วันพุธที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

หยุดใส่ร้ายพระองค์ (ตอนที่ 1)

ผมสองจิตสองใจอยู่นานมาก ว่าผมจะเขียนเรื่องนี้ดีหรือไม่  เพราะมันล่อแหลมต่อความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ของเรา  แต่ชั่งใจดูแล้วคงต้องเขียน ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย  เพราะหากปล่อยให้พวกขบวนการล้มเจ้าใช้รูปแบบการสื่อสารทุกวิถีทางเพื่อใส่ร้ายพระองค์ฯ อยู่ข้างเดียวว่า "พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงลอบปลงพระชนม์ รัชกาลที่ 8 พี่ชายตัวเองเพื่อแย่งชิงราชบัลลังก์"  คงไม่ได้ พวกนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อลดความน่าเชื่อถือต่อพระองค์ท่าน  ทำให้เกิดความเสื่อมศรัทธาต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ทำให้เด็กและเยาวชน รวมทั้งประชาชนรุ่นใหม่ เกิดความเคลือบแคลงสงสัยและเข้าใจผิด อันจะเป็นเรื่องง่ายที่จะทำการชักจูงเพื่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยในอนาคตต่อไป

หมุดที่ระลึกแห่งการเปลี่ยนแปลง
การปกครองของสยาม
เมื่อ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2475
ณ ลานพระราชวังดุสิต 
บทความต่อไปนี้ เป็นความคิดส่วนตัวของผู้เขียน ถ้อยคำบางคำอาจจะใช้คำสามัญแทนคำราชาศัพท์บ้าง อีกทั้งรายนาม รายพระนาม และบรรดาศักดิ์ อาจเขียนคำย่อลง ผู้เขียนจึงขออนุญาตไว้ ณ ที่นี้ด้วย เพราะเพื่อต้องการให้ผู้อ่านได้เข้าใจเรื่องราวได้ง่ายขึ้น

สำหรับผู้อ่านที่อาจยังไม่เคยได้ศึกษาเรื่องราวโดยละเอียดมาก่อน  ผู้เขียนจึงขอสรุปย่อเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาก่อนและหลังจากที่ รัชกาลที่ 8 จะถูกลอบปลงพระชนม์   เพื่อให้ผู้อ่านได้เข้าใจเรื่องราวในขั้นต้น ก่อนที่จะอ่านในรายละเอียดต่อไป ดังนี้




ลำดับเหตุการณ์สำคัญก่อนและหลังการสวรรคตของรัชกาลที่ 8
  • 20 ก.ย.2468 -รัชกาลที่ 8 พระราชสมภพ ที่เมืองไฮเดลเบิร์ก ประเทศเยอรมันนี
  • 26 พ.ย.2468 - รัชกาลที่ 6 เสด็จสวรรคต รัชกาลที่ 7 ขึ้นครองราชย์
  • 5 ธ.ค.2470 - รัชกาลที่ 9 พระราชสมภพ ที่เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • 13 ธ.ค.2471 -ครอบครัวมหิดล เสด็จกลับประเทศไทย
  • 24 ก.ย.2472 -สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบิดาของรัชกาลที่ 8 และ 9 เสด็จสวรรคต (ขณะที่รัชกาลที่ 8 มีพระชนมายุ 4  พรรษา รัชกาลที่ 9 มีพระชนมายุ 2 พรรษา)
  • 24 มิ.ย.2475 -ยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร จากรัชกาลที่ 7  (หลังจากนั้นไม่นาน ครอบครัวมหิดลเดินทางไปศึกษาต่อที่เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์) 
  • 28 มิ.ย.2475 - แต่งตั้งพระยามโนปกรณนิติธาดา (ก้อน หุตะสิงห์) เป็นประธานคณะกรรมการราษฎร
  • 9 ธ.ค.2475 - พระยามโนปกรณฯ  ลาออกจากประธานคณะกรรมการราษฎร 
  • 10 ธ.ค.2475 - พระยามโนปกรณฯ ได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี คนแรกของประเทศไทย
  • 20 มิ.ย.2476 - พันเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) ทำการรัฐประการยึดอำนาจจากรัฐบาล 
  • 21 มิ.ย.2476 - พันเอกพระยาพหลฯ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อยู่ต่อเนื่อง ถึง 5 สมัย
  • 11 ต.ค.2476พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าบวรเดช อดีตเสนาบดีกระทรวงกลาโหมนำกำลังเข้าล้มล้างและยึดอำนาจจากรัฐบาลแต่ไม่สำเร็จ เหตุการณ์นี้เรียกว่า "กบฎบวรเดช"
  • 2 มี.ค.2477 -รัชกาลที่ 7 ทรงสละราชสมบัติ และรัชกาลที่ 8 เสด็จขึ้นครองราชย์ต่อ (พระชนมายุ 8 พรรษา และเรียนอยู่ต่างประเทศ) โดยมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์เพื่อบริหารราชการแผ่นดินแทนจนกว่าจะทรงบรรลุนิติภาวะ ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหมื่นอนุวัตรจาตุรนต์ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และ เจ้าพระยายมราช (ปั้น สุขุม)
  • 11 ก.ย.2481- พันเอกพระยาพหลฯ ยุบสภา ลาออกจากนายกรัฐมนตรี
  • 15 พ.ย.2481-รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทยครั้งแรก 
  • 16 ธ.ค.2481- จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • 13 ม.ค.2482 - รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินกลับสวิตเซอร์แลนด์
  • 1 ก.ย.2482 - เริ่มเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2
  • 24 มิ.ย.2482 - จอมพล ป. เปลี่ยนชื่อประเทศสยาม เป็น ประเทศไทย (ตามนโยบายรัฐนิยม)
  • 8 ธ.ค.2484 - ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกของผ่านประเทศไทยในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 (จอมพล.ป สนับสนุนข้างญี่ปุ่น แต่ นายปรีดีฯ กลับตั้งขบวนการเสรีไทยเพื่อต่อต้าน)
  • 16 ธ.ค.2484 - แต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทน รัชกาลที่ 8 เนื่องจากผู้สำเร็จราชการเดิมถึงแก่อสัญกรรม ประกอบด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา และ หลวงประดิษฐ์มนูธรรม (นายปรีดี พนมยงค์)
  • 31 ก.ค.2487 - พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ลาออกจากการเป็นผู้สำเร็จราชการ จึงเหลือนายปรีดี  พนมยงค์เป็นผู้สำเร็จราชการแต่เพียงผู้เดียว
  • 1 ส.ค.2487- นายควง  อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทน จอมพล ป.
  • 31 ส.ค.2488 -นายทวี บุณยเกตุ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
  • 2 ก.ย.2488 - สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2
  • 17 ก.ย.2488 - ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 
  • 5 ธ.ค.2488 - รัชกาลที่ 8 เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศไทยครั้งที่ 2 
  • 31 ม.ค.2489 - นายควง  อภัยวงศ์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
  • 24 มี.ค.2489 - นายปรีดี พนมยงค์ ดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรี
  • 13 เม.ย.2489 - ฉันท์ หุ้มแพร (นายทัศน์ สุจริตกุล) มหาดเล็กผู้จงรักภักดีที่คอยรับใช้ครอบครัวมหิดล ถูกวางยาพิษตาย
  • 9 พ.ค.2489 - นายปรีดี พนมยงค์ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี (เนื่องจากประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่)
  • 8 มิ.ย.2489 - นายปรีดี พนมยงค์ขึ้นดำรงตำแหน่งเป็นนายกรัฐมนตรีอีกครั้งจากมติของสภา 
  • 9 มิ.ย.2489 ตรงกับวันอาทิตย์ขึ้น 10 ค่ำ เดือนเจ็ด ปีจอ  เวลาประมาณ 09:25 น. รัชกาลที่ 8 ถูกลอบปลงพระชนม์ขณะนอนหลับอยู่ในห้องพระบรรทม  บนชั้น 2 ของพระที่นั่งบรมพิมานในพระบรมมหาราชวัง ด้วยกระสุนปืนจำนวน 1 นัด สิ้นพระชนม์ทันทีด้วยพระชนมายุ 21 พรรษา  และในคืนวันเดียวกัน นายปรีดี พนมยงค์ทำการเรียกประชุมรัฐสภาเวลา 21.10 น. ที่ประชุมมีมติประกาศให้พระอนุชาของรัชกาลที่ 8 (เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช) ขึ้นครองราชย์สืบต่อนับเป็นรัชกาลที่ 9 ตามความในมาตรา 9 (8) แห่งกฎมณเฑียรบาลว่าด้วยการสืบราชสันตติวงศ์ พุทธศักราช 2467 และหลังจากนั้นนายปรีดี พนมยงค์ ขอลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
  • 11 มิ.ย.2489 - นายปรีดี พนมยงค์ ได้รับการแต่งตั้งเข้ามารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีใหม่ ตามมติเห็นชอบของสภา
  • กลางเดือน ส.ค.2489 - รัชกาลที่ 9 เสด็จกลับไปศึกษาต่อ ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
  • 23 ส.ค.2489 - นายปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรีลาออกเพราะทนแรงกดดันเรื่องการสวรรคตของ ร.8 ไม่ได้ และพลเรือตรีถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ ได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีแทน
  • 18 ก.ย.2490 - เริ่มสอบสวนคดีลอบปลงพระชนม์ รัชกาลที่ 8
  • 8 พ.ย.2490 - เกิดการรัฐประหาร  โดยกลุ่มทหารนอกราชการที่นำโดย พล.ท.ผิน ชุณหะวัณ น.อ.กาจ กาจสงคราม พ.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ พ.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ พ.อ.ถนอม กิตติขจร พ.ท.ประภาส จารุเสถียร และ ร.อ.สมบูรณ์ (ชาติชาย) ชุณหะวัณ  นำกำลังทหารยึดอำนาจจากปกครองจากรัฐบาล พล.ร.ต.ถวัลย์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ นายปรีดี พนมยงค์ และเรือเอกวัชรชัย ชัยสิทธิเวช หลบหนีการรัฐประหารออกไปนอกประเทศ
  • 10 พ.ย.2490 - กลุ่มที่ทำรัฐประหาร เชิญนายควง  อภัยวงศ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 
  • 15 พ.ย.2490 - ตำรวจจับ นายเฉลียว ปทุมรส นายชิต  สิงหเสนี นายบุศย์ ปัทมศริน และออกหมายจับ นายปรีดี พนมยงค์ และเรือเอกวัชรชัย ชัยสิทธิเวช
  • 20 พ.ย.2490 - แต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนคดีสววรคตของรัชกาลที่ 8 ใหม่
  • 8 เม.ย.2491 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม ได้รับเชิญให้กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นสมัยสมัยที่ 2   (โดยกลุ่มนายทหารที่ทำการรัฐประหารเป็นผู้บีบบังคับให้นายควง  อภัยวงศ์ ลาออก)
  • 26 ก.พ.2492 - นายปรีดี พนมยงค์ แอบกลับมาประเทศไทยเพื่อยึดอำนาจคืนจากรัฐบาล แต่ไม่สำเร็จ เหตุการณ์นี้เรียกว่า "กบฎวังหลวง"
  • ต้นปี พ.ศ.2493 - รัชกาลที่ 9 เสด็จกลับประเทศไทย
  • 29 พ.ย.2494 - จอมพล ป.พิบูลสงคราม ทำการรัฐประหารรัฐบาลตนเอง
  • 21 มิ.ย.2497 - พิพากษาคดีลอบปลงพระชนม์ รัชกาลที่ 8 ประหารชีวิตจำเลยทั้งสาม 
  • 17 ก.พ.2498 - ประหารชีวิตจำเลยทั้งสามคน  ก่อนถูกประหาร พล.ต.อ.เผ่า ศรียานนท์ มีการบันทึกการสนทนาของจำเลยทั้งสามก่อนจะถูกประหาร  แล้วนำเสนอต่อ จอมพล ป.พิบูลสงคราม จน  ต่อมา จอมพล ป.พิบูลสงคราม ดำริจะรื้อฟื้นคดีลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8 ขึ้นมาใหม่เพื่อความเป็นธรรมแก่จำเลยทั้งสามคน รวมทั้งนายปรีดี พนมยงค์  และเรือเอกวัชรชัย ชัยสิทธิเวช   
  • 16 ก.ย.2500 - จอมพลสฤษดิ์  ธนะรัตน์ ทำการรัฐประหารรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม (จอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้องหลบหนีไปต่างประเทศ)

ลำดับเหตุการณ์ทั้งก่อนและหลังที่ผู้เขียนเรียบเรียงมานี้ ท่านผู้อ่านจะเห็นได้ว่าหลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง พ.ศ.2475 เป็นต้นมา มีกลุ่มอำนาจต่างๆ พยายามช่วงชิงอำนาจการปกครองมาเป็นของตนเอง สถาบันพระมหากษัตริย์และราชวงศ์ถูกดูแคลนและลดความสำคัญลง   มีการเปลี่ยนชื่อจาก ประเทศสยามมาเป็นประเทศไทย และในระหว่างเกิดสงครามสงครามโลกครั้งที่ 2 อำนาจในการบริหารและปกครองประเทศไทยขณะนั้น อยู่ในมือของ จอมพล.ป พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีฝ่ายหนึ่งซึ่งเข้าข้างฝ่ายอักษะ  กับ นายปรีดี พนมยงค์ ผู้สำเร็จราชการฝ่ายหนึ่งซึ่งไม่เห็นด้วยกับ จอมพล.ป และได้จัดตั้งขบวนการเสรีไทยขึ้นมาต่อต้านอย่างลับๆ 

หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่  2 ประเทศไทยมีการแบ่งกลุ่มอำนาจต่างๆ ดังนี้
  1. กลุ่มจอมพล ป.พิบูลสงคราม (ที่สูญเสียอำนาจไป)
  2. กลุ่มนายปรีดี  พนมยงค์ (ที่กำลังมีอำนาจ)
  3. กลุ่มราชวงศ์หัวก้าวหน้า (ส่วนใหญ่เรียนจบจากต่างประเทศ) ที่ต้องการเข้ามาบริหารประเทศผ่านการเล่นการเมือง
  4. กลุ่มราชวงศ์หัวเก่า ที่ต้องการอำนาจกลับคืน 
  5. กลุ่มราชวงศ์ที่ต้องการทวงคืนความชอบธรรมในราชบัลลังก์
หากกลุ่มต่างๆ เป็นเช่นนี้จริง
กลุ่มไหนบ้างจะได้ประโยชน์จากการลอบปลงพระชนม์รัชกาลที่ 8
และกลุ่มไหนบ้างที่จะถูกกำจัดออกไป


**********************************
อ่านต่อ หยุดใส่ร้ายพระองค์ (ตอนที่ 2)
     

41 ความคิดเห็น:

Unknown กล่าวว่า...

สุดยอดค่ะ :)

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใครที่เป็นheroหลังสงคราม ปรีดีแล้วใครที่ห้ามประชาชนพูดกรณีสวรรคต ปรีดีใครที่ตั้งศาลกลางเมืองเพื่อให้กรณีสวรรคตเป็นอุบัติเหตุ ปรีดี ใครที่อยากเป็นใหญ่เหมือนhero สงครามอย่างสตาลิน ตีโต้ ฟรังโก้ ก็ปรีดี เพราะฉะนั้น ใครขวางทางก็ต้องตาย โดยเฉพาะ เด็กอายุ21ที่คนไทยกำลังชื่นชมและทำท่าว่าต่อไปจะเป็นเสี้ยนหนาม ใครที่เหียดหยามเด็กแย่งใช้รถพระที่นั่ง ปรีดีงัย ใครที่เอาคนของตัวเองเป็นราชเลขาฯแล้วหยามท่านต่างๆ จนท่านทนไม่ไหวขอให้เปลี่ยนราชเลขาฯ ปรีดีอีกนั่นแหละ ถ้าใครสงสัยให้หาคำพิพากษาศาลฎีกา 2497 คดีลอบปลงพระชนม์มาอ่าน พยานปากนายตี๋ศาลยังไม่เชื่อ รายละเอียดอยู่ในนั้นทั้หมด อย่ามั่วคิดเอาเอง นิติราบฏร์ก็พวกเห่ากระดาน ไม่เคยรู้วิธีการรับฟังพยาน ไปเพี้ยนที่อื่นไป ี่ไอ้ตัวโกงชาติบ้านเมืองไม่ด่า มากล่าวหาท่านต่างๆ ไปให้พ้นไป

Sevenz Dust กล่าวว่า...

แล้วทำใมตอนที่ร.8 สเด็จสวรรคตเรียบร้อยแล้ว ทั้งผู้เกี่ยวข้องมีการตรวจเขม่าดินปืนทุกคน แต่ยกเว้น 2 คน คิดเอาเองนะพ่อคนดี

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ยกเว้นใครหรอค่ะ ขอเป็นความรู้หน่อย

ปุษยา กล่าวว่า...

การที่ไม่ได้ถูกตรวจ. ก็เลยสรุปว่าท่านเป็นคนทำงั้นหรือ. คิดว่าท่านสามารถปฏิเสธการตรวจได้ ถ้าเขาระบุว่าท่านต้องตรวจงั้นหรือ

ปุษยา กล่าวว่า...

การที่ไม่ได้ถูกตรวจ. ก็เลยสรุปว่าท่านเป็นคนทำงั้นหรือ. คิดว่าท่านสามารถปฏิเสธการตรวจได้ ถ้าเขาระบุว่าท่านต้องตรวจงั้นหรือ

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

อธิบายด้วยค่ะ อย่าพูดลอยๆ เนอะ รู้จริงก็พูดมา หรือว่ารู้ไม่จริงคะ

อัญรินทร์ กล่าวว่า...

ไม่คิดบ้างเหรอว่าการที่ผู้มีอำนาจในสมัย ไม่ตรวจท่าน เพราะต้องการให้มีคนคิดแบบคนในวีนนี้??
เด็กอายุ 18
ราชวงศ์ที่แทบไม่เหลือซึ่งอำนาจ
การจะตรวจจริงๆทำไม่อยาก นอกจากต้องการใช้พระองค์เพราะตนจะเปนผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน??
คิดสิคิด

Sasinat Luangaram กล่าวว่า...

ที่จริงแล้วการจะตรวจนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
กลอุบายของคนโง่ที่หลอกพวกโง่ไง

Nck Men. กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
Kitipoom Kaewkamkes กล่าวว่า...

อย่าทะเลาะกานนนนน

maynat messi กล่าวว่า...

จากบทความนี้ ทำให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของจอมพล ป.

http://www.oknation.net/blog/alone-win/2009/09/26/entry-1

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

นึกว่าจะมีหลักฐานใหม่อะไรมาซะอีก ที่แท้ก็งานมโนล้วนๆ เฮ้อ ไปดีกว่า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

รู้แต่ว่า สมัยในคณะราษฎร์มีอำนาจมากในสมัยนั้น มีทั้งกองทัพ ตำรวจ ขุนนาง ข้าราชการ เพราะปู่เล่าให้ฟังใครกระด่างกระเดื่อง จับไปยิงเป้า ทั้งเปลี่ยนแปลงการปกครอง ทั้งปราบกบฎ

กาญจนา พลจรัส กล่าวว่า...

ก็อยากรู้เหมือนกัน ก่อนเขียนคุณรู้ดีแค่ไหน หรือแค่ไปเอาข้อมูลพวกปากหอยปากปูมาพูด ถ้าไม่มีข้อมูลอย่ามั่ว

แพร กล่าวว่า...

ลองดูคลิปนี้เพิ่มเติม มันเป็นการแย่งชิงอำนาจทางการเมืองของพวกอยากเป็นใหญ่
https://m.youtube.com/watch?v=NBduth0ogI8

Ku atira กล่าวว่า...

ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ ตอน พม่าเสียเอกราชให้อังกฤษ ที่มีการ ใส่ความ ยุแหย่ ให้ชาวบ้านประชาชนเกิดความเกรียจชัง เบื่อหน่าย ในระบบกษัตริย์ แล้ว อังกฤษก็ยกทัพมายึดเอาเมืองง่ายๆ
http://knowledgeintheword.org/%E0%B8%9E%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B9%80%E0%B8%AA%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87/

neoexcaliber กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
Rut Pookaew กล่าวว่า...

แนะนำให้หยุดพูดทั้ง2ฝ่าย

Xungatorn Krutnumchok กล่าวว่า...

ด้วยความเคารพนะครับ ไม่ต้องสันนิษฐานอะไรให้มันยุ่งยาก ไม่ต้องอ้างอิง ประวัติศาสตร์อะไรให้มันวุ่นวาย เพราะตอนนี้เราๆท่านๆๆที่มานั่งถกเถียงเรื่องนนี้ เกิดไม่ทันเหตุการณ์สักคน บางคนอาจจะอ้างอิงจากหนังสือต้องห้าม ที่เคยตีพิมพ์เมื่อนานมาแล้ว บางคนอาจจะฟังจากเรื่องเล่าต่อๆๆกันมา คำถามเดียว ปกติถ้าคนเราจะยึดอำนาจ เค้าจะยึดอำนาจเพื่อให้ตัวเองสบายในอนาคต หรือว่ายึดอำนาจเพื่อให้ตัวเองต้องมาเหนื่อยมากๆในอนาคต ถ้าเป็นคุณละ? คุณจะยึดอำนาจเพื่อที่จะมาเหนื่อยทำงานสายตัวแทบขาดหรือเปล่า?

time timemer กล่าวว่า...

คุณอยากรู้ลองไปฟังจากนี้แล้วจะรู้ว่ายุคนั้น เป็นไงใครกันแน่ที่ทำ เป็นวังวนของคนอยากมีอำนาจและมีผลประโยชน์ https://youtu.be/YtkxdWPL9Rw

time timemer กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

การพูดในสิ่งที่ไม่มีหลักฐานกันทั้งสองฝ่าย ชั่วช้าที่สุดแล้วแหละ!

PICHAI SUN กล่าวว่า...

ถ้าในครอบครัวผม พี่น้องฆ่ากัน คนทีเป็นฆ่าตกรคงไม่ได้รับการให้อภัยและความรักจากพ่อและแม่มากมายขนาดนั้น อันนี้คิดแบบบ้านๆ ไม่ซับซ้อนอะไรนะ

Apichat Thamma กล่าวว่า...

ส่วนตัวผมไม่อยากรับรู้อะไรมากนักเรื่องในอดีต เพราะไม่มีหลักฐานและไม่อยู่ในเหตุการณ์ ที่สำคัญตอนนี้ที่ประจักษ์แก่สายตาและสามารถจับต้องได้คือ พ่อหลวงเราได้ทรงทำงานหนัก สี่พันกว่าโครงการ เพื่ออะไรครับ ถ้าไม่ใช่เพื่อความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น มีกษัตริย์ประเทศไหนต้องทรงงานหนักแบบนี้ไหม เลิกรื้อฟื้นและทะเลอะกันดีไหมครับ ช่วยกันทำหน้าที่ปกป้องและพัฒนาประเทศกันเพื่อลูกหลานทุกคน

Unknown กล่าวว่า...

ใครรู้ความลับคนนั้นได้เป็นนายก

Walaiporn Prawkajang กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

จริงคับ ใครจะยึดอำนาจให้ตัวเองเหนื่อย แล้วพ่อแม่ที่ไหน จะยอมให้ลูกฆ่ากัน

Siripornchai Blog กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

ใช้หลักฐานอะไร บางทีมันก้อปลอมได้ แต่ผลของการกระทำของพระองค์ท่าน พิสูจน์แล้วว่า ท่านไม่ได้ลอบปลงพระชนม์พี่ชายแน่นอน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คุณเชื่อเพราะมีคนพูดให้คุณเลือกเชื่อ แต่เราเชื่อเพราะเราเห็นสิ่งที่เราและคนอีกคนานับเห็น
เห็นสิ่งที่ในหลวงทำตรากตรำเพื่อพวกนิกรของพระองค์มาถึง 70 ปี ข้าพระพุทธเจ้าขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

พ่อไม่ได้สอนให้เรารักท่าน แต่พ่อสอนให้เรารักกัน

พชร ธัญธรากรณ์ กล่าวว่า...

รักในหลวง ร.9 ที่สุด ภูมิใจที่เกิดในรัชกาลนี้ และ มีกษัตริย์องค์นี้เป็นพ่อหลวงของเรา ขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป

ืnutbelovely1986 กล่าวว่า...

คนรู้ไม่อยู่ อยู่แต่คนไม่รู้ อย่าทะเลาะกันค่ะ
พ่อสอนให้เรารักกัน

ืnutbelovely1986 กล่าวว่า...

คนรู้ไม่อยู่ อยู่แต่คนไม่รู้ อย่าทะเลาะกันค่ะ
พ่อสอนให้เรารักกัน

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

+1เห็นด้วย อย่างมงาย จงเปิดตามองในสิ่งที่จับต้องได้

งุงิงุงิ กล่าวว่า...
ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ
Uttapol Vongsarojq กล่าวว่า...

ดูจากลำดับเหตุการแล้ว น่าจะเป็นการแย่งชิงอำนาจการปกครองของผู้มีอำนาจในยุคนั้น เพราะเด็กอายุ 19 ไม่น่าจะมีศักยภาพที่จะทำการใหญ่ขนาดนี้ได้ อุบัติเหตุก็ไม่น่าใช่ เพราะเป็นเวลาช่วงเช้า

ไม่ระบุชื่อ กล่าวว่า...

คุณนั่นแหละไม่รู้จริง มีการสอบสวน ทั้ง ร9 และสมเด็จย่า อย่างจริงจัง เราได้อ่านหนังสือการพิจารณาคดีร8 สอบสวนหมดทุกคนไม่มีการละเว้น
ถ้าสงสัยหัดไปอ่านและค้นคว้า ไม่ใช่ไปเชื่อเพจ รึคนอื่นเล่าให้ฟัง

kanokporn naruepai กล่าวว่า...

อ่านแทบทุกเล่ม ทั้งไทย ทั้งเทศ ดูคลิปทั้งหลาย สรุปด้วยตนเองว่า
หลักฐานที่กล้าวหาพระองค์ท่านนั้นอ่อน และ ไร้เหตุผลที่สุด แต่ยก
กรณีรี้ขึ้นมาโจมตี อย่างบ้าคลั่ง
เห็นด้วยว่าปรีดี น่าสงสัย
ดูจากผลกรรมก็รู้ อยู่สุขสบายจนตายหรือเปล่า
ตายที่ไหน อย่างไร

lOokOatt AritaP กล่าวว่า...

+1 ด้วยคน