาผมว่า "เดี๋ยวนี้ ทำไม คุณภาพแรงงานของคนไทย จึงต่ำลงมาก" พนักงานเหล่านี้ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตนเอง และขาดความซื่อสัตย์ต่อผู้ว่าจ้าง ที่อุตส่าห์จ้างให้เข้ามาเป็นพนักงาน

มาตรฐานแรงงานไทย
ความรับผิดชอบทางสังคมของธุรกิจไทย
ในบรรดา 4 ห้างใหญ่ที่กล่าวมา มีแต่ Home Pro ที่ผมรู้สึกว่าเขาอบรมพนักงานได้มีคุณภาพที่สุด ที่เหลืออีก 3 ห้างมีพฤติกรรมคล้ายกัน คือ
  1. จับกลุ่มคุยกัน ไม่สนใจลูกค้า 
  2. เมื่อลูกค้าอยากถามรายละเอียดสินค้า กลับหาพนักงานแนะนำไม่พบ
  3. พนักงานทำมองไม่เห็นลูกค้า เกี่ยงกัน ที่จะมาให้คำแนะนำแก่ลูกค้า
  4. นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือ ไม่สนใจลูกค้า
  5. พูดคุยกันข้ามหัวลูกค้าที่กำลังเดินชมสินค้าอยู่
  6. สนทนากันเองด้วยภาษาที่หยาบคาย ให้ลูกค้าได้ยิน
  7. พนักงานขาดความรู้จริงในสินค้าที่ตนเองรับผิดชอบ
  8. แผนกเครื่องใช้ไฟฟ้า โดยเฉพาะแผนกโทรทัศน์ เปิดดีวีดีล่อแหลมต่อการลามกอนาจารโชว์ให้ดู เช่น การเต้นโคโยตี้ที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ พนักงานก็มาจับกลุ่มดูกันเองและส่งเสียงเชียร์จนดัง ไม่สนใจที่จะขายสินค้า

พนักงานเหล่านี้ เป็นคนไทยที่อยู่ในช่วงวัยรุ่นตอนปลายเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็ถามในใจว่า ทำไมคนไทยเหล่านี้ จึงไร้คุณภาพนัก ขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ขาดความตระหนักถึงความเป็นลูกจ้างที่ดี ที่ควรจะพยายามขายของให้นายจ้างให้ได้ กลับเอาแต่จะเรียกร้องแต่สิทธิที่ควรจะได้รับ เช่น ค่าแรง 300 บาทต่อวัน ค่าประกันสังคม และค่าทำงานล่วงเวลา เป็นต้น พนักงานในห้างเหล่านี้ มักเปลี่ยนหน้าใหม่อยู่เสมอ เหตุเพราะพนักงานลาออกบ่อย ไม่สู้งาน

ผมมัั่นใจว่าทั้ง 3 ห้างนั้น มีระบบการเลือกสรรและฝึกอบรมพนักงานที่ดี แต่เผอิญพนักงานที่มาสมัครงานมีแต่คนด้อยคุณภาพทั้งนั้น การเลือกสรรจึงได้แค่ "คนด้อยคุณภาพ..ที่ดีที่สุด" เมื่อวัตถุดิบที่นำเข้าไม่ดี แม้จะมีกระบวนการฝึกอบรมที่ดีอย่างไร ผลลัพธ์ก็ยากที่จะดีมีคุณภาพตามไปด้วย

ทำไม คนไทยด้อยคุณภาพลง
พนักงานเหล่านี้ อย่างน้อยก็น่าจะจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาที่ 3 เป็นขั้นต่ำ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า "การศึกษาของไทยไม่ได้สร้างคนไทย ให้มีความรับผิดชอบต่อหน้าที่" ประกอบกับสิ่งแวดล้อมของสังคมไทยและค่านิยม อาจไม่เอื้อให้คนเหล่านี้รู้จักและตระหนักถึงความรับผิดชอบ ซึ่งหากสังคมยังปล่อยให้คนไทยด้อยคุณภาพลงเช่นนี้แล้ว อนาคตคนไทยจะตกงาน แรงงานต่างชาติจะเข้ามาทดแทน ลองดูตามเรือประมง ปั๊มน้ำมัน รีสอร์ท ร้านอาหาร งานก่อสร้าง งานรับจ้างทั่วไป ในปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่เป็นแรงงานต่างชาติเกือบหมดแล้ว คนไทยได้แค่ติดยา ซิ่งรถมอร์เตอร์ไซต์ ตะลอนเที่ยว วิ่งราวปล้นจี้ไปวันๆ

ผมถามว่า ทำไมไม่จ้างคนไทย
ผมเคยสนทนากับเจ้าของกิจการรีสอร์ทตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หลายแห่งที่ผมเคยไปพัก ที่รีสอร์ทเหล่านี้ล้วนมีพนักงานเป็นชาวกัมพูชาแทบทั้งสิ้น ทั้งพูดและฟังได้ 2 ภาษา คือ ไทยและเขมร 

ผมถามว่า "ทำไมไม่จ้างคนไทย"
เขาตอบว่า "คนไทย เดี๋ยวนี้หาคนที่มีคุณภาพและความซื่อสัตย์ได้ยาก ที่เคยจ้างมาส่วนใหญ่มักชอบอู้ หลบเหลี่ยงงาน ไม่ค่อยรับผิดชอบต่อหน้าที่ หนักไม่เอา เบาไม่สู้ จะเอาแต่ค่าแรงสูงๆ ข้อต่อรองมาก เลยจ้างคนเขมรดีกว่า ค่าแรงก็ต่ำกว่า ส่วนคุณภาพเราค่อยๆ มาสอนเขาทีหลัง ยังไงๆ เขาต้องอยู่ทำงานที่รีสอร์ทของเราแน่ๆ เพราะเขามีทั้งที่กิน ที่พัก และยังมีเงินอีก แค่นี้ ชีวิตของเขาก็ดีกว่าอยู่ในเขมรมากนัก ไม่เหมือนคนไทย ไม่พอใจก็ออก..ผมเห็นคนไทยที่ลาออกไปแล้วหลายคน จนบัดนี้ ยังตกงานอยู่เลย"

รีสอร์ทแถวขอบชายแดนไทย-กัมพูชา
ส่วนใหญ่มีแต่พนักงานสัญชาติเขมรเกือบหมดแล้ว

สิ่งที่ผมได้พบเห็นเหตุการณ์ในห้างใหญ่ที่เล่ามาให้ฟังนี้ น่าจะเป็นอุทธาหรณ์บางอย่างให้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องได้บ้าง โดยเฉพาะด้านการพัฒนาแรงงานไทย อะไรเป็นสาเหตุให้แรงงานไทยในสมัยปัจจุบัน ขาดซึ่งความรับผิดชอบต่อหน้าที่ ด้อยคุณภาพ และไม่รู้จักสิทธิของตนเองในทางที่ควรจะเป็น

ค่านิยมของคนไทยยังชอบเอาเปรียบสังคมเพื่อประโยชน์ของตนเอง...
ค่านิยมการประกอบอาชีพของคนไทยยังคงอยากเป็น ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ มากกว่าจะเป็นนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย นักพัฒนา นักธุรกิจ หรือเจ้าของกิจการ....

เพราะค่านิยมเช่นนี้
วันนี้ เราจึงต้องซื้อ รถราม้าช้าง ทีวีตู้เย็น คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์ และจิปาถะภัณฑ์นานาชนิด ฯลฯ จากต่างชาติมาใช้ ไม่มีอะไรเลยเป็นของตัวเราเอง..

ไทยคิด ไทยทำ ไทยซื้อ ไทยเจริญ
ไทยไม่ได้คิด ไทยไม่ได้ทำ ไทยซื้อ ต่างชาติเจริญ

******************
จุฑาคเชน : 24 มิ.ย.2556