วันจันทร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2560

จิตอาสา..รับบินโดรนเพื่อประโยชน์ทางสังคม

เมื่อปลายเดือน พ.ค.2560 ผมได้ตัดสินใจซื้อโดรน รุ่น Phantom 3 standard ซึ่งผลิตโดย DJI ราคาเกือบ 20,000 บาท (ตามเงินที่พอจะเก็บออมไว้ได้) หลังจากนั้นก็ซื้อแบตเตอรี่และอุปกรณ์ป้องกันต่างๆ เพิ่มเติมอีก ตอนนี้รวมแล้วเกือบ 30,000 บาท เหตุผลที่ผมซื้อก็คือ ผมอยากบิน และอยากถ่ายภาพทางอากาศ 

ความฝันที่ผมอยากบิน มีมาแต่ตั้งเด็กๆ พอจบโรงเรียนเตรียมทหาร ผมตั้งใจอยากไปเป็นนักบินทหารอากาศ แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไปเพราะห่วงบ้านที่ราชบุรีจึงตัดสินใจเป็นทหารบก  พอผมจบโรงเรียนนายร้อย ผมก็สมัครเป็นนักบินทหารบกอีกครั้ง แต่ผู้บังคับบัญชาสมัยนั้นไม่ให้ไป เนื่องจากขาดคนทำงาน อดครับ...

ต่อมาประมาณปี 2539 ผมสานต่อความฝัน ผมฝึกเล่นร่มบิน (Paramotor) ซึ่งเท้าลอยพ้นพื้น ชีวิตแขวนอยู่กับร่มและเครื่องยนต์ เล่นอยู่สักพักต้องเลิกเพราะตอนนั้น ผมมีลูกแล้ว 2 คน หากผมเป็นอะไรขึ้นมา พวกเขาคงลำบาก ต่อจากนั้น ผมก็หันมาเล่นเครื่องบินบังคับด้วยวิทยุทั้งเครื่องบินปีกและเฮลิคอปเตอร์  จนพังเสียหายไปหลายลำอีกเช่นกัน



ซาก ฮ.บังคับ ลำหนึ่งในเครื่องบินบังคับอีกหลายลำ
ที่ผมเก็บไว้เป็นพิพิธภัณฑ์

โดรน เติมฝันให้เป็นจริง
ด้วยเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์และวิศวกรรมด้านการออกแบบอากาศยานที่ทันสมัย ทำให้ "เจ้าโดรน" สามารถเติมความฝันของผมให้สมบูรณ์ ด้วยวิธีการบังคับที่ง่ายและถ่ายภาพได้สวยงาม โดรนจึงเป็นฝันของผู้รักการบินหลายคน หลายคนซื้อมาเพื่อบินเป็นงานอดิเรก  หลายคนก็ซื้อมาบินเพื่อประกอบอาชีพรับจ้างถ่ายภาพมุมสูง 

การใช้โดรนในประเทศไทยเชิงธุรกิจ
การถ่ายภาพมุมสูงเชิงธุรกิจเกิดขึ้นจากสื่อมวลชน  โดยสื่อมวลชนเจ้าแรกๆ จะใช้เฮลิคอปเตอร์บินเพื่อถ่ายภาพประกอบข่าว โดยเอานักข่าวและช่างภาพขึ้นไปนั่ง บน ฮ. เช่น Sky report ของช่อง 3 และเหยี่ยวข่าว 7 สี  ส่วนใหญ่ใช้รายงานข่าวเกี่ยวกับการเกิดอุทกภัย การเกิดไฟไหม้ป่า การบุกรุกป่าสงวน เป็นต้น แต่วิธีนี้สิ้นเปลืองทรัพยากรจำนวนมาก ต่อมาจึงมีสื่อมวลชนที่มีงบประมาณน้อย เริ่มนำโดรนเข้ามาใช้ ซึ่งประหยัดกว่า แต่สามารถถ่ายภาพมุมสูงที่มีคุณภาพพอๆ กัน ตั้งแต่นั้นมาเจ้าโดรนก็มีบทบาทสำคัญแพร่กระจายเข้าไปสู่การใช้ประโยชน์ในเกือบทุกวงการ 

ต่อมาการถ่ายภาพมุมสูงด้วยโดรน  มาเป็นที่นิยมมากๆ อีกครั้งเมื่อปลายปี 2559 โดยใช้ในการถ่ายภาพมุมสูงการแปลอักษรของพสกนิกรชาวไทยเพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณฯ ของรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงเสด็จสวรรคต 

ปัจจุบัน โดรนใช้ถ่ายภาพมุมสูงในงานกิจกรรมต่างๆ อย่างหลากหลาย อาทิ การถ่ายทำ Landscape เพื่อโฆษณา การบันทึกภาพมุมสูงในงานพิธีต่างๆ งานเปิดตัวสินค้า งานคอนเสิร์ต งานรับจ้างถ่ายภาพ รวมไปถึงการถ่ายทำภาพยนตร์ 

อาชีพรับจ้างถ่ายภาพด้วยโดรน ปัจจุบันถือว่าเป็นอาชีพหนึ่งที่สามารถทำรายได้อย่างงาม แต่ก็ไม่รู้จะอยู่กันได้นานหรือไม่ เพราะโดรนตอนนี้ มีราคาถูกลง ผู้คนเริ่มแห่ซื้อโดรนมารับจ้างทำมาหากินกันมากขึ้น เกิดอาการธุรกิจแบบเดิมๆ คือ แย่งลูกค้าและตัดราคากันเอง     

โดรน..เพื่อประโยชน์แก่สังคม
เมื่อปี พ.ศ.2555-2559 ผมทำงานเกี่ยวกับการค้นหาทุ่นระเบิดที่ตกค้างจากการสู้รบในสมัยก่อน ซึ่งมันยังคงฝังอยู่ในแผ่นดินไทยตามแนวชายแดนทั่วประเทศกว่า 17 จังหวัด  ตอนนั้นผมอยากได้โดรนมาก ซึ่งมันจะทำให้พวกเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ก็มีข้อจำกัดของทางราชการหลายอย่าง ลองอ่านรายละเอียดดูได้ใน "อยากได้จริงๆ ครับ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี"   ครับ


โดรน สามารถช่วยให้การปฏิบัติภารกิจในงานด้านต่างๆ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาทิ
  1. การบินสำรวจสถานการณ์อุทกภัย ไฟไหม้ป่า หรือภัยพิบัติต่างๆ 
  2. การบินช่วยค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเหตุการณ์ต่างๆ ที่มีบริเวณกว้าง
  3. การบินสำรวจแหล่งทรัพยากรต่างๆ เช่น น้ำ ป่า พืชพรรณไม้ แนวปะการัง ฯลฯ 
  4. การบินสำรวจการทำประมงที่ผิดกฏหมาย    
  5. การบินสำรวจการบุกรุกพื้นที่ป่าสงวน ป่าอนุรักษ์ อุทยานแห่งชาติ หรือที่ราชพัสดุ
  6. การบินช่วยติดตามและค้นหาเป้าหมายที่ต้องการ เช่น ผู้ร้ายหลบหนีไปในพื้นที่ป่าหรือทุ่งนาที่มีบริเวณกว้าง
  7. ช่วยในงานวิจัยต่างๆ ที่จำเป็นต้องถ่ายภาพมุมสูง หรือสถานที่สูงๆ
  8. ช่วยถ่ายภาพทางอากาศเพื่อวางแผนการพัฒนาพื้นที่ให้แก่องค์กร 
  9. ฯลฯ
จิตอาสา รับบินโดรน
เมื่อก่อนผมต้องการโดรน แต่ผมก็ไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหนมาซื้อใช้ หรือจ้างเขามาบินฯ 
แต่วันนี้ ผมมีโดรนแล้ว ผมจึงอยากที่จะแบ่งปัน ผมยินดีอาสาที่บินโดรนให้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย แก่หน่วยงาน องค์กร สถาบัน มูลนิธิ กลุ่ม หรือชมรมใดๆ ก็ตามที่มีความจำเป็นต้องใช้โดรนช่วยเหลือในงานเป็นครั้งคราว แต่ขาดงบประมาณในการจ้าง โดยขอให้เป็นภารกิจเพื่อสังคมและสาธารณะ ขอได้โปรดติดต่อมายังผมโดยตรง หรือส่งหนังสือมาที่ 

สถาบันราชบุรีศึกษา 
20/24 ถ.สมบูรณ์กุล ต.หน้าเมือง อ.เมือง จ.ราชบุรี 70000 

แต่ต้องเป็นภารกิจเพื่อสังคมส่วนรวมนะครับ 
ค่าใช้จ่ายที่อาจมีก็คือค่าน้ำมันรถที่จะเดินทางไปยังพื้นที่ปฏิบัติงานนั้นๆ ตามที่เกิดขึ้นจริง 

แต่หากท่านใดต้องการบินโดรนเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจแล้ว โปรดติดต่อผู้ที่มีอาชีพรับบินโดรนโดยตรง ซึ่งทางสถาบันฯ ขอสงวนสิทธิในการพิจารณาภารกิจที่ขอมาว่าเป็นไปเพื่อสังคมหรือไม่ โดยการพิจารณาของสถาบันฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด


******************************   
ผลงานผมครับ : มือใหม่หัดบิน
วัดมหาธาตุวรวิหาร@ราชบุรี มุมสูง



วันอังคารที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

จัดระเบียบรถตู้ราชบุรี ทำได้..แต่ไม่ควรเดือดร้อนผู้ใช้บริการ

เมื่อวันที่ 7 พ.ค.2560 ผมไปส่งลูกสาวเพื่อขึ้นรถตู้โดยสารเดินทางไปกรุงเทพฯ ซึ่งเมื่อก่อนสามารถเลือกขึ้นที่ท่าจอดบริเวณในเขตเมืองราชบุรีได้เลย มีท่าให้เลือกหลากหลายตามความสะดวก แต่วันนี้ นโยบายการจัดระเบียบรถตู้โดยสารสาธารณะใหม่ของ จ.ราชบุรี รถตู้ทุกคันต้องไปจอดที่สถานีขนส่งผู้โดยสารราชบุรีแห่งใหม่ ซึ่งเป็นแห่งที่ 2 เท่านั้น ซึ่งอยู่บริเวณตรงข้ามทางเข้าวัดห้วยหมู ต.ห้วยไผ่ อ.เมือง จ.ราชบุรี ห่างจากตัวเมืองประมาณ 5 กม. และห้ามรถตู้วิ่งเข้ามารับ-ส่ง ผู้โดยสารในเขตเมืองราชบุรี

ที่่มาของภาพ : http://news.rbvariety.com/social-news/6021.html

คำถามในใจ
การจัดระเบียบรถตู้โดยสารของ จ.ราชบุรี ครั้งนี้ ก็เพื่อสนองตอบต่อนโยบายจัดระเบียบรถตู้ของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (คสช.) มีคำถามเกิดขึ้นในใจของผมมากมาย อาทิ

  1. นักเรียน นักศึกษา และบรรดาคนทำงาน  ที่ต้องอาศัยรถตู้ไปเช้า-เย็นกลับ มีบ้านอยู่แถว บางแพ บ้านโป่ง จะทำอย่างไร? ทุกคนต้องเสียค่ารถโดยสาร ค่าวินมอเตอร์ไซต์ เสียทั้งเวลา เพื่อเดินทางไปสถานีขนส่ง งั้นหรือ เหตุใดต้องเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไปให้ผู้ใช้บริการ
  2. วิธีการเดินทางจากในเมือง ไปยังสถานีขนส่ง เดินทางอย่างไร? รอความหวังแค่รถสองแถวสายเขาวัง เท่านั้นหรือ แล้วที่ว่ามีบริการทุก 5 นาที จริงหรือไม่?  แล้วเวลาที่ใช้เดินทางจากในเมืองไปถึงสถานีขนส่งอีก ขับแบบรับผู้โดยสารไปเรื่อยๆ จะใช้เวลาอีกเท่าไหร่ อย่างน้อยผู้โดยสารที่อยู่ในเมือง กว่าจะไปถึงสถานีขนส่งฯ คงต้องเสียเวลาอีกไม่ต่ำกว่า 30 นาทีหรืออาจถึง 1 ชั่วโมง ก่อนนั้นหลังจากเลิกเรียน เลิกงาน เคยถึงบ้านก่อน 6 โมงเย็น แต่เดี่ยวนี้กลายเป็น 1 ทุ่ม
  3. การที่ผู้ใช้บริการต้องเดินทางไปยังสถานีขนส่งฯ ในช่วงเวลาเช้ามืด และช่วงเย็นถึงพลบค่ำ นับว่ามีความเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้น หากเกิดเหตุร้ายขึ้นจากพวกมิจฉาชีพ  ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ
  4. หากอ้างว่าเพื่อไม่ให้รถติดในเมือง ในส่วนตัวแล้วผมเห็นว่า รถตู้ไม่ใช่ปัญหาที่ทำให้รถติด ปัญหารถติดก็จะมีเฉพาะชั่วโมงเร่งด่วนเท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะมาจาก รถรับ-ส่งนักเรียน รถส่วนตัวที่ไม่มีวินัยจราจร เห็นแก่ตัว เบียดซ้ายแซงขวา จอดรถกีดขวางในที่ห้ามจอด และหาบเร่แผงลอยที่ตั้งร้านวางขายอยู่บนผิวจราจร ในเมืองที่เจริญแล้ว เขาจะจัดพื้นที่ให้รถขนส่งมวลชนสาธารณะมากกว่ารถยนต์ส่วนตัว แต่เมืองราชบุรีกลับตรงกันข้ามไล่รถบริการสาธารณะออกนอกเมืองเพื่ออำนวยความสะดวกให้รถส่วนตัว 
  5. การห้ามรถตู้วิ่งเข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารในเมือง ถือเป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้ใช้บริการ ขาไป : ก็ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อเดินทางไปยังสถานีขนส่งฯ ขากลับ : ก็ต้องเสียเงินเพิ่มเพื่อต่อรถเข้ามาในเมือง  นอกจากนั้นยังต้องเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งไม่รู้ว่าจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ 
  6. หากมีแผนจะสร้างความเจริญที่สถานีขนส่ง จ.ราชบุรี แห่งใหม่ ก็ไม่ควรใช้วิธีนี้ แค่สถานีขนส่งจ.ราชบุรี แห่งแรก ก็ยังไม่ประสบผลสำเร็จเลย นี่ถ้ารถโดยสารไปแม่กลอง ดำเนินสะดวก วัดเพลง จอมบึง สวนผึ้ง ฯลฯ ต้องถูกจัดระเบียบไปจอดที่สถานีขนส่งแห่งใหม่ทั้งหมด แล้วจะทำกันอย่างไร นึกภาพไม่ออก     

จัดให้มีจุดรับ-ส่งผู้โดยสารในเมือง

การให้รถตู้โดยสารสาธารณะไปจอดที่สถานีขนส่งแห่งใหม่ ถือว่าเป็นการจัดระเบียบได้ แต่การที่จะให้ผู้ใช้บริการทุกคนต้องไปขึ้นรถตู้ที่สถานีขนส่งฯ ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องนัก รวมถึงการห้ามรถตู้วิ่งเข้ามารับ-ส่งผู้โดยสารในเขตเมือง ยิ่งไม่ถูกต้องใหญ่ ขัดต่อหลักการบริการขนส่งมวลชน ก่อนวางแผนเช่นนี้ได้ต้องเตรียมวางแผนการเชื่อมต่อการเดินทางให้เกิดประสิทธิภาพมากที่สุดเสียก่อน มีระบบขนส่งมวลชนสาธารณะที่ผู้ใช้บริการสามารถเลือกใช้ได้อย่างหลากหลาย




การที่จัดระเบียบให้รถตู้โดยสารทุกคันให้ไปจอดที่สถานีขนส่งฯ เพื่อไม่ให้มีสถานีรถตู้เกะกะอยู่ในเมืองหรือบนทางเท้า นับว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ควรอนุญาตให้รถตู้วิ่งเข้าเมืองได้ โดยจัดให้มีจุดรับ-ส่งในเมืองที่สำคัญ ทั้งขาไปขากลับ เช่น หน้าโรงเรียนวัดเขาวัง หน้าวิทยาลัยเทคนิคราชบุรี หน้าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ถนนเลียบทางรถไฟ หน้าค่ายภาณุรังษี ด้านข้างห้าง Big C เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อความสะดวกของผู้ใช้บริการ ผู้โดยสารก็สามารถที่จะโทรศัพท์จองและนัดหมายล่วงหน้ากับรถตู้ได้

เมืองราชบุรี ไม่ใช่เมืองใหญ่โตอันใด รถราม้าช้างก็ไม่ได้เยอะแยะมากมายเหมือนในกรุงเทพฯ  การปัญหาในกรุงเทพฯ กับการแก้ปัญหาในต่างจังหวัดจึงมีความแตกต่างกัน  นโยบายต่างๆ ที่ได้รับมาจึงต้องมีปรับเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม วิถีชีวิตและวัฒนธรรมของคนในพื้นที่นั้นๆหวังว่าผู้บริหาร จ.ราชบุรี จะได้คำนึงถึงผลกระทบต่อความเดือดร้อนของผู้ที่ใช้บริการรถตู้โดยสาร และดำเนินการแก้ไขต่อไป

สนองนโยบายได้ แต่ต้องไม่เดือดร้อนผู้ใช้บริการ อย่าจัดระเบียบใดๆ ก็ตาม ซึ่งขัดต่อวิถีการดำเนินชีวิตของคน 

หากนโยบายที่กล่าวมานี้ คณะกรรมการจัดระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสารสาธารณะ จ.ราชบุรี มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว ต้องขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะผมก็เริ่มเห็นรถตู้โดยสารสาธารณะ วิ่งเข้ามาในเมืองบ้างแล้ว และบางท่าก็จอดอยู่แถวลานอเนกประสงค์ด้านข้าง Big C  

******************************
ชาติชาย คเชนชล :  9 พ.ค.2560