วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561

เวลาที่ผ่านมา กับ เวลาที่เหลืออยู่ อย่างไหนจะมีมากกว่ากัน....สงบจิตคิดทบทวน

ผมไปเจอคำคมที่เพื่อนแชร์มาให้ พออ่านแล้วถึงกับหยุดชะงัก ต้องหันมาสงบจิตคิดทบทวนชีวิตตัวเองดู 

ไม่มีใครรู้หรอกว่า เวลาที่ผ่านมา กับ เวลาที่เหลืออยู่ 
อย่างไหนจะมีมากกว่ากัน ฉะนั้น..จงใช้เวลาให้ "คุ้มค่า" 


ตอนนี้ ผมอายุใกล้ 60 ปีแล้วเหลือเวลาอีก 3 ปีก็จะเกษียณจากราชการ กลายมาเป็นคนแก่อยู่บ้าน ไม่รู้จะเป็น "คนแก่ที่มีคุณภาพ" หรือเป็น "คนแก่ที่เป็นภาระของคนอื่น" แต่ที่แน่ๆ คือ ความฝันของผม ที่อยากจะมี อยากจะเป็น อยากจะได้ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังทำไม่สำเร็จ   

ความฝันจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
ความฝันจะเปลี่ยนแปลงไปตามวัย  ประสบการณ์ สถานการณ์ สิ่งแวดล้อม สภาพสังคม ในวัยเยาว์ เราก็จะคิดแบบหนึ่ง ในวัยทำงานก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง พอแต่งงานมีครอบครัวก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง ในวัยใกล้เกษียณหรือวัยสูงอายุ ก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง และหากเวลาใดที่รู้ว่าตัวเองใกล้จะตายก็จะคิดอีกแบบหนึ่ง เป็นเช่นนี้เรื่อยไป  ปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ความฝันของเราเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ก็คือ
  1. ความคิดที่ไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเอง ชอบทำตัวให้เป็นตามความคิดของคนอื่นที่อยากให้เราเป็น ซึ่งมักจะขัดแย้งกับเสียงเพรียกร้องในใจเสมอ         
  2. ค้นหาความชอบหรือความหลงใหล (Passion) ของตัวเองไม่พบ ซึ่ง Passion นี้มันจะอยู่ภายใต้จิตสำนึกของแต่ละคนเสมอ และทุกครั้งที่มีโอกาส ทุกคนจะพยายามสร้างฝันตาม Passion ของตนเองโดยไม่รู้ตัว  

ความชอบหรือความหลงใหล (Passion) ของผมเอง
อะไรก็ได้ที่ทำให้ผมได้สัมผัสกับพวกเขา
ชีวิตของเราใช้ซะ ก่อนที่จะไม่มีชีวิตให้ใช้   
ผมหันมาของทบทวนความคิดและความชอบของตัวเอง ดูเหมือนจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังไม่เป็นไปตามนั้น  ประกอบกับเวลาที่เหลืออยู่สำหรับชีวิตจะมีมากน้อยเท่าใด ผมก็ไม่มีทางรู้ได้เช่นกัน  ดังนั้น เราจึงน่าที่จะเลือกทำในสิ่งที่เราชอบและหลงไหลตั้งแต่บัดนี้ ดังวลีที่ว่า "ชีวิตของเราใช้ซะ ก่อนที่จะไม่มีชีวิตให้ใช้"  ผมตั้งใจใช้เวลาที่เหลือ ดังนี้   
  • พยายามทำดีที่สุดกับทุกคน ซึ่งอาจจะไม่ดีเลิศประเสริฐศรีตามที่พวกเขาคาดหวังนัก  โดยเฉพาะกับครอบครัว ภรรยา และลูกๆ เพราะไม่รู้เมื่อไหร่ ผมจะจากพวกเขาไป หรือบางทีพวกเขาจะจากผมไปก่อนก็ได้  ไม่มีใครรู้   
  • ไม่ทะเลาะเบาะแว้ง ไม่โกรธ ไม่โมโห  ไม่คิดแต่เอา "ตัวกู ของกู"  มาเป็นอัตรา ซึ่งผมว่ามันเป็นสิ่งที่ไร้สาระสิ้นดี    
  • พยายามทำในสิ่งที่อยากทำ โดยไม่ทำความเดือดร้อน รำคาญให้แก่ผู้อื่น  เพราะถ้าคุณตายแล้วคุณคงไม่ได้ทำ 
  • ไม่ทำตัวให้เรื่องมากเกินไป ใช้ชีวิตแบบ Slow Life สบายๆ เรียบง่าย พอเพียง
การใช้ชีวิตแบบ Slow life
ที่มา : www.kapook.com
Cr: LeoBabauta, Zenhabits.net

จงใช้เวลาที่เหลือ ตามหาความฝันของตัวเองให้พบ  แล้วลงมือทำ เพราะเมื่อมันสำเร็จแล้ว คุณจะมีความสุขและนอนตายตาหลับ 

ความฝัน ไม่มีวันหมดอายุ
ความพยายาม ต่างหากที่หมดไปก่อน 

**************
ชาติชาย คเชนชล : 16 ก.ค.2561
อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

วิกิลีกส์ "คนเมื่อสวมหน้ากากแล้ว จะกล้าพูดความจริง"


เมื่อวานนี้ ผมชม DVD เรื่อง "The Fifth Estate" แปลเป็นภาษาไทยว่า "วิกิลีกส์ เจาะปมลับเขย่าโลก" (จริงๆ แล้วน่าจะแปลว่า "ฐานันดรที่ 5" มากกว่า)  ภาพยนต์เรื่องนี้บอกว่าสร้างมาจากเค้าโครงเรื่องจริง ผมเลยลองค้นหา "วิกิลีกส์" จาก Google พบว่ามันมีอยู่จริงครับ อ่านดูแล้วมีทั้งความน่าชื่นชม และน่าตกใจ    

Wikileaks
วิกิลีกส์ ( Wikileaks) เป็นเว็บไซต์ที่อนุญาตให้ "ผู้ใช้" สามารถนำข้อมูล คำสัมภาษณ์ บทสนทนา คลิบภาพ คลิบวิดีโอ หรือเอกสารที่ไม่เคยเปิดเผย ที่เรียกว่า "ความลับ" ของรัฐบาลหรือองค์กรต่างๆ มาเผยแพร่ได้  ผู้ก่อตั้งฯ กล่าวว่าด้วยระบบความปลอดภัยที่เขาออกแบบและวางระบบไว้ "ผู้ใช้, ผู้ที่ส่งข้อความลับ หรือผู้ที่เป็นแหล่งข่าว" ที่ส่งข้อมูลมายังวิกิลีกส์นั้น จะมีความปลอดภัย และไม่มีทางที่ใครจะสืบค้นได้ว่าข้อมูลเหล่านั้นถูกส่งมาจากที่ไหน และส่งมาจากใคร  และจะไม่มีใครสามารถติดตามหรือหาที่อยู่ของผู้ส่งสารได้ แม้จะเป็นนักแฮกเกอร์ระดับโลกที่เก่งกาจปานใดก็ตาม      


วิกิลีกส์ แฉข้อมูลลับของโลกหลายเรื่องที่ไม่เคยมีใครได้รู้ ได้ฟัง  จนกระทั่งเสถียรภาพของรัฐบาลประเทศมหาอำนาจหลายประเทศถึงกับสั่นคลอน  และถึงขั้นรัฐบาลของสหรัฐอเมริกามีความพยายามโจมตีและปิดเว็บไซต์นี้  เว็บไซต์วิกิลีกส์นี้เรียกง่ายๆ ก็คือ " เว็บไซต์ของนักเปิดโปง" นั่นเอง   
(อ่านเพิ่มเติม ได้ที่  : https://th.wikipedia.org/wiki/วิกิลีกส์ และ Wikileaks คืออะไร)


จิ้งจอกเดียวดาย
สถานการณ์ของการก่อการร้ายตามลำพัง (Lone Wolf Terrorism) ปัจจุบันเริ่มปรากฏให้เห็นบนโลกใบนี้แล้วและจะเริ่มมีมากขึ้นเรื่อยๆ การก่อการร้ายชนิดนี้ หมายถึง ผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุความรุนแรงด้วยตัวคนเดียวหรือแค่กลุ่มเล็กๆ โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากองค์กรใดๆ ซึ่งส่วนใหญ่มีปัญหาทางจิต ได้รับอิทธิพลหรือแรงบันดาลใจมาจากอุดมการณ์และความเชื่อของตนเอง "โลนวููล์ฟ" แปลเป็นไทยแบบเท่ๆ ก็คือ "จิ้งจอกเดียวดาย"  
(อ่านเพิ่มเติม Lone wolf (terrorism))



คนเมื่อสวมหน้ากากแล้ว จะกล้าพูดความจริง
ปัจจุบันข้อมูล ข่าวสาร จำนวนมากมายมหาศาลบนโลกไซเบอร์ขณะนี้ กำลังทะลักลื่นไหลด้วยความรวดเร็วและไม่จำกัดขอบเขต มันสามารถที่จะสร้างกระแสสังคมให้หันไปในทิศทางใดๆ ก็ได้ หลายคนแค่มีโทรศัพท์มือถือก็สามารถสร้าง "ข้อมูลข่าวสาร" ของตนเองและเผยแพร่มันไปทาง Social media ต่างๆ ได้ หลายคนถึงขั้นสำคัญตัวผิดว่า "ตัวเองเป็นนักข่าว"   


ข้อมูลข่าวสารที่เสพอยู่ในปัจจุบัน ส่วนใหญ่มักเป็นข้อมูลที่เกิดจากการสร้างขึ้น มีการวางแผนจัดเตรียมว่าจะเผยแพร่ออกไปอย่างไร และต้องการผลอย่างไรจากข้อมูลข่าวสารที่ส่งออกไปนั้น  จึงอาจเรียกได้ว่าเป็น  "ข้อมูลเทียม" ไม่ใช่ "ข้อเท็จจริง"  

วิกิลีกส์ถูกสร้างขึ้นภายใต้ตรรกกะที่ว่า "คนเมื่อสวมหน้ากาก แล้วจะพูดความจริง"   ผู้จัดทำเว็บไซต์วิกิลีกส์ เป็นกลุ่มคนเล็กๆ ไม่เกิน 5 คน ที่สามารถเขย่าโลกได้จากข้อมูลลับที่มีผู้ส่งมาให้จากทั่วโลก คนกลุ่มนี้ จึงเปรียบได้เสมือนกับ "จิ้งจอกเดียวดาย" 

ในประเทศไทยตอนนี้ ก็เริ่มมีเว็บไซต์ และ Social media ประเภทเปิดโปงข้อเท็จจริงต่างๆ ของรัฐบาลให้เห็นมากขึ้น  คนหรือกลุ่มคนที่สร้างขึ้นเหล่านี้ก็เปรียบเสมือนกับ "จิ้งจอกเดียวดาย" สัญชาติไทย เช่นกัน ซึ่งรัฐบาลมักมองเขาเสมือนผู้ก่อการร้าย คอยจ้องที่จะล้มล้างรัฐบาลอยู่ร่ำไป     

จิ้งจอก(สัญชาติไทย)เดียวดาย เหล่านี้อาจไม่สามารถเขย่าบัลลังก์ของรัฐบาลได้ ดั่งเช่น เว็บไซต์วิกิลีกส์ อาจเป็นเพราะในประเทศไทยไม่มีคนกล้าพอที่จะส่งข้อมูลลับให้กับเขา แต่ในส่วนตัวแล้ว ผมเชื่อว่า "ยังมีคนไทยหลายคนอยากจะแฉความจริง แต่เขายังไม่มีหน้ากากที่จะสวมใส่เท่านั้นเอง"

หาหน้ากากให้คนเหล่านั้นใส่เสีย แล้วเขาจะพูดความจริง

******************************
ชาติชยา ศึกษิต : 5 ก.พ.2561

คนเมื่อสวมหน้ากากแล้ว จะกล้าพูดความจริง
     
          
อ่านต่อ >>

วันจันทร์ที่ 29 มกราคม พ.ศ. 2561

อธิษฐานรักที่ผานกเงือก

เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2561  ผมมีโอกาสได้พาทีมผลิตรายการ "ซูเปอร์เวียร์"  ซึ่งออกอากาศทางช่อง 7 ในช่วงวันหยุดนักขัตฤกษ์ต่างๆ ไปพบกับกลุ่มคนที่น่ายกย่องกลุ่มหนึ่ง ที่เรียกตัวเองว่า "กลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า" (ดูเพจ)   จากการที่ได้พูดคุยและสนทนากันแล้ว รู้สึกชื่นชมในความตั้งใจของคนกลุ่มนี้  ที่พยายามจะอนุรักษ์เผ่าพันธุ์ของนกเงือก  มิให้สูญหายไปจากการทำลายของน้ำมือมนุษย์อย่างพวกเรา



บ้านบางกะม่านี้เป็นกลุ่มบ้านชาวกะเหรี่ยงเล็กๆ ตั้งอยู่เรียงรายบนสันเขาตะนาวศรี เป็นส่วนหนึ่งของ บ้านโป่งกระทิงบน หมู่ 1 ต.บ้านบึง อ.บ้านคา จ.ราชบุรี   "บางกะม่า" เป็นภาษากะเหรี่ยงแปลว่า "หนองน้ำหรือสระน้ำ"  กลุ่มรักนกเงือกฯ นี้ ส่วนใหญ่เป็นคนในบ้านโป่งกระทิงบนนั่นเอง อยู่มาตั้งแต่เกิดจนเติบใหญ่ กลุ่มคนเหล่านี้ รวมตัวกันเพื่อที่จะอนุรักษ์ผืนป่าแห่งบ้านคาไว้ให้อุดมสมบูรณ์  โดยเฉพาะ "นกเงือก" ที่กำลังจะสูญพันธ์

ภาพนกเงือกที่บางกะม่า



ภาพนกเงือกที่บางกะม่า
ภาพจาก FB กลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า 
นกเงือก ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักและความซื่อสัตย์  หากพบนกเงือกที่ไหน แสดงว่าที่นั่นยังคงเป็นผืนป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์  ในประเทศไทยพบนกเงือกประมาณ 13 สายพันธ์ แหล่งที่พบเห็นได้มีไม่มากนัก และที่ "ผานกเงือก" แห่งบ้านบางกะม่า นี้ ถือเป็นอีกแหล่งหนึ่งที่สามารถพบเห็นนกเงือกได้ประมาณ 4 สายพันธ์   

ซ่อมโพรงให้นกเงือก
ภารกิจปัจจุบันของกลุ่มรักนกเงือกฯ ขณะนี้ก็คือ การซ่อมโพรงให้นกเงือก เนื่องจากนกเงือกเมื่อลูกๆ เจริญเติบโตบินได้แล้วก็จะอพยพทั้งครอบครัวไปหากินตามผืนป่าต่างๆ ที่มีความอุดมสมบูรณ์  ทิ้งโพรงไว้ให้ร้าง ปีหน้าพอถึงฤดูผสมพันธ์ก็จะกลับมาใหม่ โพรงที่เคยอยู่อาศัยเดิมอาจจะตันและตื้นเขินไป  ไม่สามารถอยู่ได้  

ตามต้นไม้ใหญ่สูงๆ แถบบ้านบางกะม่านี้ จึงมีโพรงนกเงือกร้างให้เห็นอยู่มาก กลุ่มรักนกเงือกฯ จึงได้พยายามซ่อมแซมโพรงร้างเหล่านี้ให้กว้างและลึกมาก เพียงพอให้นกเงือกกลับมาใช้ทำรังเพื่อเลี้ยงลูกในฤดูกาลต่อไป  (นกเงือกไม่มีความสามารถในการเจาะโพรงไม้ อย่างนกหัวขวาน โดยเฉพาะต้นไม้ที่มีเนื้อแข็ง)  

เนื่องจากโพรงนกเงือกที่จะอยู่บนต้นไม้ค่อนข้างสูง ผู้ที่ทำการซ่อมจึงจำเป็นต้องมีทักษะในการปีนป่ายในที่สูง ต้องใช้เชือก อุปกรณ์ และเทคนิคในการปีนหน้าผามาช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัย

ซ่อมโพรงนกเงือก
ภาพจาก FB กลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า 
"หากเดือนกุมภาพันธ์ที่จะถึงนี้ มีนกเงือกกลับมาอาศัยโพรงที่พวกเขาซ่อมแซมแล้ว ก็จะถือความเป็นความสำเร็จอีกขั้นหนึ่ง ในการสร้างรังให้นกเงือก"  นี่เป็นความหวังหนึ่งของกลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า


โพรงที่ทำการซ่อมแซม
ภาพจาก FB กลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า 
ผมเห็นกิจกรรมมากมาย ที่ กลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า  ทำ  เลยถามว่า มีงบประมาณจากไหนมาสนับสนุนให้บ้าง เขาตอบว่า ไม่มีหรอกครับ พวกเราช่วยกัน ทำด้วยใจรักในผืนป่าและบ้านเกิด ส่วนมากจะใช้เงินของตัวเองและทรัพยากรที่พอมีอยู่มาดัดแปลง บางครั้งบางคราวก็มีผู้มาสนับสนุนบ้าง สำหรับอุปกรณ์ปีนป่ายสำหรับซ่อมโพรงนกเงือกที่เห็นนั้น มีผู้ใหญ่ใจดีบริจาคให้พวกเรามา บางอย่างเราก็ซื้อกันเอง (ผมฟังแล้ว นึกเสียดายงบประมาณบางโครงการที่ทิ้งๆ ขวางๆ ของบรรดาส่วนข้าราชการทั้งหลาย  ทำไม? ไม่หันมาสนับสนุนกิจกรรมดีดีแบบนี้บ้างนะ)         

ทางกลุ่มฯ เล่าต่อว่า การสร้างโพรงให้นกเงือก หากไม่มีโพรงไม้เก่าก็สามารถสร้าง "รังเทียม" ให้นกเงือกได้ โดยใช้ถังไวน์เก่า ขึ้นไปแขวนแทน ซึ่งกลุ่มรักนกเงือกฯ นี้  กำลังพยายามเช่นกัน เห็นว่ากำลังจะมีคนบริจาคถังไวน์ให้  แต่ก็ยังไม่รู้เมื่อไหร่

ที่มาของภาพ โครงการพัฒนาโพรงรังเทียมนกเงือกจากถังไวน์เก่า
  
อธิษฐานรักที่ผานกเงือก
การที่จะพบเห็นนกเงือกนั้น ค่อนข้างลำบาก ที่บ้านบางกะม่านี้  พื้นที่ที่สามารถชมนกเงือกได้เขาเรียกว่า "ผานกเงือก" ซึ่งต้องเดินป่าขึ้นเขาจากสำนักสงฆ์บางกะม่า ไปอีกประมาณ 2-3 ชั่วโมง แล้วแต่เดินช้าเดินเร็ว และขึ้นไปแล้วก็ใช่ว่าจะได้เห็นเขานะครับ มันอยู่ที่จังหวะและโอกาส แต่ถึงจะไม่ได้เห็นนกเงือก เพียงแค่ได้ชมทิวทัศน์ของเทือกเขาตะนาวศรี ได้สูดกลิ่นอายของป่า สัมผัสอากาศเย็นและสายหมอกสีขาว แค่นี้ก็เติมพลังให้ชีวิตได้แล้วครับ     

เนื่องจากนกเงือก เป็นสัญญลักษณ์แห่งความรักและความซื่อสัตย์ ในวันวาเลนไทม์ ที่จะถึงนี้ หากหนุ่มสาวหรือสามีภรรยาคู่ใด ที่ต้องการให้ความรักของตนเองพบกับความสำเร็จสมหวัง ต่างมีรักเดียวใจเดียว อยู่กินด้วยกันจนถือไม้เท้ายอดทองกระบองยอดเพชร ดั่งเช่นนกเงือก  ก็ลองหาโอกาสไปอธิษฐานรักที่ "ผานกเงือก" ดู ซึ่งอาจเป็นเรื่องราวดีๆ ที่จะบันทึกไว้ในชีวิตรักของแต่ละคนอีกบทหนึ่งก็ได้  

บริเวณที่ซ่อมโพรงนกเงือก ยังมีสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์ 

วันรักนกเงือก
วันที่ 13 ก.พ. ของทุกปี จะเป็น "วันรักนกเงือก" ท่านใดที่ประสงค์ที่ต้องการจะสัมผัสกับชีวิตรักของนกเงือกที่บ้านบางกะม่า ควรที่จะประสานและติดต่อล่วงหน้ากับทางกลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า นี้เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทาง และจะได้ทราบข้อมูลที่ถูกต้อง ว่าอะไรคือสิ่งที่ควรปฏิบัติและอะไรคือสิ่งที่ไม่ควรปฏิบัติ ในระหว่างการเดินป่าเยี่ยมชม      

ในวันแห่งความรัก (14 ก.พ.) ที่จะถึงในปีนี้ 
ลองไปอธิษฐานรักที่ "ผานกเงือก" กันดูนะครับ    


แกนนำกลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า
ภาพจาก FB กลุ่มรักนกเงือก บ้านบางกะม่า 

*****************************
ชาติชยา ศึกษิต : 29 ม.ค.2561
อ่านต่อ >>